ผัวโหด แทง เมียพรุน ก่อนทิ้งจดหมายลาตาย

ผัวโหด แทง เมียพรุน ก่อนทิ้งจดหมายลาตาย  ภายในบ่อตกกุ้ง

ผัวโหด แทง เมียพรุน ก่อนทิ้งจดหมายลาตาย  ..ใช้มีดแทงเมีย-พี่สาว พรุนกว่า 10 แผล ดับสยองคาบ่อกุ้ง ก่อนหลบหนี ทิ้งจดหมายลาตายสั่งเสียลูก ด้านลูกสาวเผยพ่อเครียดปัญหาธุรกิจ-ครอบครัว วอนตำรวจเร่งตามตัว หวั่นพ่อคิดสั้นฆ่าตัวตาย

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 มี.ค.63 ร.ต.อ.จารึก โพธิ์ทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในบ่อตกกุ้งแห่งหนึ่ง ใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์

ผกก.สภ.พานทอง พ.ต.ท.ปรีชา หนูสลุง รอง ผกก.ป. ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.พานทอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และกู้ภัยสว่างอุทยานพานทอง

ที่เกิดเหตุอยู่ในห้องพัก บ่อตกกุ้งดังกล่าว พบประตูถูกล็อกจากด้านใน ตำรวจและกู้ภัยฯต้องใช้อุปกรณ์ตัดลูกกุญแจเปิดเข้าไปในห้อง พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย รายแรกชื่อ น.ส.ดวงกมล จำปา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่

212 หมู่ 4 ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ สภาพนอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อสีดำ นุ่งกางเกงสามส่วนสีดำ มีรอยแผลถูกมีดแทงที่หน้าอกและหน้าท้องหลายแผล ใกล้กันพบศพที่สองทราบ

ชื่อคือ นางกุ้ง (ไม่ทราบอายุ ชื่อ และนามสกุลจริง) สภาพนอนตะแคงเสียชีวิต สวมเสื้อกล้ามสีส้ม นุ่งผ้าถุงลายสีดำ ตามตัวมีรอยแผลถูกมีดแทงกว่า 10 แผล ทั้งคู่เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน จากการสอบสวนเบื้องต้น

คาดว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายสิงห์ ตันกิม อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ดวงกมล หนึ่งในผู้เสียชีวิต

จากการสอบถาม น.ส.สุพิชา ตันกิม อายุ 21 ปี ลูกสาว นายสิงห์ เล่าว่า ผู้เป็นพ่อมาคบหากับ น.ส.ดวงกมล ซึ่งมีฐานะเป็นแม่เลี้ยงจน และได้ร่วมกันลงทุนทำบ่อตกกุ้งและโต๊ะสนุกเกอร์ ซึ่งประมาณ 2 วันที่แล้ว ตนได้โทรศัพท์หาพ่อแต่ก็ไม่รับสายติดต่อไม่ได้ ตนจึงคิดว่าพ่อคงมานอนอยู่ที่บ่อตกกุ้ง จึงได้ขับรถมาดูแต่พบว่าร้านปิดประตูล็อกหมด เรียกก็ไม่มีใครตอบ โทรติดก็ไม่มีใครรับสาย จนรู้สึกแปลกใจจึงได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.พานทอง ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ และงัดประตูเข้าไปดูก็พบว่า แม่เลี้ยงกับป้านอนเสียชีวิต หลังจากนั้นก็พบจดหมายที่พ่อเขียนทิ้งไว้ ระบุว่า “ลาก่อนลูก หนูดูแลโต๊ะดีๆ นะ พ่อไม่มีอะไรจะให้ รักษาไว้ให้ดีๆ หรือจะขายก็ได้ หนูกับพี่อ๋อมช่วยกันดูอย่าทะเลาะกัน พ่อรักลูกทั้ง 2 คนนะ”

น.ส.สุพิชา เล่าอีกว่า ส่วนสาเหตุนั้นพ่อเคยเล่าให้ฟังหลายครั้งว่า พี่สาวของ น.ส.ดวงกมล พยายามยุให้แม่เลี้ยงเลิกกับพ่อมาหลายครั้งแล้ว ทั้งเรื่องเงินและหลายๆ เรื่อง จนพ่อเคยบ่นว่าเครียดทั้งเรื่องธุรกิจและครอบครัว ที่ถูกพี่สาวของแม่เลี้ยงยุให้เลิกกัน หลังจากได้เห็นจดหมายก็รู้สึกกังวลกลัวพ่อจะฆ่าตัวตาย จึงอยากให้ตำรวจจับตัวมาให้ได้เร็วๆ เพราะเป็นห่วงพ่อ ส่วนเรื่องคดีก็ค่อยว่ากันไปตามกฎหมาย

เบื้องต้นตำรวจจะติดตามตัวนายสิงห์ ที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุมาสอบสวนว่า ก่อเหตุจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป…

ด็กชาย ป.4 เมืองโคราช แอบลักขโมยปืนบิดามาเล่นที่สถานศึกษา ปืนเกิดลั่นเข้ากลางอกเพื่อน

ปืนกำเนิดลั่น (3 มกราคม) เมื่อเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมข้าราชการทหารกองทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางเข้าตรวจตราที่สถานที่เรียนแห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ข้างหลังเกิดเหตุนักเรียนชายถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ

เหตุเกิดบริเวณชั้น 3 ของตึกเรียน 7 ซึ่งเป็นตึกห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษา พื้นฐาน ทราบดีว่า เด็กที่ถูกยิงเป็นเด็กนักเรียนผู้ชายชั้น ป.4/4 มีรอยแผลถูกยิงเข้าที่เข้าทางอกทางขวาลูกกระสุนปืนทะลุข้างหลัง โคม่า

จากการสอบสวนเบื้องต้น รู้ดีว่า นักเรียนผู้ชายผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกัน มีบิดาเป็นทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ส่วนแม่เป็นอาจารย์สอนอยู่สถานที่เรียนแห่งหนึ่งในเมืองจังหวัดโคราชเหมือนกัน

ปืนกำเนิดลั่น เด็กป.4 ถูกเพื่อนยิงอาการโคม่า

โดยบิดาของเด็กผู้ชายเดินทางไปอบรมที่ต่างจังหวัด และเด็กชายได้ลักขโมยอาวุธปืนของบิดามาเล่นที่สถานที่เรียน ก่อนที่จะพกอาวุธปืนออกมาโชว์เล่นกับสหาย รวมทั้งอาวุธปืนกำเนิดลั่นถูกเพื่อนชายร่วมชั้นเรียนได้รับบาดเจ็บร้ายแรงดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว

ดังนี้ ข้าราชการนำตัวเด็กผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลมหาราชจังหวัดโคราช เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว…

ญาติเปิดเผย สามีหลอนทางจิต บีบคอภรรยาดับ

สามีหลอนทางจิต นักข่าว จังหวัดจังหวัดพะเยา กล่าวว่าเกิดเหตุผัวฆ่าเมีย โดยคนก่อเหตุเป็น เจ้าของห้างส่วนจำกัด ศาสตราจารย์รุ่งเรืองอะไหล่ยนต์ จำกัด ตำบลบ่านต๋อม อำเภอเมืองจังหวัดพะเยา ทะเลาะเบาะแว้งกับเมีย ก่อนบีบคอกระทั่งเมียเสียชีวิตรอบๆข้างหลังร้านค้าตัวเอง โดยเครือญาติกำหนด ทั้งคู่ทะเลาะ บาดหมางกันตลอดมา จนถึงเมียหนีไปอยู่กับลูกที่จ.กรุงเทพฯ รวมทั้งกลับมาบ้านตอนวันจันทร์ที่ผ่าน ปัจจุบันทะเลาะกัน ผัวบีบคอเมียจนกระทั่งเสียชีวิต

สามีหลอนทางจิต บีบคอนางศรีคำเสียชีวิต

ตำรวจโรงพักภูธรเมืองจังหวัดพะเยา ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพะเยา ข้าราชการหมอ จากโรงหมอจังหวัดพะเยา จะต้องเข้าทำตรวจพิสูจน์ศพ ของนางศรีคำ แซ่มองม อายุ 59 ปีในบ้านเลขที่ 139 กลุ่ม 15 ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ข้างหลังถูก นายอำนาจสิทธ์ แซ่มองม ซึ่งเป็นผัว อายุ 60 ปี บีบคอกระทั่งทำให้นางศรีคำเสียชีวิต ในบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญอะไหล่ยนต์

นายบุญส่ง เชื้อคำมา ซึ่งเป็นพี่น้องแล้วก็อยู่ใกล้เคียงกัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทั้งคู่ผัวเมียดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นได้มีการทะเลาะวิวาทกันอยู่โดยตลอด จนถึงปัจจุบันนางศรีคำ จำต้องหนีรวมทั้งเดินทางไปพักอยู่กับ…

ชายหนุ่มช่างกล ถูกรถพ่วงขยี้ ร่างเสียชีวิต ดับสยดสยอง

ร่างเสียชีวิต จากในกรณีที่ในโลกอินเตอร์เน็ตได้มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุอุบัติเหตุ ในตอนที่ชายวัยรุ่นคนหนึ่ง อายุโดยประมาณ 19 ปี รู้ตอนหลังเป็นนิสิต ปวส. ปี 1 ได้รับอุบัติเหตุที่บนถนนหนทางสายบายพาสได้รับบาดเจ็บ สายแพร่-น่าน รอบๆหน้าตลาดแม่คำแป๋ง ตำบลท้องนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เมื่อเวลาราวๆ 02.00 น.

เมื่อตกดึกคืนวันที่ 16 มกราคม ก่อนหน้านี้ แล้วถูกรถบรรทุกพ่วงทับซ้ำถึงแก่กรรมคาที่เกิดเหตุ ปัจจุบัน (17 มกราคม) เว็บจังหวัดเชียงใหม่นิวส์ แถลงการณ์ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายธนกร หรือ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อาม เปิ๊ดก๊าส อายุ 22 ปี ชายหนุ่มปฏิบัติงานบริษัท เป็นชาว ตำบลในเมือง อำเภอเมืองแพร่ เผยถึงกรณีดังกล่าวข้างต้นว่า ในขณะที่ตนขับขี่รถมาตามถนนหนทางสายบายพาส เจอชายวัยรุ่นคนหนึ่งนอนอยู่กึ่งกลางถนนหนทาง

ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ล้มตนก็เลยหยุดรถยนต์เข้าช่วยเหลือ แล้วก็ได้โทรศัพท์แจ้งข้าราชการรวมทั้งหน่วยกู้ภัย ปรากฏว่าโทรไม่ติด ก็เลยได้บันทึกคลิปไว้ ระหว่างนั้นได้มีประชากรดี 3-4 คนมาช่วยเหลือ ด้วยการนำถังที่มีไว้เพื่อใส่ขยะมาวางเอาไว้ด้านบนถนนหนทาง เพื่อสัญญาณบอกว่ามีอุบัติเหตุแล้วก็ช่วยเหลือกันส่งสัญญาณโบกรถยนต์ด้วย

ร่างเสียชีวิต ชายวัย19 ปี ประสบอุบัติเหตุ จยย.ล้ม

ปรากฏว่าจู่ๆมีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ วิ่งมาจากทางขาขึ้นมุ่งไปทางจังหวัดกรุงเทพมหานคร มาด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนถังใส่ขยะกระเด็นทำเอาราษฎรดีที่สัญญาณโบกรถยนต์จำต้องกระโจนหนี แล้วรถบรรทุกพ่วงได้ทับผู้บาดเจ็บซ้ำเข้าที่เข้าทางหัว ทำให้เสียชีวิตคาที่ห่างไปราวๆ 50 เมตร

โดย คนขับรถสิบล้อพ่วง ได้หยุดรถยนต์และก็รถยนต์จากรถยนต์เดินทางมองคนตาย แล้วก็อ้างถึงว่า ไม่เห็นเพราะว่ากำลังใช้โทรศัพท์อยู่ แล้วได้รีบเดินไปที่รถยนต์ขับแอบหนีไป ซึ่งรู้ถัดมาตำรวจสกัดจับตัวรถบรรทุกพ่วงคันนี้ไว้ได้แล้ว ดังนี้ ตนได้โพสต์ลงโซเชียลกับเรื่องราวที่ตนเผชิญเหตุมาต่อหน้า ขอแสดงความเศร้าใจกับพี่น้องคนตาย รวมทั้งจะต้องขอประทานโทษกับคำกล่าวและก็รูปภาพที่ลงด้วย เนื่องจากตัวเองพบกับตัวตอนนั้นก็ทำอะไรผิดแบบเดียวกัน…

เหตุเกิด ชายหนุ่มวัย 19 ดับ หน้าเวทีคอนเสิร์ต ถูกกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตี

ชายหนุ่มวัย 19 ดับ เมื่อวานนี้ก่อนหน้าที่ผ่านมา (13 เดือนมกราคม63) เวลาโดยประมาณ 02.00 น. ร้อยตำรวจเอกนวพล เบญมาตย์ รอง สว.(ซักถาม) โรงพักภูธรเมืองมุกดหาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีเหตุยิงกันรอบๆงานกาชาดและก็งานของดี 250 ปี 2563 มีคนได้รับบาดเจ็บรุนแรง 2 ราย ก็เลยรายงานให้ พันตำรวจเอกเกียรติ ทองตรีย์ ผู้กำกับการสภ.เมืองจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจโทณรงค์ สิตาวงษ์ รอง ผกก (สอบปากคำ) รวมทั้งได้ผสานกู้ชีพช่วยเหลือมูลนิธิการบุญจังหวัดมุกดาหาร นำคนบาดเจ็บส่งโรงหมอจังหวัดมุกดาหาร

ตรวจสอบที่ห้องเร่งด่วนโรงหมอจังหวัดมุกดาหาร เจอนายเทวดาประทาน อายุ 17 ปี ถูกยิงรอบๆข้างหลัง และก็นายวัฒนะ อายุ 19 ปี ได้รับบาดเจ็บแถวๆศีรษะ หมอกำลังช่วยเหลือ

ชายหนุ่มวัย 19 ดับ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน

แล้วหลังจากนั้นตำรวจไปตรวจจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสนามข้างหลังศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เจอกองเลือด ปริมาณ 1 กอง ใกล้กันมีอิฐสีส้ม ปริมาณ 1 ก้อน รวมทั้งมีรอยลูกปืนรอบๆต้นไม้ ถัดมาข้าราชการได้รับแจ้งว่า นายวัฒนะ ได้เสียชีวิตแล้ว ก็เลยได้ร่วมกับ แพทย์คณิน วรฉัตราวณิช หมอเวรประจำโรงหมอจังหวัดมุกดาหาร ชันสูตรวินิจฉัยศพ เจอรอยลูกกระสุนเข้ารอบๆแก้มข้างขวา 1 รู รอบๆตาข้างขวา 1 รู หน้าผากบนขนคิ้วขวา 1 รู ยังไม่เคยทราบจำพวกลูกกระสุน และไม่เจอปลอกลูกปืนที่กลุ่มวัยรุ่นใช้สำหรับการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามเพศผู้ก่อเหตุในคราวนี้ มาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป…

ชิงทรัพย์ร้านทองคำ พิษแชร์มั่วชายหนุ่มถูกใส่ความทำให้เสียหาย

เผยแพร่รูปมิจฉาชีพ ชิงทรัพย์ร้านทองคำ ความคืบหน้ากรณีฆาตกร กราดยิงประชากรแล้ว ชิงทองคำ เหตุกำเนิดด้านในห้าง จังหวัดจังหวัดลพบุรี ช่วงวันที่ 9 ม.ค.ก่อนหน้านี้ วันหลังมีการเปิดเผยภาพชายผู้ก่อเรื่อง แล้วก็มีการตั้งข้อคิดเห็นว่าฆาตกรบางทีอาจเป็นคนภายในชุดแต่งกาย เหตุเพราะมีความเชี่ยวชาญสำหรับในการใช้อาวุธปืน ยิ่งไปกว่านี้ยังมีการเดาว่าคนก่อเหตุบางทีอาจเป็นนักมวยที่เคยมีประวัติก่อความร้ายแรง

ตอนหลังมีการเผยแพร่รูปถ่ายบริเวณใบหน้าของชายคนหนึ่ง พร้อมบอกชื่อ รวมทั้งชื่อสกุล ผ่านโซเชียลมีเดียออนไลน์ และก็กล่าวร้ายว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อเจ้าตัว

ปัจจุบันแฟนเพจ Red Skull-addict ได้ช่วยโฆษณา และก็แจกแจงให้ราษฎรรู้ดีว่า ชายคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวไม่ใช่คนร้ายดังที่มีบางเพจนำภาพไปเผยแพร่ พื้นฐานชายคนนี้ได้ลงบันทึกทุกวันไว้เป็นหลักฐาน ข้างหลังถูกยัดเยียดข้อหาว่าเป็นผู้ร้าย

เผยแพร่รูปมิจฉาชีพ  โฆษณาไม่เป็นความจริง

ระหว่างที่เจ้าตัวเผยออกมาว่าในอดีตกาลเคยทำผิดพลาดจริง แต่ว่าก็ต้องโทษชดเชยในสิ่งที่ทำไปแล้ว เดี๋ยวนี้กลับมาดำเนินชีวิตตามเดิม หางานทำ รวมทั้งกำลังเรียนหนังสือ การเช็ดกกล่าวหาผ่านสังคมออนไลน์ในคราวนี้ ทำให้ตำรวจบุกมาตรวจหาที่บ้าน ซึ่งบางทีอาจมีผลกระทบเฉพาะหน้าที่งานการ แล้วก็สถานะการเป็นนิสิต

ก็เลยอ้อนวอนให้ หยุดแชร์ภาพ รวมทั้งยัดเยียดข้อหา เนื่องจากว่ากรณีดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นความจริง ตอนที่พลตำรวจตรีณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ให้สัมภาษณ์การันตีกับสื่อมวลชนว่า บัดนี้ยังไม่มีการเข้าจับกุมฆาตกร วอนผู้ที่ติดตามข้อมูลในเครือข่ายสังคม เพิ่มความระแวดระวัง เนื่องจากอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดี สร้างข่าวสารเลียนแบบเพื่อปั่นกระแสได้…

พริตตี้สาว ลัลลาเบล พบ ร่องรอย-สารคัดหลั่ง ส่อถูกล่วงละเมิด

พริตตี้สาว ลัลลาเบล พบ ร่องรอย-สารคัดหลั่ง ส่อถูกล่วงละเมิด

พริตตี้สาว ลัลลาเบล พบ ร่องรอย-สารคัดหลั่ง ส่อถูกล่วงละเมิด

ผลตรวจเบื้องต้น ศพพริตตี้สาว ลัลลาเบล พบร่องรอยและสารคัดหลั่งในช่องคลอด กำลังตรวจสอบว่าเป็นสารคัดหลั่งของผู้ใด บาคาร่า

พริตตี้สาว

เวลา 14.30 น. วันที่ 18 ก.ย. ภายหลัง นายชัยพล พรรณา อายุ 29 ปี เจ้าของปาร์ตี้ย่านบางบัวทอง ก่อนที่พริตตี้สาว “ลัลลาเบล” ที่ถูกจ้างไปชงเหล้า จะเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล โดยยืนยันว่า ภายในงานไม่มียาเสพติดหรือสารอันตรายอื่นๆ เป็นเพียงการจ้างน้องเบลให้มาเอนเตอร์เทนชงเหล้าเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ล่าสุด ผลการตรวจชันสูตรศพน้องเบล เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจพบ ร่องรอยฉีกขาด มีสารคัดหลั่งตกค้างในช่องคลอด อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นสารคัดหลั่งของผู้ใด ส่วนสาเหตุแห่งการตายเวลานี้ยังระบุได้เพียงเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเเละมีภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลพิสูจน์สารพิษ สารเคมี อาหาร และอื่นๆ ในระบบการย่อยภายในร่างกายมาประกอบอีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้ระยะเวลานานประมาณ 15-45 วัน จึงจะทราบผล ส่วนหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดจากบ้านที่มีการจัดปาร์ตี้นั้น สามารถบันทึกภาพ นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น นายแบบหนุ่ม อุ้มร่างอันหมดสติของ น้องเบล ออกจากตัวบ้านไปขึ้นรถได้ในระยะไกล แสดงให้เห็นว่าผู้ตายไม่มีสติตั้งแต่ถูกนำตัวออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมภาพเพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนต่อไป.…

ฝนตกถนนลื่น ปิคอัพเสียหลักพุ่งชนร้านแก๊ส ปิดถนนเคลียร์แก๊สรั่ว

ฝนตกถนนลื่น ปิคอัพเสียหลักพุ่งชนร้านแก๊ส ปิดถนนเคลียร์แก๊สรั่ว

ฝนตกถนนลื่น ปิคอัพเสียหลักพุ่งชนร้านแก๊ส ปิดถนนเคลียร์แก๊สรั่ว

ฝนตกถนนลื่น

เกิดเหตุระทึก เมื่อ 2 หนุ่มซิ่งกระบะเจอพื้นถนนลื่นเพราะฝนตก หลุดโค้งพุ่งเข้าชนร้านขายส่งแก๊ส ในพื้นที่ ต.บ้านสวน จ.ชลบุรี ตำรวจต้องปิดถนนเพื่อป้องกันแก๊สระเบิด บาคาร่า

เมื่อกลางดึกวันที่ 16 ก.ย.2562 เจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรม ได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะพุ่งชนร้านขายส่งแก๊ส ชื่อร้านรุ่งเรืองแก๊ส เลขที่ 74/3 หมู่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน งน 1142 ชลบุรี สภาพด้านหน้ารถพุ่งชนเข้าไปในร้าน ถังแก๊สล้มระเนระนาด มีกลิ่นแก๊สพวยพุ่งออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปิดถนนไม่ให้รถวิ่งผ่าน พร้อมแจ้งไปยังเทศบาลเมืองบ้านสวน ให้นำรถดับเพลิงมาจำนวน 2 คัน ช่วยฉีดน้ำเลี้ยงอากาศ เพื่อป้องกันแก๊สระเบิด ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จึงเข้าไปตรวจสอบด้านใน ทำการปิดวาล์วแก๊สที่รั่ว โดยเหตุครั้งนี้มี นายประทีป ดาศรี อายุ 30 ปี คนขับรถกระบะ ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก และใบหน้าฉีกขาด เลือดนองใบหน้า

ฝนตกถนนลื่น
สอบถาม นายบุญสม เฟื่องพูนทรัพย์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้านแก๊ส กล่าวว่า กำลังนอนดูทีวี ได้ยินเสียงดังโครม และเสียงถังแก๊สล้ม จึงรีบวิ่งออกมาดู ก็พบว่ารถกระบะพุ่งชนเข้าร้านแล้ว จึงรีบแจ้ง 191 มาตรวจสอบ

สอบถาม นายเอ (นามสมมติ) เพื่อนนายประทีปที่นั่งรถกระบะมาด้วยกัน กล่าวว่า ถนนมันลื่น พอขับมาตีโค้งเข้าเมือง รถเสียหลักหมุนพุ่งชนร้านแก๊สดังกล่าว สอบถามว่าเมาหรือเปล่า นายเออึกอักไม่ยอมตอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้คุมตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.…

หนุ่มขับกระบะมารับแฟนสาวพยาบาล ออกเวรเที่ยงคืน ชนเสาไฟฟ้ารถพังยับ

หนุ่มขับกระบะมารับแฟนสาวพยาบาล ออกเวรเที่ยงคืน ชนเสาไฟฟ้ารถพังยับ

หนุ่มขับกระบะมารับแฟนสาวพยาบาล ออกเวรเที่ยงคืน ชนเสาไฟฟ้ารถพังยับ

หนุ่มขับกระบะมารับแฟนสาวพยาบาล

หนุ่มสวนผึ้งขับกระบะมารับแฟนสาวพยาบาลที่จะออกเวรตอนเที่ยงคืน ระหว่างทางรถเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงอย่างแรง สภาพรถพังยับกลายเป็นเศษเหล็ก แทบขาดออกเป็นสองท่อน เจ้าตัวอาการสาหัส

เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 15 ก.ย.62 ร.ต.อ.กิจจา คุ้มแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บริเวณหน้าโรงพยาบาลเอกชัย หมู่ที่ 4 ถนนเอกชัย ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร บาคาร่า

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ สีดำ ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นโคโลราโด หมายเลขทะเบียน กพ 2109 นครปฐม สภาพหน้ารถพังเสียหายจนกลายเป็นเศษเหล็ก ส่วนตรงกลางของรถฟาดกับเสาไฟฟ้าอย่างแรง จนรถแทบขาดออกเป็นสองท่อน และยังพบว่ามีไฟลุกไหม้ด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ ได้ใช้ถังดับเพลิงมาฉีดสกัดไว้ได้ทัน ทำให้มีเอกสารบางส่วนได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากการถูกไฟไหม้ โชคดีที่รถไม่ระเบิด

ขณะที่ผู้บาดเจ็บมี 1 ราย อาการสาหัส เป็นคนขับรถ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลเอกชัย ได้มาให้การช่วยเหลือส่งเข้ารับการรักษาตัวไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง ทราบชื่อต่อมาคือ นายกฤษฎา มาเปีย อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ที่ 8 ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหาย อาทิ เสาไฟฟ้าแรงสูง, ป้ายไฟของโรงพยาบาลฯ, กระจกประตูของศูนย์ฟิตเนสที่อยู่ติดกับโรงพยาบาล แตก 1 บาน, รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโครงเหล็กที่ใช้เป็นหลังคากันแดดอีก 1 หลัง

จากการสอบถามแฟนสาวของผู้บาดเจ็บ ที่เดินทางมาเก็บเอกสารและทรัพย์สินภายในรถ ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจบอกเพียงสั้นๆ ว่า ตนทำงานเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลสมุทรสาคร โดยผู้บาดเจ็บนั้นขับรถมารับตนที่จะออกเวรตอนเที่ยงคืนเป็นประจำทุกวัน แต่วันนี้เกิดมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบถามแล้วไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป.…

กระทืบจนรับสารภาพ ฆ่าขืนใจเมียเพื่อน ก่อนบีบคอจับกดน้ำจนตายคามือ

กระทืบจนรับสารภาพ ฆ่าขืนใจเมียเพื่อน ก่อนบีบคอจับกดน้ำจนตายคามือ

กระทืบจนรับสารภาพ ฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

กระทืบจนรับสารภาพ

ฆ่าสาวแม่ลูกอ่อนวัย 18 ปี สุดอำมหิต ฝีมือทาสยาเสพติดเพื่อนผัววางแผนลวงออกจากบ้าน หลังก่อเหตุกลับบ้านไปนอนกับเมียเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ญาติตามหาข้ามวันกว่าจะพบเป็นศพในซอยเปลี่ยว ตามตัวมาสอบถามเพราะอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย หมดทางแก้ตัว สารภาพสิ้นไส้ ข่มขืนก่อนบีบคอจับกดน้ำจนตายคามือ ญาติสุดทนรุมประชาทัณฑ์เละ ต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาล

เหตุข่มขืนฆ่าโหดรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ร.ต.ท.จิรายุ เฉิดฉาย รอง สว. (สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวหมกพงหญ้าภายในซอยสุวินทวงศ์ 24 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. รายงานผู้บังคับบัญชาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตร. และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู  บาคาร่า

ที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยวลึกจากปากซอยประมาณ 500 เมตร พบศพหญิงสาวสวมชุดนอนลายเป็ดสีเหลือง สภาพนอนคว่ำศีรษะจมอยู่ในน้ำบริเวณป่ากกสุดซอย ญาติผู้ตายและชาวบ้านในละแวกดังกล่าวยืนมุงดูจำนวนมาก เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน ทราบชื่อนายยุติพงษ์ สุขเจริญ อายุ 22 ปี มีบาดแผลปูดบวมบริเวณใบหน้าและศีรษะจากการถูกรุมประชาทัณฑ์จนสลบไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลก่อนนำส่งรักษาตัว รพ.นพรัตนราชธานี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามควบคุมตัวอย่างใกล้ชิด

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นแม่ลูกอ่อน อายุ 18 ปี หายออกจากบ้านไปตั้งแต่เวลา 04.00 น.วันที่ 12 ก.ย. มีนายยุติพงษ์เพื่อนของสามีผู้ตายเข้ามาหาที่บ้าน อ้างว่าสามีผู้ตายเมาไม่ได้สติอยู่ที่ปั๊มน้ำมันพีที ริมถนนสุวินทวงศ์ จะพาไปช่วยเอาตัวกลับบ้าน ต่อมาเวลา 05.00 น. นายยุติพงษ์โทรศัพท์ไปบอกสามีผู้ตายทำงานอยู่ที่ร้านติดฟิล์มรถยนต์ว่า ถูกทำร้ายร่างกายจนรถล้มอยู่ภายในซอยสุวินทวงศ์ 24 ขอให้มาช่วย เมื่อสามีผู้ตายเดินทางมาถึงเห็นนายยุติพงษ์ถูกรถ จยย.ทับอยู่เนื้อตัวเปียกปอน อ้างว่าผู้ตายวิ่งหนีเข้าไปในซอย เมื่อสามีผู้ตายไปตามหาพบแต่รองเท้าแตะตกอยู่เพียงข้างเดียว แต่ไม่พบตัวผู้ตาย

กระทั่งช่วงเช้าญาติช่วยกันตามหาอีกรอบ รวมทั้งพยายามติดต่อทางโซเชียลและโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ตลอดทั้งวัน กระทั่งเวลา 23.00 น.ญาติกลับมาตามหาภายในซอยสุวินทวงศ์ 24 อีกครั้ง เห็นแมวดำเดินเข้าไปในพงหญ้าข้างทางห่างจากถนน 10 เมตร ตัดสินใจเข้าไปดูพบศพผู้ตายจมอยู่ในน้ำรีบแจ้งตำรวจ ญาติเชื่อว่าผู้ก่อเหตุคือ นายยุติพงษ์ที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย ไปหาตัวที่บ้านย่านเสรีไทย ขณะนั้นนายยุติพงษ์นอนอยู่กับภรรยา คาดคั้นสอบถามก่อนนายยุติพงษ์ที่พูดจาวกวนคล้ายคนเมายาเสพติดหลุดปากว่า “ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ” รับว่าร่วมกับเพื่อน 4-5 คนรุมทำร้ายผู้ตายก่อนนำศพมาทิ้งอำพรางคดี ญาติพาตัวนายยุติพงษ์มายังที่เกิดเหตุ ก่อนถูกชาวบ้านและญาติรุมประชาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและศีรษะ

ที่ สน.มีนบุรี เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี เผยอีกว่า พยานหลักฐานที่ชุดสืบสวนตรวจสอบในพื้นที่รวมถึงบ้านนายยุติพงษ์ผู้ต้องสงสัย พบโทรศัพท์ของเหยื่อที่ถูกฆาตกรรม และยังพบเสื้อผ้าที่ผู้ต้องสงสัยใส่วันเกิดเหตุ ประกอบกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิดมีน้ำหนักเพียงพอขออำนาจศาลอาญามีนบุรีออกหมายจับ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อหาปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ และข้อหาเสพยาเสพติด เนื่องจากผลการตรวจปัสสาวะพบฉี่ม่วง ส่วนข้อหาอื่นโดยเฉพาะข้อหาข่มขืนยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวชก่อน ส่วนประเด็นที่นายยุติพงษ์ให้การว่า มีคนร่วมกระทำการ 4-5 คน ตอนนี้ยังไม่พบหลักฐานตามที่อ้าง เมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้วจะนำหมายศาลไปควบคุมตัวนายยุติพงษ์ที่ รพ.นพรัตนราชธานี

“จากการสอบปากคำเบื้องต้น ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งโดยเฉพาะเรื่องชู้สาว เนื่องจากสืบสวนทราบว่านายยุติพงษ์สนิทสนมและแอบชอบผู้ตายมาก่อน ทั้งหมดเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน วันเกิดเหตุนายยุติพงษ์และสามีผู้เสียชีวิตนั่งดื่มกินอยู่ด้วยกัน จากนั้นนายยุติพงษ์บอกกับสามีผู้ตายว่า จะไปข้างนอก แต่นายยุติพงษ์ไปหลอกให้ผู้ตายออกมารับสามีที่อ้างว่าเมาไม่ได้สติ ก่อนลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังพบว่านายยุติพงษ์เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดมาก่อน” พ.ต.อ.คมกฤษณ์กล่าว

ต่อมา พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าผู้ตาย ลวงผู้ตายว่าให้ไปรับสามีก่อนขี่รถ จยย.เลี้ยวเข้าไปภายในซอยเกิดเหตุ ลงมือก่อเหตุข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนบีบคอและจับหัวผู้ตายกดน้ำจนเสียชีวิต หลังจากนี้จะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อหาลักทรัพย์ และข้อหาปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ ส่วนข้อหาข่มขืนกระทำชำเราขณะนี้มีเพียงคำให้การผู้ต้องหา ต้องรอผลตรวจชันสูตรพลิกศพมาประกอบสำนวน ก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมภายหลัง อาการผู้ต้องหาถามตอบได้ ใบหน้าปูดบวมเขียวช้ำตาปิด

เย็นวันเดียวกันศาลอาญามีนบุรีอนุมัติหมายจับนายยุติพงษ์ สุขเจริญ อายุ 22 ปี เลขที่ จ 613/2562 ลงวันที่ 13 ก.ย.2562 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย

พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ในส่วนผู้ต้องหาตอนนี้ยังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี อยู่ระหว่างการประเมินของแพทย์เฉพาะทางด้านสมอง วันที่ 14 ก.ย. เวลาประมาณ 10.00 …