ได้ตัวแล้ว “เล่นเซ็กทอย” ที่สาธารณะ เรียกสาว สอบ ด่วน

เรียกสาว สอบ ด่วน “เล่นเซ็กทอย” ที่สาธารณะ

เรียกสาว สอบ ด่วน   …วันที่ 20 เม.ย.2563 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก ปอท. กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์คลิปชาย

หญิงคู่หนึ่งนำอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย เซ็กทอย มาเล่นในที่สาธารณะ แล้วนำมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลต่างๆ ซึ่งมีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ว่า ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้ดำเนินการ

สืบสวนติดตาม ตอนนี้ทราบตัวบุคคลดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้จากการตรวจสอบบัญชีส่วนตัวของหญิงสาวรายนี้ พบว่ามักจะมีพฤติกรรมชอบใช้อุปกรณ์ทางเพศคล้ายกับคลิปที่ปรากฏล่าสุด และจะมีการเชิญตัวมาสอบถามเร็วๆนี้

เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลลามกอนาจารสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ซวยซ้ำซ้อน ผัวเมียภูเก็ต รักษาโควิดหาย กลับบ้าน โดนยกเค้าเกลี้ยง ไม่เหลืออะไรเรย !!!

ซวยซ้ำซ้อน ผัวเมียภูเก็ต โดนยกเค้าเกลี้ยง

ซวยซ้ำซ้อน ผัวเมียภูเก็ต  …ผู้สื่อข่าวช่องดัง รายงานว่า พ.ต.อ.พีรชาติ ป้อมบุญมี ผกก.สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภณัฐ ศตะกูรมะ รอง ผกก.สส. และพ.ต.ท.รัษฎา กลึงวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) ได้เรียก

ประชุมชุดสืบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน หมู่ 5 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง หลังจากคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์บ้านพักของผู้เสียหายที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากติดเชื้อ

ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั้งครอบครัว จนกระทั่งหายกลับมาเป็นเป็นปกติและได้กลับมายังบ้านพัก เมื่อช่วงสายวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนพบว่ามีทรัพย์สินหลายรายการสูญหายไป เช่น สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง

1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น แหวนทองคำหนัก 1 สลึง 1 วง สร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 สลึงอีก 4 เส้น เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง มูลค่ากว่า 1 แสนบาท

ทั้งนี้จากการสอบถาม น.ส.แดง (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ผู้เสียหายทราบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ถลาง ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนสามีติดเชื้อเช่นเดียวกัน และได้เข้ารับการรักษาตัว

ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงได้ปิดบ้านหลังดังกล่าวไว้ เนื่องจากไม่มีใครพักอาศัย กระทั่งต่อมาได้รักษาตัวจนหาย และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จึงเดินทางกลับมาที่บ้านพักเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 เม.ย. ก่อน

พบร่องรอยงัดแงะ และมีการถูกรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน ตรวจสอบพบมีทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล เข้าตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจเข้ามาลงมือก่อเหตุ ระหว่างวันที่ 17-18 เม.ย. ซึ่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ตได้เข้าเก็บลายนิ้วมือแฝง เพื่อตรวจสอบคนร้ายแล้ว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสืบสวน

สอบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

สาวถูกแฟนหนุ่มทำร้าย เลือดอาบหน้า ตาเกือบแตก ศึกแม่ผัวลูกสะใภ้

สาวถูกแฟนหนุ่มทำร้าย  หน้าแหก

สาวถูกแฟนหนุ่มทำร้าย   .. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังซอยตึกน้ำ พบกับนางสาว น.ส.ตันหยง อายุ 24 ปี จึงได้นำรูปและหลักฐานการตรวจร่องรอยบาดแผลที่ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลเอกชล 2

สอบถามนางสาวตันหยงเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 18.30 น.วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ได้ถูกนายณรงค์ อายุ 28 ปี สามีทำร้ายโดยใช้มือชกเข้าที่บริเวณใบหน้าหลายครั้ง จนทำให้ใต้ตาขวาฉีกขาดและใบหน้าช้ำบวม โดยมีสาเหตุมาจากการที่ตนกับแม่ของนายณรงค์ไม่ค่อยลงรอยกันและมีปากเสียงกันบ่อยครั้งไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ถูกใจอยู่ตลอด จนมีการขอแยกทางกันและตนจะขอเอาลูกไปเลี้ยงเอง แต่ทางแม่ของสามีก็ไม่ตกลงจึงมาปากเสียงกันอีกครั้งเรื่องแย่งลูกกัน ก่อนสามีตนจะปรี่เข้ามาชกที่ใบหน้าโดยที่ตนไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ใบหน้าแตกตรงเบ้าตา แม่ของสามีก็ไม่ได้เข้ามาห้ามแต่อย่างใดแถมยังทำท่าเหมือนสะใจอีกต่างหาก ซึ่งตนก็ไม่ยอมจะดำเนินการให้ถึงที่สุด

และหลังจากนี้คงต้องแยกทางกันแบบเด็ดขาดจึงได้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีนายณรงค์ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ น.ส.ตันหยงยังได้มอบใบรับรองแพทย์ เพื่อเป็นเอกสารประกอบในสำนวนคดีอีกด้วย

น.ส.ตันหยง กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากแม่ของนายณรงค์ไล่ตนออกจากบ้าน แต่ไม่ให้นำลูกชาย 2 คน ไปด้วย คนโตอายุ 5 ขวบ เป็นลูกติดจากสามีเก่า และคนเล็ก อายุ 3 ขวบ เป็นลูกของนายณรงค์

ทางด้าน นางสาวเนตรดาว อายุ 46 ปี แม่ของ น.ส.ตันหยง กล่าวว่า ตนทำใจไม่ได้ ที่ลูกสาวถูกกระทำอย่างนี้ เหมือนกับลูกสาวของตนไม่มีพ่อไม่มีแม่ ทั้งที่ตนก็เคยสอนลูกให้อดทนเพราะกลัวหลานไม่มีพ่อ แต่พอมาถูกกระทำแบบนี้ตนก็รับไม่ได้ตนคงต้องให้ลูกสาวเลิกกับพ่อของลูกแบบเด็ดขาด เพราะทำแบบนี้มันเกินไปขนาดตนยังไม่เคยตีลูกขนาดนี้เลย ตนก็ไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดและให้แยกทางกันเด็ดขาด จึงได้พาลูกสาวมาแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศิวกร จันทะเมนชัย สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี เพื่อจะดำเนินการกับนายณรงค์ เพื่อจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นางสาวตันหยงเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรักษาตัวก่อนที่จะสอบสวนต่อ เนื่องจากเลือดไหลไม่หยุด จึงได้ให้ไปทำการรักษาก่อน…

จับแล้ว หนุ่มใจบาป ขโมยเงินเยีบวยา โควิด 19 ลุงขายเฉาก๊วย

หนุ่มใจบาป ขโมยเงินเยีบวยา โควิด 19

หนุ่มใจบาป ขโมยเงินเยีบวยา โควิด 19   จากกรณีนายบุญใหล มอมขุนทด วัย 71 ปี ลุงที่ขายเฉาก๊วย ไปเบิกเงินช่วยเหลือเยียวยาโควิด 19 จากรัฐบาล ที่ตู้เอทีเอ็ม โดยให้นายพัฒนา รัปชัย อายุ 21 ปี เป็นคนดำเนินการให้ แต่นายพัฒนากลับบอกลุงว่า รัฐให้เงินมาแค่ 1,000 บาทเอง แล้วตัวเองแอบเอาส่วนที่เหลือไป 4,000 บาท เพราะลุงนั้นอ่านหนังสือไม่ออก เมื่อได้ 1,000 บาท ก็ดีใจแล้ว พอมารู้ทีหลังว่าถูกโกงไป 4,000 บาท เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 เม.ย.) จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากช่อง โดยมีภาพจากภาพวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อ สาขา กม. 4 ถนนธนะรัชต์ ทางเข้าเขาใหญ่ ได้เผยภาพคนร้ายเป็นหลักฐานมัดตัว

ในช่วงสายวันนี้ พ.ต.อ.มานพ ภุชชงค์ ผกก.สภ.ปากช่อง สั่งชุดสายสืบไปจับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีจากบ้าน ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยนายพัฒนา ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ทีแรกตอนลงทะเบียนให้ลุง ไม่คิดจะเอาเงินของลุง แต่พอมาเบิกเงินเมื่อวานนี้ ครอบครัวตนเดือดร้อน เอารถไปซ่อมไม่มีเงินจ่าย จึงมีอารมณ์ชั่ววูบเอาเงินของลุงไปใช้ ในวันนี้ตั้งใจจะหาเงินจากญาติพี่น้องมาคืนให้ลุง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับมาก่อน

ด้าน ผกก.สภ.ปากช่อง กล่าวว่า ถึงแม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพ และแจ้งว่าจะคืนเงินให้ลุง แต่เนื่องจากความผิดสำเร็จแล้ว ต้องดำเนินคดี และนโยบายนี้ เป็นนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากการซ้ำเติมความทุกข์ของประชาชน รีบส่งฟ้องศาลด้วยวาจา ข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งยอมความไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งฟ้องศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) บ่ายนี้ ก็ต้องรอดูว่าศาลจะตัดสินอย่างไร.…

เสี่ยยอด เจ้าของร้านชุดกีฬา ตายปริศนา คาเก้าอี้ “เสี่ยยอด” ที่เคยยิงปืน 40 นัด

เสี่ยยอด เจ้าของร้านชุดกีฬา “เสี่ยยอด” ที่เคยยิงปืน 40 นัด

เสี่ยยอด เจ้าของร้านชุดกีฬา   เวลา 10.30 น. วันที่ 13 เม.ย. พ.ต.ต.ไมตรี ธิมา สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในอาคารพาณิชย์เลขที่ 925 ซอยจุฬาฯ 10 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ปลูกติดกันหลายหลัง ความสูง 2 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่ายเสื้อผ้ากีฬาและอุปกรณ์กีฬาต่างๆ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจากประตูด้านหลังอาคารพาณิชย์เลขที่ 925 พบศพนายเอกชัย จารึกศิลป์ หรือเสี่ยยอด อายุ 48 ปี เจ้าของร้านเสียชีวิต อยู่ในสภาพนอนหงายเอนอยู่บนเก้าอี้ทำงาน สวมเสื้อกล้ามกีฬาสีเทา กางเกงขาสั้นกีฬาสีเหลือง ตัวซีด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง พบยารักษาโรคและเครื่องวัดความดัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบภายในอาคารไม่พบร่องรอยการรื้อค้นหรือการต่อสู้แต่อย่างใด

จากการสอบปากคำพยานแวดล้อม ให้การว่าก่อนหน้าเกิดเหตุเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ผู้ตายได้โทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อสอบถามอาการของตนเองว่าควรจะรักษาตัวอย่างไร เนื่องจากผู้ตายมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันต่ำ และในช่วงเช้าวันนี้ได้โทรศัพท์เพื่อนัดเพื่อนให้มารับเพื่อไปหาแฟนที่ จ.ชัยภูมิ ในเวลา 09.00 น. และไปรายงานตัวที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่ 15 เม.ย.ที่จะถึงนี้

เมื่อเพื่อนมาถึงบ้านและโทรศัพท์เข้าไปหาผู้ตายแต่ไม่มีใครรับ จึงวิ่งไปบอกเพื่อนบ้านใกล้เคียงให้เคาะเรียกแต่ไม่มีใครเปิดจึงปีนเข้าไปตรวจสอบและพบว่านายเอกชัยเสียชีวิตในสภาพดังกล่าวแล้ว ซึ่งปกตินายเอกชัยมีโรคประจำตัวและชอบเก็บตัวอยู่ในบ้านอยู่ตามลำพัง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้เสียชีวิตนั้นเกิดจากโรคประจำตัว โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากระบบหัวใจและโลหิตไหลเวียนล้มเหลว อย่างไรก็ตามจะทำการสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงผลการชันสูตรจากนิติเวชรพ.ตำรวจ อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับนายเอกชัย หรือเสี่ยยอด จารึกศิลป์ เคยก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกยิงกว่า 40 นัด ภายในอาคารพาณิชย์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา และเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน พร้อมของกลางเป็นปืนพกจำนวน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นภรรยาของนายเอกชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวจำนวน 350,000 บาท ก่อนจะพบเสียชีวิตดังกล่าว…

6 โจ๋ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ขโมยของกลางในสถานีตำรวจ

6 โจ๋ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก่อเหตุขโมย ในสถานีตำรวจ

6 โจ๋ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย    ..เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 เม.ย.63 ที่ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธีรวุฒิ แสงมณี ผกก.สภ.ท่าเรือ พร้อมชุดสืบสวน ควบคุมตัวแก๊งวัยรุ่น

จำนวน 6 ราย พบเป็นเยาวชน 4 ราย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยไป โดยทั้งหมดก่อเหตุร่วมกันลักทรัพย์ของกลางในสถานีตำรวจภูธรท่าเรือ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุม นายศุภกิจ คันธกลิ่น อายุ 19 ปี ชาวอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี, นายชัชวาล รำมะณา อายุ 19 ปี ชาวอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี และผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอีก 4 ราย

พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุทั้งหมด 5 คัน รถของกลางที่ลักขโมยไปอีก 4 คัน และอะไหล่รถจักรยานยนต์อีกจำนวนหนึ่ง

จากนั้นนำไปชี้จุดที่คนร้ายก่อเหตุบริเวณที่เก็บของกลางรถจักรยานยนต์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดจากการกระทำความผิดของคนร้าย และรถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดตาม พ.ร.บ.มาตรการคดียาเสพติด นายศุภกิจ และนาย

ชัชวาล พร้อมเพื่อนได้อ้อมเข้ามาด้านข้างของสถานีตำรวจภูธรท่าเรือ ปีนรั้วซึ่งมีความสูงประมาณ 1.50 เมตร แล้วช่วยกันยกรถจักรยานยนต์ข้ามที่เก็บของกลาง แล้วอ้อมออกด้านหลัง ลัดเลาะไปตามรางรถไฟหลบหนีไป

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ จับกุมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ เนื่องจากรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ด้วยความอยากจะได้รถจักรยานยนต์คืน จึงได้ร่วมกันเข้ามาก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์

ในที่เก็บของกลางที่อยู่ใกล้กับรางรถไฟ เมื่อกลางดึกวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา โดยตัดไฟบริเวณที่เก็บของกลางก่อน แล้วปีนข้ามรั้วเข้าไป อาศัยช่วงจังหวะเสียงดังขณะขบวนรถไฟวิ่งผ่าน ช่วยกันยกรถจักรยานยนต์ออก

มาและหลบหนีไป ต่อมาได้ย้อนกลับมาก่อเหตุหลายครั้ง แบบวันเว้นวัน จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด

พ.ต.อ.ธีรวุฒิ แสงมณี ผกก.สภ.ท่าเรือ กล่าวว่า ตนเองเห็นว่ารถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดมามีจำนวนหลายคัน จึงได้ให้สำรวจรถจักรยานยนต์คันใดสิ้นสุดคดีความบ้าง เพื่อต้องการจัดระเบียบให้เรียบร้อย กระทั่งพบว่ามีรถ

จักรยานยนต์หายไปจำนวนหลายคัน ก่อนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง ซึ่งการก่อเหตุเป็นการก่อเหตุต่างกรรมต่างวาระกัน จึงได้ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา

ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาเอาทรัพย์นั้นไป

หรือเพื่อไปให้พ้นจากการจับกุม หรือรับของโจรและร่วมกันทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินอันเจ้าพนักงานได้ยึดรักษาไว้ และซ่องโจร.…

ผู้ใหญ่บ้าน ใจอำมหิต ใช้อาวุธปืน ยิงพระและลูกบ้าน ดับอนาถ

ผู้ใหญ่บ้าน ใจอำมหิต ยิงดับ พระและลูกบ้าน ฝ่าฝืน เคอร์ฟิว

ผู้ใหญ่บ้าน ใจอำมหิต  ..เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 7 เม.ย.63 นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ ได้รับแจ้งจากนายทัศน์พล ทิพย์ศักดิ์ กำนันตำบลสมอทอง ว่ามีเหตุยิงกันตายบริเวณถนนสายเลียบเขาเพ-ลา ทางเข้า

สำนักสงฆ์เขาเพ-ลา หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จึงรีบตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ฐิติวัชร์ สุฐิติวนิช ผกก.สภ.ท่าชนะ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุพบศพ พระชลธาร ถาวโร หัวหน้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ลำตัว นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณสวนยางพาราข้างทางสภาพนอนคว่ำหน้า และยังมีผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งรายทราบชื่อ นายชัยสิทธิ์

อินทสุต ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกัน สภาพนอนหงายอยู่บนท้ายรถกระบะมีมีดตกอยู่ข้างตัว 1 เล่ม และยังพบอาวุธปืนสั้นตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 กระบอกเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวอยู่ในที่

เกิดเหตุคือนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมอาวุธปืนลูกซองที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลสมอทอง รับแจ้งว่ามีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 2) ออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. โดยไม่เหตุอันจำเป็น และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลสมอทอง จึงรีบตรวจสอบพร้อมนายปัญญาภรณ์ วัฒนปราโมทย์ ปลัดอำเภอ พร้อมด้วยชุดเคลื่อนที่เร็ว อำเภอท่าชนะจำนวน 14 นาย และได้ควบคุมตัวนายชัยสิทธิ์ อินทสุต และพระชลธาร ถาวโร หัวหน้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา พร้อมรถยนต์กระบะ 3 คัน และอุปกรณ์จับผึ้งอีกจำนวนหนึ่ง โดยนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ควบคุมตัวทั้งคู่ไว้ และขณะที่นายปัญญาภรณ์ วัฒนปราโมทย์ รายงานทางโทรศัพท์ให้นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ ทราบ ได้มีเสียงปืนดังขึ้นบริเวณที่นายมานพ โกปิน กับพวก ควบคุมผู้กระทำความผิด จึงรีบวิ่งไปดูพบว่านายชัยสิทธิ์ และพระชลธาร ถาวโร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต โดยนายมานพ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง เป็นผู้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้ตาย ทั้งคู่

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายมานพ ให้การในที่เกิดเหตุว่า ในระหว่างควบคุมตัวนั้นพระชลธาร ได้ชักปืนพกออกมาจากตัว และนายชัยสิทธิ์ คว้ามีดออกมาเพื่อจะทำร้ายตนเอง จึงได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ทั้งคู่จนเสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.…

จบไม่สวย ศึกแฟนเก่า ทะเลาะกันบานปลาย จบชีวิตด้วย “น้ำผึ้งหยดเดียว”

จบไม่สวย ศึกแฟนเก่า เหตุหึงหวง ทำเพื่อนร่วมแก๊งตาย 2ศพ

จบไม่สวย ศึกแฟนเก่า ทะเลาะเหตุหึงหวง  เมื่อเวลา 20.10 น. (6 เมษายน 2563) ร.ต.อ.สฤษศ์ ทรีคสุข ร้อยเวร สภ.หนองปลิง ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน จนมีมีผู้เสียชีวิตถึง 2 ศพ บริเวณลานกว้างที่ตั้งตลาดนัดก่อนข้ามทาง

รถไฟ พื้นที่ ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมทีมแพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ แล้วเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครสวรรค์

ที่เกิดเหตุ พบ มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นชาย 2 ราย นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ที่ด้านหน้าร้านขายข้างแกงปักใต้ ในสภาพทั้งคู่มีรอยบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายศุภวัฒน์ ฉายา หน่อยหน้า

ขาว อายุ 36 ปี ถูกยิงที่หน้าอกขวา และนายสาทิต อายุ 32 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ โดยพบว่ามีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่รอดชีวิตอีก 1 ราย คือ น.ส.ณิชนันท์ อายุ 24 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวน ในสภาพสีหน้าตื่น

ตกใจและร้องห่มร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ส่วนในที่เกิดเหตุ ยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองสีแดงตกอยู่ 3 ปลอก และพบปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ข้างกายนายศุภวัฒน์ อีก 1 กระบอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายก๊อฟ อายุ 24 ปี ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ฉายา “ก๊อฟ เมืองมังกร” โดยก่อนเกิดเหตุได้พาแฟนสาวชื่อ น.ส.นัท อายุ 24 ปี มาเคลียร์ปัญหาที่เคยทะเลาะกันทางเฟซบุ๊กกับ

น.ส.ณิชนันท์ โดยมีนายสามิตแฟนหนุ่มของ น.ส.ณิชนันท์ และ นายศุภวัฒน์ มาร่วมวงเพื่อช่วยเคลียร์ปัญหาให้จบลงด้วยดี แต่ปรากฏว่า น.ส.นัท และ น.ส.ณิชนันท์ เกิดคุยกันไม่เข้าใจจนเกิดปากเสียงและลงมือตบตีกันอีก

ครั้ง ซึ่งนายสามิตและนายศุภวัฒน์เห็นท่าไม่ดี จึงเข้าไปช่วย น.ส.ณิชนันท์ จนทำให้นายก๊อฟเมืองมังกร ต้องรีบปรี่เข้ามาตะลุมบอนชกต่อยกันอย่างดุเดือด

กระทั่งถึงฉากสุดท้าย นายก๊อฟเมืองมังกร ได้ชักอาวุธปืนลูกซองที่พกติดตัวมากระหน่ำยิงไปที่กลุ่มคู่กรณีถึง 3 นัด คมกระสุนพุงกระจายเข้าใส่ร่างของนายสามิตและนายศุภวัฒน์จนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ นายก๊อฟเมืองมังกร ได้รีบดึงเมือง น.ส.นัท แฟนสาว ขึ้นรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อ สีดำ หมายเลขทะเบียน นผ 1109 ขับหลบหนีไป

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากก่อนหน้านี้ น.ส.นัท ได้ไปพบเจอกันโดยบังเอิญกับ น.ส.ณิชนันท์ ซึ่งอดีตเคยเป็นแฟนกับนายก๊อฟเมืองมังกร จึงทำให้เกิดอารมณ์หึงหวง ทั้งที่ น.ส.ณิชนันท์ ได้เลิกรากับนายก๊อฟเมืองมังกรมานานหลายปี แล้วหันไปคบหาเป็นแฟนกับนายสาทิต แต่อารมณ์หึงของ น.ส.นัท กลับทำให้เกิดเรื่องบานปลาย ไปโพสต์เฟซบุ๊กท้าทาย น.ส.ณิชนันท์ และนัดกันมาตบตีกันมารอบหนึ่งแล้ว จนกระทั่งมาวันนี้ ได้มีการนัดเจรจาเพื่อเคลียร์ปัญหากันอีกครั้ง โดยนายสาทิตได้มีการชวนนายศุภวัฒน์ หรือหน่อยหน้าขาว ที่เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำมาช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อหวังให้จบปัญหาด้วย แต่กลับคุยกันไม่ลงตัว จนทำให้กลายเป็นเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (7 เมษายน 2563) มีรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ควบคุมตัวนายก๊อฟเมืองมังกร หรือ นายสิทธิศักดิ์ อายุ 24 ปี มือปืนผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายศุภวัฒน์ และ นายสาทิตเสียชีวิต มาสอบปากคำอย่างละเอียดถึงชนวนเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีรายงานว่า นายก๊อฟเมืองมังกร และ น.ส.นัท แฟนสาว ตัดสินใจเดินทางมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง เมื่อช่วงเวลา 03.30 น. ที่ผ่านมา

จึงได้ทำการขยายผลไปยึดอาวุธปืนลูกซองยาวและรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งนายก๊อฟเมืองมังกรได้นำไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าบ้านพัก หมู่ 7 ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการแยกสอบปากคำระหว่าง นายก๊อฟเมืองมังกร และ น.ส.นัท อยู่นานหลายชั่วโมง จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน จึงมีการนำตัวนายก๊อฟเมืองมังกรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ และจุดนำรถไปจอดที่บ้านพัก ท่ามกลางชาวบ้านนับร้อยคนมายืนมุงดูเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม สำหรับชนวนเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้ …

พ่อแท้ๆ ขู่ขอมีอะไรกับลูกสาว แม่ต้องพาลูกสาวหนีการตามล่า หวั่นถูกทำร้าย

พ่อแท้ๆ ขู่ขอมีอะไรกับลูกสาว แม่ตัดสินใจร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณา

พ่อแท้ๆ ขู่ขอมีอะไรกับลูกสาว    ในวันที่ (4 เม.ย.2020) น.ส.น้อย อายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ.หนึ่ง อายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ร้องขอความช่วยเหลือไปยัง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาวถูกสามี นายนรินทร์ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ มัดพันธนาการด้วยสายไฟไพล่หลัง ในที่พักเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ภายในแคมป์ที่พักคนงานเฝ้าไร่ไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง ริมทางเข้าวัดหนองผักกรูด หมู่ 7 หมู่บ้านหนองผักหนอก ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

น.ส.น้อย แม่เด็ก ยังบอกอีกว่า ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งนายนรินทร์จะทำร้ายลูกสาว เพื่อข่มขู่ให้ตนกลับมาอยู่กินกันเหมือนเดิม เนื่องจากตนรับไม่ได้ที่นายนรินทร์ ขอมีอะไรกับลูกสาวคนโต ซึ่งเป็นลูกของอดีตสามี

ตนจึงต้องพา ด.ญ.หนึ่ง ไปฝากญาตินายนรินทร์ที่บุรีรัมย์ให้ช่วยดูแล ส่วนตัวเองต้องพาลูกสาวคนโตหนีการตามล่า แต่นายนรินทร์ยังไปตามลูกสาวมาทำร้ายเหยียบหน้าอก จึงตัดสินใจร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาดังกล่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปช่วยเหลือ ด.ญ.หนึ่ง และนำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.มวกเหล็ก เพื่อสอบสวนเบื้องต้น และนำตัว ด.ญ. หนึ่งไปดูแลตรวจร่างกาย ฟื้นฟูสภาพจิตใจที่บ้านพักเด็ก จ.สระบุรี ก่อน เพื่อจะสอบสวนข้อเท็จจริงตามกระบวนการของกฎหมายต่อหน้าสหวิชาชีพ จากนั้นจะเรียก นายนรินทร์ และ น.ส.น้อย มาพูดคุยสอบถามเพื่อดำเนินการในขั้นถัดไป

ทั้งนี้ ด.ญ.หนึ่ง ต้องการจะไปอยู่กับ น.ส.น้อย ผู้เป็นแม่ เพราะอยากหนีไปจากพ่อที่มักทำร้ายร่างกายเป็นประจำจนแทบทนไม่ไหว…

เกิดเหตุสลด 3 สาว นัดกันกระโดดสะพาน ดิ่ง ฆ่าตัวตาย สยอง

เกิดเหตุสลด 3 สาว นัดกันกระโดดสะพาน

เกิดเหตุสลด 3 สาว นัดกันกระโดดสะพาน เมื่อวานนี้ (4 เม.ย. 2563) เกิดเหตุสลด หญิงสาว 3 คน นัดกันมากระโดดสะพานพระราม 8 ฆ่าตัวตาย ตำรวจ สน.บวรมงคล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งไปช่วยเหลือ โดยบริเวณใต้สะพานพระราม 8 พบหญิงสาว 2 คน กำลังจะจมน้ำ

เจ้าหน้าที่จึงนำเรือเข้าไปช่วยเหลือ นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี และนางสาวก้อย (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี แต่นางสาวก้อยมีอาการสำลักน้ำอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล นางสาวก้อยเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่สอบถามนางสาวเอ ทราบว่ายังมีอีกคนที่มากระโดดน้ำด้วยกันและสูญหาย จึงให้ชุดประดาน้ำเร่งงมหาร่าง ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงพบร่างนางสาวน้ำ

จากการสอบถามนางสาวเอ ทราบว่า ทั้ง 3 คน รู้จักสนิทสนมกัน เรียนหนังสือด้วยกัน และพักอยู่หอพักแห่งหนึ่งด้วยกัน คืนวันที่ 3 เมษายน ประมาณ 4 ทุ่ม นั่งรถแท็กซี่มาพร้อมกัน 3 กัน ลงที่สะพานพระราม 8 เพื่อจะฆ่าตัวตายพร้อมกัน เพราะต่างก็มีปัญหาชีวิตที่แก้ไม่ตก แต่พอมาถึงสะพานพระราม 8 เกิดเปลี่ยนใจจะหาที่โดดใหม่ จึงเดินไปที่สะพานพุทธ แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจกลับมาที่สะพานพระราม 8 ที่เดิม

พ่อของนางสาวเอ บอกว่า ลูกสาวเพิ่งเรียนอยู่ปี 1 แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เกิดการระบาดของโควิด-19 จึงให้ลูกสาวพักการเรียนไปก่อน และรับตัวกลับบ้านที่สมุทรปราการ เมื่อ 3 วันก่อนให้ลูกสาวนำเงินมาจ่ายค่าหอพัก และติดต่อลูกไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งทราบว่าเกิดเรื่องขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นคนบ้านเดียวกัน เคยเรียนหนังสือกับลูกสาวช่วงมัธยมปลาย แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ส่วนแม่ของนางสาวเอ ก็ยืนยันว่า ครอบครัวไม่มีปัญหา และเพิ่งได้รับแจ้งจากแพทย์ว่าลูกสาวไปปรึกษาเรื่องจิตเวช

เบื้องต้นตำรวจคาดว่า ทั้ง 3 คน น่าจะมีปัญหาส่วนตัวที่หาทางออกไม่ได้ และทราบว่าตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้ง 3 คน อยู่ด้วยกัน และวางแผนที่จะฆ่าตัวตายตลอดเวลา โดยจะเชิญญาติและครอบครัวของทั้งหมด มาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด…