บุกจับเครือข่าย ยาบ้า ได้ของกลางยาบ้ากว่า 40,000 เม็ด

บุกจับเครือข่าย ยาบ้า พบยาบ้าซุกซ่อนยาบ้าในตู้เครื่องเสียงรถยนต์ จำนวน 24,000 เม็ด

บุกจับเครือข่าย ยาบ้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอเมืองกระบี่ พร้อมตำรวจตระเวนชายแดน บุกจับนายกลุบุตร นายกิตติศักดิ์ และนายทรงธรรม พร้อมของกลางยาบ้า 2 หมื่นเม็ด หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสืบทราบว่า นายกุลบุตร เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติด จึงติดต่อสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 4 พันเม็ด โดยนัดสั่งยาบริเวณแยกปลาลัง อำเภอเมืองกระบี่

เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่พบรถแท็กซี่ต้องสงสัย เชื่อว่า เป็นรถของเครือข่ายค้ายาเสพติดนำยาบ้ามาส่งให้ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ก่อนพบยาบ้าซุกซ่อนยาบ้าในตู้เครื่องเสียงรถยนต์ จำนวน 24,000 เม็ด โดยมีนายทรงธรรม ป็นคนขับ และมีนายกิตติศักดิ์ โดยสารมาด้วย

จากนั้น เจ้าหน้าที่ขยายผลการจับกุม จนสามารถจับกุมตัวนายกลุบุตร ภายในบ้านพักที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ก่อนคุมตัวไปตรวจค้นภายในบ้านที่จังหวัดตรัง พบของกลางยาบ้าอีก 20,000 เม็ด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย…

หนุ่มเมายา คลุ้มคลั่ง ไล่ฟัน พ่อ -แม่-ยาย อาการสาหัส

หนุ่มเมายา คลุ้มคลั่ง ถือมีดไล่ฟัน คนในครอบครัว สาหัส

หนุ่มเมายา คลุ้มคลั่ง   ……รวบหนุ่มทาสยา คาป่าละเมาะ หลังก่อเหตุไล่ฟัน “พ่อ-แม่-ยาย” บาดเจ็บสาหัส อ้างคลุ้มคลั่ง พึ่งเสพยาบ้า โดนหิ้วตรวจฉี่ แจ้งข้อหาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 19 มี.ค.63 พ.ต.ท.ปกรณ์ เรือนแสน สารวัตร สภ.คำป่าหลาย รับแจ้งเหตุลูกชายเมายาบ้าคลุ้มคลั่งอาละวาด ใช้อาวุธมีดไล่ฟันพ่อแม่และยาย ได้รับปาดเจ็บสาหัส 3 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสายตรวจ ชุดสืบสวน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน
ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 2 บ้านสามขา ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยมี นายหง คำลือไชย อายุ 65 ปี เป็นเจ้าของบ้าน นางทองหมี คำลือไชย อายุ 63 ปี ภรรยา และนางสีแพง คำลือไชย อายุ 72 ปี คุณยาย ซึ่งทั้ง 3 คน ได้รับาดเจ็บ เพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ได้พาตัวนำส่งโรงพยาบาลมุกดาหารอย่างเร่งด่วน ซึ่งผู้ก่อเหตุคือ นายคมสัน โสดา อายุ 42 ปี เป็นลูกชายนายหงและนางทองหมี ถูกจับได้ในป่าละเมาะท้ายหมู่บ้านพร้อมอาวุธมีดก่อเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า นายคมสันไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีพฤติการณ์ชอบเสพยาบ้าเป็นประจำ เบื้องต้นยอมรับคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายพ่อแม่และยายจริง เนื่องจากพึ่งเสพยาบ้ามา และมาขอเงินพ่อแม่แต่ไม่ให้ จึงลงมือก่อเหตุ ตำรวจจึงนำตัวนายคมสันไปตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง จึงตั้งข้อหาเสพยาเสพติดไว้ก่อน เพื่อส่งดำเนินคดี ส่วนการทำร้ายพ่อแม่และยายนั้น พ่อกับแม่ต้องมาแจ้งความก่อนจึงจะดำเนินคดีได้…

รวบแล้วมือปืนโหด จ่อยิง อดีตกำนัน ดับคาบ้าน

รวบแล้วมือปืนโหด จ่อยิง อดีตกำนัน ดับ

รวบแล้วมือปืนโหด จ่อยิง อดีตกำนัน ดับ ตำรวจตามรวบ มือปืนโหด ควงลูกซองยาว บุกจ่อยิงเจาะกะโหลก อดีตกำนันบ้านจันทร์ดับคาบ้าน สารภาพแค้นเรื่องเก่า สบโอกาสลากปืนซัลโว พบมือปืนเคยเป็นลูกน้องเก่า พัวพันยาเสพติด ถูกผู้ตายขัดขวาง เกิดแค้นสะสม
จากเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงแสกหน้า อดีตกำนันตำบลบ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เสียชีวิตคาห้องครัว ภายในบ้านพัก เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมาเวลา 19.00 น.วันที่ 18 มี.ค.63 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.สุรกิจ ศรีมนัส ผกก.สภ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.กัลยาณิวัฒนา ได้รวบรวมหลักฐานเสนอศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับ นายฉัตรชัย พรประทีปกุล อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ม.4 ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” โดยเข้าจับกุมตัว นายฉัตรชัย ได้ที่บ้านพักพร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ และยังยึดกัญชาไว้ได้จำนวนหนึ่ง นำมาตัวมาสอบจนรับสารภาพเป็นคนลงมือยิง นายสิทธิชัย สันติชัยชาญ อดีตกำนัน ต.บ้านจันทร์ ซึ่งเคยเป็นเจ้านายเก่าจริง สาเหตุขัดแย้งในเรื่องเก่าๆ จึงเก็บความแค้นไว้จนสบโอกาสใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตดังกล่าว

โดย พล.ต.ต.พิเชษฐ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ทางตำรวจได้ทำการสืบสวนในเชิงลึกว่า นายสิทธิชัย ในช่วงเป็นกำนันเป็นคนตงฉิน โดยมีนายฉัตรชัย ผู้ต้องหาเป็นลูกน้อง แต่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวพันกับยาเสพติด จึงถูกนายสิทธิชัยขัดขวางและจำกุมจนเกิดความแค้นสะสม ไว้จนสบโอกาสนำอาวุธปืนยาวเข้ามาในบ้าน และทำการจ่อยิง และหลบหนีไปอยู่ที่บ้าน จนถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว…

ผัวโหด แทง เมียพรุน ก่อนทิ้งจดหมายลาตาย

ผัวโหด แทง เมียพรุน ก่อนทิ้งจดหมายลาตาย  ภายในบ่อตกกุ้ง

ผัวโหด แทง เมียพรุน ก่อนทิ้งจดหมายลาตาย  ..ใช้มีดแทงเมีย-พี่สาว พรุนกว่า 10 แผล ดับสยองคาบ่อกุ้ง ก่อนหลบหนี ทิ้งจดหมายลาตายสั่งเสียลูก ด้านลูกสาวเผยพ่อเครียดปัญหาธุรกิจ-ครอบครัว วอนตำรวจเร่งตามตัว หวั่นพ่อคิดสั้นฆ่าตัวตาย

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 มี.ค.63 ร.ต.อ.จารึก โพธิ์ทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในบ่อตกกุ้งแห่งหนึ่ง ใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์

ผกก.สภ.พานทอง พ.ต.ท.ปรีชา หนูสลุง รอง ผกก.ป. ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.พานทอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และกู้ภัยสว่างอุทยานพานทอง

ที่เกิดเหตุอยู่ในห้องพัก บ่อตกกุ้งดังกล่าว พบประตูถูกล็อกจากด้านใน ตำรวจและกู้ภัยฯต้องใช้อุปกรณ์ตัดลูกกุญแจเปิดเข้าไปในห้อง พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย รายแรกชื่อ น.ส.ดวงกมล จำปา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่

212 หมู่ 4 ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ สภาพนอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อสีดำ นุ่งกางเกงสามส่วนสีดำ มีรอยแผลถูกมีดแทงที่หน้าอกและหน้าท้องหลายแผล ใกล้กันพบศพที่สองทราบ

ชื่อคือ นางกุ้ง (ไม่ทราบอายุ ชื่อ และนามสกุลจริง) สภาพนอนตะแคงเสียชีวิต สวมเสื้อกล้ามสีส้ม นุ่งผ้าถุงลายสีดำ ตามตัวมีรอยแผลถูกมีดแทงกว่า 10 แผล ทั้งคู่เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน จากการสอบสวนเบื้องต้น

คาดว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายสิงห์ ตันกิม อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ดวงกมล หนึ่งในผู้เสียชีวิต

จากการสอบถาม น.ส.สุพิชา ตันกิม อายุ 21 ปี ลูกสาว นายสิงห์ เล่าว่า ผู้เป็นพ่อมาคบหากับ น.ส.ดวงกมล ซึ่งมีฐานะเป็นแม่เลี้ยงจน และได้ร่วมกันลงทุนทำบ่อตกกุ้งและโต๊ะสนุกเกอร์ ซึ่งประมาณ 2 วันที่แล้ว ตนได้โทรศัพท์หาพ่อแต่ก็ไม่รับสายติดต่อไม่ได้ ตนจึงคิดว่าพ่อคงมานอนอยู่ที่บ่อตกกุ้ง จึงได้ขับรถมาดูแต่พบว่าร้านปิดประตูล็อกหมด เรียกก็ไม่มีใครตอบ โทรติดก็ไม่มีใครรับสาย จนรู้สึกแปลกใจจึงได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.พานทอง ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ และงัดประตูเข้าไปดูก็พบว่า แม่เลี้ยงกับป้านอนเสียชีวิต หลังจากนั้นก็พบจดหมายที่พ่อเขียนทิ้งไว้ ระบุว่า “ลาก่อนลูก หนูดูแลโต๊ะดีๆ นะ พ่อไม่มีอะไรจะให้ รักษาไว้ให้ดีๆ หรือจะขายก็ได้ หนูกับพี่อ๋อมช่วยกันดูอย่าทะเลาะกัน พ่อรักลูกทั้ง 2 คนนะ”

น.ส.สุพิชา เล่าอีกว่า ส่วนสาเหตุนั้นพ่อเคยเล่าให้ฟังหลายครั้งว่า พี่สาวของ น.ส.ดวงกมล พยายามยุให้แม่เลี้ยงเลิกกับพ่อมาหลายครั้งแล้ว ทั้งเรื่องเงินและหลายๆ เรื่อง จนพ่อเคยบ่นว่าเครียดทั้งเรื่องธุรกิจและครอบครัว ที่ถูกพี่สาวของแม่เลี้ยงยุให้เลิกกัน หลังจากได้เห็นจดหมายก็รู้สึกกังวลกลัวพ่อจะฆ่าตัวตาย จึงอยากให้ตำรวจจับตัวมาให้ได้เร็วๆ เพราะเป็นห่วงพ่อ ส่วนเรื่องคดีก็ค่อยว่ากันไปตามกฎหมาย

เบื้องต้นตำรวจจะติดตามตัวนายสิงห์ ที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุมาสอบสวนว่า ก่อเหตุจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป…

โจรใจชั่ว ก่อเหตุอุกอาจ ทำร้ายหญิงชรา อายุ70ปี นอนจมกองเลือด !!!

โจรใจชั่ว ก่อเหตุอุกอาจ ทำร้ายหญิงชรา จมกองเลือด !!!

โจรใจชั่ว ก่อเหตุอุกอาจ ทำร้ายหญิงชรา ..เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.วันนี้ (14 มีนาคม 2563) ศูนย์วิทยุกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า มีบุคคลเป็นหญิงถูกทำรายร่างกายเลือดอาบ ที่บริเวณพงหญ้ารกร้างถนน

เลียบนคร หมู่บ้านมารวย 2 ต.บ้านใหม่ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จึงประสานรถกู้ชีพกู้ภัย พร้อมเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย ฮุก 31 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง อายุประมาณ 70 ปี หนอนงายเลือดอาบอยู่ในพงหญ้า มีร่องรอยการถูกทำร้ายที่ใบหน้า จนตาและแก้มปูดบวม ช้ำ ห้อเลือด และที่บริเวณหน้าผากมีรอยยุบ ศีรษะมีบาดแผลฉีกขาด เลือดออกจมูก

คาดว่าจะมีเลือดคั่ง ไม่มีกลิ่นสุรา รู้สึกตัวดี สามารถบอกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อญาติได้ แต่จำเหตุการณ์ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อาสากู้ชีพฯ จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมติดต่อประสานญาติ ก่อนนำส่งรักษาต่อ รพ.ค่ายสุรนารี

จากการสอบถามนายเอ (นามสมมติ) บุตรบุญธรรมของผู้บาดเจ็บ ที่ขอสงวนชื่อและนามสกุลของผู้บาดเจ็บเอาไว้ ได้ให้ข้อมูลว่า ปกติผู้บาดเจ็บจะอยู่บ้านในซอย 5 ของหมู่บ้านมารวย 2 และจะออกมากลางดึกประมาณ ตี 2 หรือตี 3 เพื่อไปทิ้งขยะในจุดทิ้งขยะใกล้บ้านเป็นประจำเกือบทุกวัน ซึ่งจุดทิ้งขยะเป็นพื้นที่เปิด มีคนเข้าออกบ่อย และอยู่ใกล้กับสนามเปตอง ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ในวันเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บไปที่บ้านของตนซึ่งอยู่ที่ซอย 2 แล้วบอกว่า จะไปเปิดรองน้ำที่บ้านซอย 5 เพื่อเตรียมไว้ให้ลูกที่กำลังเดินทางกลับมาบ้าน ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น

จนกระทั่งมาทราบเรื่องจากอาสากู้ภัยฮุก 31 ที่โทร.ติดต่อไป ว่ามีชาวบ้านในละแวกมาพบผู้บาดเจ็บ เวลาประมาณ 06.50 น. ในลักษณะนั่งอยู่ในพงหญ้ามีเลือดอาบเต็มหน้า จึงรีบโทร.ตามกู้ภัยฯให้มาช่วย โดยคาดว่า ผู้บาดเจ็บน่าจะถูกทำร้ายตั้งแต่กลางดึกจนสลบ และมาฟื้นรู้สึกตัวตอนใกล้เช้า ซึ่งผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวดี แต่สามารถให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เล็กน้อย โดยบอกว่า ถูกชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด ทำร้ายร่างกาย น่าจะต้องการชิงทรัพย์ ไม่ใช่ข่มขืน

ซึ่งล่าสุด รพ.ค่ายสุรนารี ได้ตรวจร่องรอยบาดแผลผู้บาดเจ็บ พบว่า กระดูกใบหน้าร้าว สมองไม่บวม น่าจะเกิดจากถูกชกอย่างแรง ไม่ได้โดนอาวุธแข็งตี จึงนำส่งรักษาต่อ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อผ่าตัดกระดูกใบหน้า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมกับรอให้ผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้น เพื่อสอบถามรูปพรรณสเก็ตช์ภาพคนร้าย จะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป…

ภรรยา บรรยิน เคลีย์ชัด ไม่เอี่ยวคดี อุ้มฆ่าผู้พิพากษา

ภรรยา บรรยิน เคลีย์ชัด คดี อุ้มฆ่าผู้พิพากษา

ภรรยา “บรรยิน” เคลีย์ชัด นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาของพันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพานิชย์ เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมตามหมายเรียก หลังชุดสืบสวนพบข้อมูลบางอย่าง ในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ที่เชื่อมโยงมาถึงนางวราภรณ์

นางวราภรณ์ กล่าวสั้นๆ ก่อนเข้าพบตำรวจว่า วันนี้มาตามนัดหมาย พร้อมเตรียมเอกสาร มายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าว ถามถึงคดีของลูกสาวที่ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด และถูกนำตัวส่งตัวเข้าบำบัด สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี เมื่อวานที่ผ่านมานั้น

นางวราภรณ์ มีสีหน้าเศร้าลง พร้อมบอกด้วยเสียงสั่นเครือว่า เมื่อช่วงเช้า เพิ่งไปขอเข้าเยี่ยมลูกสาว แต่ไม่สามารถเยี่ยมได้ เนื่องจากลูกสาวมีไข้สูง ส่วนสภาพจิตใจของลูกสาว ตอนนี้ยังปรับตัวไม่ได้ เพราะข่าวที่ออกมาเกินความเป็นจริงไปมาก

ส่วนประเด็นที่ตำรวจต้องออกหมายเรียกนางวราภรณ์ เข้าให้ปากคำในวันนี้ เนื่องจากชุดสืบสวนพบว่า ที่ดินที่ทีมอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ใช้เผานั่งยาง มีชื่อของนางวราภรณ์ เป็นผู้ครอบครอง รวมไปถึงเบอร์โทรศัพท์ทั้ง 3 เบอร์ ที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้สื่อสารในช่วงก่อเหตุ ก็เป็นเบอร์ที่นางวราภรณ์ ที่ให้แม่บ้านไปซื้อซิมทั้ง 3 เบอร์มา ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน…

ทำแผนพี่ฆ่าน้อง ชาวบ้านเห็นใจคนดีต้องติดคุก

ทำแผนพี่ฆ่าน้อง ชาวบ้านเห็นใจคนดีต้องติดคุก พ่อโผกอดและ ยกโทษให้

ทำแผนพี่ฆ่าน้อง ชาวบ้านเห็นใจคนดีต้องติดคุก (13 มี.ค.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ควบคุมตัว นายยอดชาย ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง นายชาญศักดิ์ น้องชายเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณที่เกิดเหตุในไร่มันสำปะหลัง ริมถนนสายบ้านโคกสูง-นางาม ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนมากที่มามุงดูด้วยความสงสารผู้ต้องหาที่ต้องมารับโทษในเหตุการณ์ครั้งนี้

โดยตำรวจนำผู้ต้องไปหาไปยังจุดแรกริมถนน ซึ่งผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะมาจอด จากนั้นได้เดินข้ามไปยังไร่มันสำปะหลังอีกฝั่ง เพื่อพุดคุยกับผู้ตาย จุดนี้เองที่ผู้ต้องหา ยอมรับว่ามีปากเสียงกับผู้ตาย ก่อนที่ผู้ตาย จะใช้อาวุธปืนยิงมาที่ตนเองก่อน แต่หลบทัน จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย ยิงสวนกลับไปจนถูกผู้ตายล้มลง จากนั้นได้เดินไปดูพบว่าน้องชาย เสียชีวิตแล้ว จึงเดินไปขึ้นรถกระบะกลับเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปขอมอบตัวกับทางกำนันตำบลนางาม แล้วจึงเดินทางกลับมานั่งรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านญาติ ซึ่งอยู่ติดกับบ้านตนเอง

และก่อนการทำแผนจะเสร็จสิ้น นายคำพวย อายุ 72 ปี ผู้เป็นพ่อ ที่สุขภาพไม่แข็งแรงนักได้เดินเข้ามากอดและจับมือลูกชายพร้อมทั้งกล่าวยกโทษพร้อมทั้งให้กำลังใจลูกชาย ว่าไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกับแม่ พร้อมทั้งขอให้ตำรวจช่วยลูกชายให้ได้รับการประกันตัวและโทษทางคดีไม่รุนแรง

นายยอดชาย ผู้ต้องหากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนเองไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดกับน้องชาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขอโทษ พ่อ แม่ และน้องชาย พร้อมทั้งให้ทุกคนยกโทษและอโหสิกรรมในการกระทำครั้งนี้ด้วย ส่วนรายละเอียดของคดีขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ด้าน นางยุพิน อายุ 40 ปี กล่าวว่า ตนเองเองและสามีและลูกชายอีก 2 คน ทำมาหากินอยู่กรุงเทพมหานครหลายปีแล้ว จะกลับมาบ้านปีละไม่กี่ครั้งแต่จะส่งเงินมาจุนเจือครอบครัวอยู่เป็นประจำไม่เคยขาด ทุกครั้งที่กลับมาบ้านสามี มักจะมีเรื่องไม่สบายใจ เนื่องจากผู้ตายจะก่อเรื่องวุ่นวายอยู่เป็นประจำ และบางครั้งก็มีปากเสียงกัน หลายครั้งผู้ตาย เสพยาบ้าเมาแล้วอาละวาด มักจะใช้ความรุนแรงขู่ทำร้ายร่างกาย พ่อกับแม่บ่อยครั้ง

กระทั่งล่าสุดที่สามีตนเองกลับมาบ้านก็หวังที่จะมาช่วยพ่อแม่ ทำไร่มันสำปะหลังเพราะมีอายุมากแล้ว แต่กลับมีเรื่องทะเลาะกับน้องชายเรื่องที่ดิน ก่อนจะมาเกิดเหตุการณ์ขึ้น ยอมรับว่าเสียใจที่สามีต้องมากลายเป็นผู้ต้องหา แต่เชื่อว่าสามีไม่มีทางเลือกอื่น จึงเลือกที่จะจบปัญหาทุกเรื่องด้วยตัวเอง

ด้านพันตำรวจเอกยุทธการ โสเมือง ผู้กำกับการ สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว จะได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวน ส่งไปฟ้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งทางญาติสามารถนำทรัพย์สินหรือเงินสดจำนวน 3 แสนบาท มาขอยื่นประกันตัวต่อศาลได้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวน ก็ได้ให้คำแนะนำกับญาติไปแล้ว และในทางคดีตำรวจจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นทำกับทุกฝ่าย…

เมียสุดทน สามีขี้เมาตบตี คว้าสากตีหัว-มีดฟันคอดับ จมกองเลือด

เมียสุดทน สามีขี้เมาตบตี คว้าสากตีหัว-มีดฟันคอดับ

เมียสุดทน สามีขี้เมาอาละวาดตบตี คว้าสากตีหัว-มีดฟันคอ ดับจมกองเลือด ยืนรอมอบตัวตำรวจ เผยอยู่กินมา 10 ปี โดนสามีทำร้ายบ่อยๆ พบผู้ต้องหาป่วยจิตประสาท อยู่ระหว่างรักษาตัว ตำรวจแจ้งเหตุ พร้อมรอจิตแพทย์ยืนยัน

ตอนวันที่ 10 มีนาคม63 ร.ต.อ.ขวัญชัย พืชสิงห์ รองสารวัตร (สอบปากคำ) สภ.โพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด รับบอกเหตุทำร้ายร่างกายมีคนเสียชีวิต ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลขามเปี้ย อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ก็เลยรุดไปพิจารณา พร้อมหมอเวร โรงพยาบาลโพธิ์ชัย

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดี่ยว พบศพ นายพีระพงศ์ นิระดาห์ อายุ 50 ปี สภาพถูกของมีคมฟันที่รอบๆกำดันเป็นแผลฉกรรจ์ นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน มี นางเลื่อมทอง นิระดาห์อายุ 52 ปี เมียผู้เสียชีวิต ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบถาม นางเลื่อมทอง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพีระพงษ์ คนเสียชีวิต ซึ่งเป็นผัว เมาเหล้ากลับมาที่บ้าน และก็อาละวาดดุด่าตบตีตน ตนห้ามเช่นไรก็ไม่หยุด จนถึงทนไม่ได้ก็เลยเดินไปจับสากและก็มีดด้ามยาวจากห้องครัวหลังบ้านมา ก่อนใช้สากตีที่หัวผัว แล้วก็ใช้มีดฟันเข้าที่กำดัน จนกระทั่งผัวล้มลงกับพื้นนอนแน่นิ่ง แล้วหลังจากนั้นตนก็เลยหลบไปอยู่หลังบ้าน ก่อนเพื่อนบ้านมาเจอแล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

“ตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ตนถูกผัวเมาอาละวาดทุบตีเจ็บรวมทั้งแจ้งความเจ้าหน้าตำรวจไปแล้วบ่อยมาก นางเลื่อมทอง เปิดเผย

จากการถามเพื่อนบ้าน เล่าว่า ที่ผ่านมาสองสามีภรรยาก็ได้ทะเลากัน โดยผู้เสียชีวิตได้กินเหล้าเสมอๆ พอกลับเข้าบ้านก็จะลงมือกระทำร้ายเมีย กระทั่งเป็นเหตุบ่อยครั้ง ก่อนที่จะเกิดเหตุเสียใจคราวนี้

ด้าน ร.ต.อ.ขวัญชัย พืชสิงห์ รองสารวัตร (สอบปากคำ) ก็เลยคุมตัว นางเลื่อมทอง ไป สภ.โพธิ์ชัย เพื่อดำเนินคดีในข้อกล่าวหา รังควานคนอื่นถึงแก่เสียชีวิต ก่อนที่จะเอาสากแล้วก็มีดด้ามยาวที่จุดเกิดเหตุ เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจพิสูจน์เพื่อนำผลมาประกอบการสอบปากคำดำเนินคดี แล้วก็รอความเห็นจากจิตแพทย์ด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการักษาอาการทางจิตประสาทอีกด้วย

 

แหล่งที่มา.. aitv777.com

ปอท.นำตัว บอย ศรสุวีร์ มาสอบเพิ่ม เจ้าตัวเครียดหนัก ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว

ตำรวจ ปอท.คุมตัว บอย ศรสุวีร์  มาสอบปากคำเพิ่ม

บอย ศรสุวีร์  ตำรวจ ปอท.คุมตัว มาสอบปากคำเพิ่ม โดยเจ้าตัวมีสีหน้าท่าทางเครียด ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะปล่อยตัวชั่วคราว เพราะเหตุว่าเจ้าตัวมามอบตัวเอง

จากในกรณีที่ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 นำตัวนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ บอย อายุ 47 ปี ชายหนุ่มโพสต์โชว์หน้ากากอนามัยเต็มคลังสินค้า โดยเป็นการเชิญตัวมาให้ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตำรวจสอบสวน ที่สำนักงาน ชั้น 4

นายศรสุวีร์ พูดว่า ภาพแล้วก็คลิปที่ปรากฏในเฟซบุ๊ก ส่วนมากไปก๊อบปี้เขามา เพื่อขายแล้วก็เป็นคนกลาง ข้างหน้ากากอนามัยไม่มีจริง ขอบอกว่าโดยมากคนกลางในประเทศไทยถูกหลอกทั้งหมด ตนอยากสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจ ให้กับผู้ที่จะเข้ามาซื้อของ ส่วนที่มีภาพโยนสินค้าเป็นภาพที่นำมาจากโรงงานที่เปิดถูก ตนเข้าไปไลน์สดเพื่อการค้าขายในฐานะคนกลาง เป็นคลิปเก่าตั้งแต่สินค้ายังไม่ขาด เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จำต้องขออภัยด้วย และก็รับรองอีกทีว่าไม่ทราบรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงการเกษตร รวมทั้งเพศผู้ช่วยรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตร เป็นเพียงแต่การขอเข้าไปถ่ายภาพกับผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเท่านั้นเอง

ถัดมาเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 มีนาคม63 พันตำรวจโทกฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผู้กำกับการ(สอบปากคำ) กก.3 ยก.ปอท.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ. ปอท.คุมตัวนายศรสุวีร์ มาถึง บก.ปอท. แล้วต่อจากนั้นนำตัวเข้าห้องสอบปากคำโดยนายบอยมีสีหน้าท่าทางเครียด

พันตำรวจโทกฤช รอง ผู้กำกับการปอท.พูดว่า พื้นฐานจะนำตัวไปสอบสวน ส่วนผู้ถูกป้ายความผิดจะให้การยอมรับสารภาพหรือไม่ยอมรับนั้นก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ก่อน แจ้งข้อกล่าวหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์ตาม พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นจะปล่อยตัวปล่อยใจไปชั่วครั้งคราว เนื่องมาจากผู้ต้องหามามอบตัวเอง.

 

แหล่งที่มา.. mitratranjaya.com

จับเพิ่มอีก 2 แก๊งอาชีวะโหด ช่างอุตฯแทงเด็กมีนโปฯ ดับคา 4 แยก

แก๊งอาชีวะโหด ช่างอุตฯแทงเด็กมีนโปฯ ดับคา 4 แยก

แก๊งอาชีวะโหด ผู้ปกครองพามอบตัวตำรวจอีก 2 ราย เป็นเด็กช่างอุตฯ แทงผู้เรียนจากมีนบุรีโปลีเทคนิค เสียชีวิตกลาง 4 แยก ขณะรถจักรยานยนต์หยุดติดไฟแดงอยู่ที่แยกหทัยมิตร ยังหนีอีก 2 ราย

จากกรณีเหตุกลุ่มคนร้าย 5 คนขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คันรุมแทงนายปิยพงษ์ หรือบาส ศรีนรจันทร์ อายุ 19 ปี เด็กนักเรียนช่างไฟวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ปี 3 เสียชีวิต เหตุเกิดรอบๆทางแยกหทัยมิตร บนบาทวิถีฝั่งถนนนิมิตรใหม่มุ่งหน้าลำลูกกา เรื่องเมื่อตอนเวลาเย็นของวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ท้องที่ สถานีตำรวจนิมิตรใหม่ ซึ่งถัดมา พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น.

เผยออกมาว่า เวลานี้ตำรวจรู้สึกตัวผู้ร้ายทั้งหมดแล้ว สามารถจับตัวคนขี่รถจักรยานยนต์ที่ใช้สำหรับการก่อเหตุได้ 1 ราย ที่เหลืออยู่ระหว่างเก็บหลักฐานชื่อ-นามสกุลจริง เพื่อขออำนาจศาลอนุญาตออกหมายจับฆาตกรทั้งปวง ดังที่เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 18.00. น. วันที่ 8 เดือนมีนาคม63 พันตำรวจเอกรัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผบก.น.3 พูดว่า เมื่อตอนบ่ายก่อนหน้าที่ผ่านมา ผู้ดูแลนายบุลากร กองปัท อายุ 20 ปี คนลงมือแทง แล้วก็นายวรเมธ ชัยเวทย์ อายุ 19 ปี เด็กนักเรียนชั้นปวช. วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ เขตหัวหมาก

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีเลขที่ 203-204/2563 ระบุวันที่ 7 มีนาคม ข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา รวมทั้ง “นำอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ ไม่มีเหตุอันควรจะ” พาเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนิมิตรใหม่

จากสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับว่า สาเหตุมาจากเรื่องอริต่างสถาบัน โดยจะนำตัวไปฝากขังศาลมีนบุรีในวันจันทร์ 9 มีนาคมนี้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ผู้ที่ยังหลบหนีรู้ชื่อแล้ว ในเวลานี้ยังอยู่ระหว่างเก็บหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับศาลมีนบุรี.

แหล่งที่มา.. svetogama.net