สวดคืนแรก ตำรวจแน่นวัด ร่วมไว้อาลัย พันตำรวจโท เพชรรัตน์ กำจัดภัย

ร่วมไว้อาลัย พันตำรวจโท เพชรรัตน์ กำจัดภัย

สวดศพ พันตำรวจโท เพชรรัตน์ กำจัดภัย อรินทราช 26 คืนแรกที่วัดตรีทศเทพฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเสียใจ

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์63 ที่ศาลา 5/1 วัดตรีทศเทพวรวิหาร ตำบลบ้านพานกลบ เขตนครหลวง กรุงเทพมหานคร นักข่าวรายงานบรรยากาศการสวดบำเพ็ญกุศลของ พันตำรวจโทเพชรรัตน์ กำจัดภัย ตำรวจหน่วยอรินทราช 26 ที่สละชีวิตเข้าหยุดเหตุนายสิบทหารกราดยิงพลเมืองเสียชีวิตรวมทั้งเจ็บมากมายที่ห้างเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา

โดยมี พลตำรวจเอกมนู เมฆหมอก รอง ผู้บังคับบัญชาตำรวจ เป็นประธานในพิธีการสวดพระอภิธรรม มีข้าราชการชั้นสูงร่วมงาน อาทิ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ศึกษาค้นคว้ารวมทั้งสิ่งใหม่ พลตำรวจตรีสมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐตำรวจในสังกัด แล้วก็เครือญาติผู้ตาย ร่วมพิธีการจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

สำหรับพิธีการพระราชทานเพลิงศพ พันตำรวจโทเพรชรัตน์ กำจัดภัย ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หน่วยอรินทราช 26 จะมีขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ในเวลา 15.00 น.…

เจอคนบริสุทธิ์เสียชีวิตเพิ่มเติม 4 ราย จากเหตุกราดยิงโคราช ผลรวม 25 ศพ

จากเหตุ กราดยิงโคราช เจอคนบริสุทธิ์เสียชีวิตเพิ่มเติม 4 ราย

เหตุตื่นเต้น กราดยิงโคราช เจอคนบริสุทธิ์เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 4 ราย ในชั้น G ของห้าง ผลรวมสูงมากขึ้นเป็น 25 ศพ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 นายภูริภัทร บุญนิล ผู้รายงานข่าวไทยรัฐทีวี รายงานปัจจุบันว่า ในเวลานี้เจอคนเสียชีวิตอีก 4 ราย ที่ยังไม่สารถลำเลียงออกมาจากชั้น G ของ ห้างเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา จากเรื่องตื่นเต้นใช้อาวุธปืนการทำศึกกราดยิงด้วยความสามารถของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ผู้ก่อเหตุเอาชีวิตคนบริสุทธิ์ รวมแล้วมีคนตาย 25 ราย และก็เจ็บกว่า 34 ราย

ดังนี้ เจ้าหน้าที่มีการร้องขอโดรนเพื่อหาพิกัดฆาตกร เนื่องด้วยโดรนของเจ้าหน้าที่โดนผู้ร้ายยิงเสียหายไป 2 ลำ อย่างไรก็ดี มีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนบริสุทธิ์ที่ยังติดค้างอยู่ข้างในห้าง.…

บุกยิงหัว แม่ค้า สลดคาร้านชำจังหวัดปัตตานี ฆาตกรทำทีขอซื้อเบียร์

ฆาตกรบุก ยิงหัวแม่ค้าร้านชำ ทำทีขอซื้อเบียร์

ซัลโวเหี้ยมหาญ ยิงหัวแม่ค้าร้านชำ ใน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต เปิดเผย 2 ฆาตกรใช้รถจยย.เป็นยาน ทำทีขอซื้อเบียร์ ได้โอกาสชักอาวุธปืนลงมืออย่างโหดร้าย ตำรวจคาดสร้างสถานการณ์

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์63 ร้อยตำรวจโทเขต บัวพัว รอง สว.(สืบสวน) สภ.มายอ จังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 40 บ้านควนหยี มัธยม3 ตำบลปะโด ก็เลยรายงานให้ พลตำรวจตรีจิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบกรัมภ.จว.จังหวัดปัตตานี, พันตำรวจเอกสืบสกุล มณีนวล ผกก.สภ.มายอ รับรู้ พร้อมนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดหตุ

เมื่อไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดี่ยว เปิดเป็นร้านขายของชำ ด้านในร้านค้าไม่เจอร่องรอยการต่อสู้ ที่พื้นเจอกองเลือดเป็นจำนวนมาก ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บพสกนิกรดีได้ช่วยเหลือกันนำส่ง โรงพยาบาลมายอ รู้ชื่อถัดมาเป็น นางปิยาพร นวลแก้ว อายุ 57 ปี เจ้าของบ้านจุดเกิดเหตุ มีรอยแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่เคยทราบประเภทเข้าที่เข้าทางหัว ปริมาณ 1 นัดหมาย หมอได้มานะยื้อชีวิตให้ความให้การช่วยเหลืออย่างเต็มเปี่ยม แต่ว่าเพราะเหตุว่าเสียเลือดมากมายโคม่าเสียชีวิตในเวลาถัดมา

ซักถามรู้ว่า ก่อนเกิดเหตุคนตายอยู่ในร้านค้าโดยลำพังแล้วก็ดำรงชีพตามธรรมดาทุกๆวัน ก่อนเกิดเหตุปรากฏว่ามีฆาตกรสองผู้ขับขี่รถเครื่องมาหยุดหน้าร้านค้า แล้วฆาตกรที่นั่งนั่งซ้อนท้ายเดินลงจากรถยนต์มาเรียกผู้เสียชีวิตทำทีขอซื้อเบียร์สด เมื่อคนตายเดินไปถือเบียร์สดในตู้แช่เย็นแล้วยื่นให้นั้น ผู้ร้ายได้ยื่นเงินให้พร้อมกับชักอาวุธปืนจ่อยิงในทันทีอย่างใจร้ายเข้าที่เข้าทางหัว 1 นัดหมาย จนถึงล้มฟุบกองกับพื้น ข้างหลังก่อเหตุผู้ร้ายก็เลยวิ่งขึ้นรถรถมอเตอร์ไซค์ เร่งเครื่องหนีโดยทันที

หลังเกิดเหตุ พลตำรวจตรีจิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จว.จังหวัดปัตตานี พร้อม พันเอกสมคิด คงจะแข็ง ผู้บังคับบัญชาฉก.ทพ.42 ได้สั่งรวมกำลังข้าราชการทุกหน่วยห้ามรอบๆจุดเกิดเหตุเพื่อสำรวจหาวัตถุผู้เห็นเหตุการณ์ พร้อมให้สนธิกำลังล้อมหมู่บ้านในรัศมี 500 เมตร สั่งย้ำจุดตรวจในพื้นที่ตรวจหารถยนต์และก็บุคคลถูกสงสัยอย่างรอบคอบเพื่อไล่ล่าฆาตกร คาดว่าน่าจะเป็นคนภายในพื้นที่ ด้วยเหตุว่าทราบทางการแอบหนีอย่างดีเยี่ยม ขณะเดียวกันนี้ได้ผสานไปยังหัวหน้าท้องที่ให้ระวังบุคคลไม่คุ้นเคยเข้ามาแอบตัว โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้การช่วยเหลือ ส่วนต้นสายปลายเหตุมั่นใจว่าน่าจะเป็นความสามารถกรุ๊ปทำให้เกิดความอลหม่านในพื้นที่ที่มีความอุตสาหะสร้างสถานการณ์ โดยเลือกก่อเหตุกับแผนการที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดีทางข้าราชการกำลังรีบสืบสวนหาหลักฐานเพื่อจับตัวผู้ร้ายถัดไป.…

ระทึกกลางกรุง ไฟไหม้ชุมชนวัดมะกอก หลังโรงพยาบาลพระมงกุฎ เจ็บ 1

ไฟไหม้ชุมชนวัดมะกอก หลังโรงพยาบาลพระมงกุฎ

เกิดเหตุ ไฟไหม้ชุมชนวัดมะกอก ด้านหลังโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เขตพญาไท วอดนับ 10 หลัง มีคนกระโจนหนีไฟจากตัวตึก ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เวลา 10.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ มีกล่าวว่า เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชากรในชุมชนวัดมะกอก ถนนราชวิถี เขตพญาไท บวิเวณด้านหลัง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ข้าราชการนำกำลังเดินทางไปจุดเกิดเหตุ

ไฟไหม้ชุมชนวัดมะกอก

เจอไฟไหม้บ้านที่ด้านในชุมชนวัดมะกอก ลักษณะเป็นบ้านครึ่งอาคารครึ่งไม้ 2 ชั้น ปลูกชิดกันหลายหลัง ข้าราชการรีบเข้าสกัดพลิง ใช้เวลาราว 30 นาทีก็เลยสามารถควบคุมไฟได้ในวงจำกัด

พื้นฐานเจอบ้านที่พักในชุมชนเสียหายราว 10 หลัง แล้วก็มีคนบาดเจ็บ 1 ราย จากการกระกระโดดหนีออกมาจากตึกที่ถูกไฟไหม้ ข้าราชการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ส่วนค่าความทรุดโทรม แล้วก็ที่มาของไฟไหม้ อยู่ระหว่างตรวจดู.…

ตำรวจปราณบุรี จับคุณลุงข้างบ้าน ข่มขืนเด็กหญิง 13 ปี สารภาพ-พบฉี่ม่วง

ตำรวจปราณบุรี จับคุณลุงข้างบ้าน ข่มขืนเด็ก 13 ปี

สภ.ปราณบุรี จับชายหนุ่มใหญ่ก่อเหตุ ข่มขืนเด็ก 13 ปี หลังย่ามใจปีนเข้าบ้านแล้วโดนจับได้คาหนังคาเขา เปิดเผยเคยล่วงละเมิดเด็กสาวมาหลายครั้ง จับได้ตรวจพบฉี่ม่วง ยอมรับทำผิดจริงแต่ว่าใช้นิ้ว

ช่วงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 นางเสมอใจ (นามสมมุติ) ป้าของผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่สอบสวน สภ.ปราณบุรี ว่า มีผู้ร้ายเข้าไปก่อเหตุข่มขืนหลานสาว วัย 13 ปี ในบ้านพัก ตอนวันที่ 2 ก.พ. เวลาราวๆ 00.30 น.

ข่มขืนเด็ก 13

นางเสมอใจ พูดว่า คืนวันที่เกิดเหตุวันที่ 2 นายณรงค์ ลาบุตร อายุ 56 ปี อาชีพรับจ้างขับขี่รถตู้ขึ้นรถ คุ้นเคยกับคนภายในครอบครัวอย่างดีเยี่ยม มีที่พักห่างไป 5 หลังในซอยเดียวกัน ธรรมดานายณรงค์มักเดินมาข้างบ้านแล้วอ้อมมาด้านหลังบ้าน เพื่อไต่หน้าต่างเข้าห้องนอนลูกชายของตัวเอง นอนป่วยติดเตียง แล้วมาคุยเล่นเนื่องจากว่ารู้จักกันมานาน โดยเมื่อปีนป่ายหน้าต่างเข้ามาคุยเมื่อเสร็จและก็จะป่ายปีนกลับออกไป โดยจะถอดรองเท้าแตะสีขาว มีลาย ไว้ที่หน้าต่างข้างบ้าน ทำแบบงี้บ่อยๆ

ป้าของผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า แต่ช่วงตอนดึกคืนเกิดเหตุ คนภายในบ้านเข้าห้องนอนกันหมดแล้ว นายณรงค์ เข้ามาคุยกับลูกชายอีก แม้กระนั้นตอนนี้บอกกับลูกชายว่า ขอออกทางหน้าบ้านแทน โดยได้เดินออกมาจากห้องลูกชายซึ่งอยู่หลังบ้าน ผ่านมาถึงหน้าบ้าน มีหลานสาว อายุ 13 ปี

ซึ่งป่วยด้วยโรคหัวใจมาโดยกำเนิด นอนอยู่หน้าโทรทัศน์ติดกับประตูหน้า และก็ห้องของตัวเองก็อยู่นั่น แม้กระนั้นในขณะนั้นตนนอนแล้ว ความมาแตกด้วยเหตุว่าลูกชายมิได้ยินเสียงประตูลูกบิดเปิดออก ด้วยความข้องใจก็เลยคลานออกมาจากห้อง เรียกหลานให้หาน้ำให้รับประทาน ลูกชายกล่าวว่าได้ยินเสียงกุกๆกักๆ หลานสาวลุกออกมามองเห็นภาวะกางเกงบิดเบี้ยว แล้วก็มองเห็นว่ามีคนแอบขดงออยู่ใต้เก้าอี้โดยมีผ้าที่เอาไว้สำหรับห่มควบคุมตัวอยู่ ลูกชายก็เลยได้ตีประตูเรียกตนออกมา

นางเสมอหัวใจ กล่าวอีกว่า ตนตกอกตกใจตื่นมาพบกับเหตุเข้า รู้สึกตกใจแล้วก็เสียใจอย่างมาก ก็เลยได้โทรศัพท์บอกบุตรสาวอีกผู้ที่อยู่คนละบ้าน และก็บิดาของเด็กให้รู้ เมื่อบุตรสาวมาถึง ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ในตอนนั้นนายณรงค์ ยอมออกมาจากใต้เก้าอี้มาแล้ว บอกแม้กระนั้นมิได้ทำอะไร ถึงกับก้มกราบเท้า กล่าวแต่อย่าจับเขา อย่าเอาการเขาเลย ให้เห็นแก่แม่เขาที่แก่แล้ว จนกระทั่งรถยนต์ตำรวจเปิดไฟวับวาบเข้ามาในซอกซอย นายณรงค์มองเห็นเข้าได้ชุบมือเปิบวิ่งหนีหายไปในความมืดมน

ข่มขืนเด็ก 13

ป้าของผู้เสียหาย พูดว่า ตนได้สอบถามหลานสาวอยู่นาน ช่วงแรกเด็กไม่ยอมบอก ด้วยเหตุว่าเด็กมีความกลัว ไม่กล้าเล่าเหตุให้ฟัง จนถึงสารภาพเรื่องจริงว่า เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะอย่างงี้หลายคราว โดยหนแรกเพียงแค่ช่วยสำเร็จความใคร่ให้ด้วยมือ ที่ป่าเกลื่อนกลาดแห่ง

หนึ่ง ก่อนที่จะถูกข่มขืนบ่อยครั้งในเวลาถัดมา โดยทุกหนนายณรงค์ได้กล่าวข่มขวัญหลานสาวไว้ไม่ให้บอกผู้ใด ไม่งั้นจะถูกตี และก็มอบเงินเด็กเป็นค่าปิดปากไว้ทีละ 100 – 200 บาท ด้วยความหวาดกลัวเด็กก็เลยไม่กล้าบอกเรื่องจริงกับครอบครัว ส่วนวันที่เกิดเหตุด้ามจับได้ในบ้านนั้น ยังไม่ทันจะได้กระทำชำเรา เนื่องจากลูกชายตนฉุกคิดซะก่อน

“พื้นฐาน ได้พาหลานสาวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ก็พบว่ามีการล่วงละเมิดจริง หัวข้อนี้ตนรู้สึกเศร้ามากมาย ที่คนรู้จักกันเป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อเหตุดังกล่าวได้ ตนรู้สึกเห็นอกเห็นใจหลานที่จำเป็นต้องผจญกับเรื่องร้าย แล้วก็จำต้องอยู่ต่อในสังคมที่ไม่เคยรู้ว่าจะรับสภาพได้ไหม โดยปัจจุบันมีญาติของนายณรงค์ มาเสวนาขอให้ตกลงความ แต่ใช้คำกล่าวไม่ดีกับครอบครัวตน ดังนี้ตนและก็ครอบครัวขอดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายกับนายณรงค์ให้ถึงที่สุด จะไม่มีการยินยอมความอะไรก็แล้วแต่ทั้งหมดทั้งปวง” นางเสมอจิตใจ กล่าว

ดังนี้ ผู้รายงานข่าวได้ถามความก้าวหน้าไปยัง สภ.ปราณบุรี ได้รับแจ้งว่า ชุดไต่สวนติดตามหาข่าวสารจนกระทั่งสามารถจับตัวนายณรงค์ ถึงที่กะไว้สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ที่กลุ่ม 3 ตำบลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี เมื่อเวลาดึกคืนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ และก็ได้กักคุมมาสอบสวนแล้วก็ตรวจค้น

สิ่งเสพติดในร่างกาย เจอฉี่เป็นสีม่วง ทั้งผู้ต้องหาได้สารภาพว่าก่อเหตุอนาจารเด็กสาวจริง แต่ว่ารับเพียงว่าใช้นิ้วเพียงแค่นั้น พื้นฐานเจ้าหน้าที่สอบสวนตั้ง 3 ข้อกล่าวหา เป็น ลักลอบเสพสิ่งเสพติดรอบๆริมทางสาธารณะ ละเมิดที่พักอาศัยในยามค่ำคืน และก็ก่อเหตุอนาจารเด็กสาว อายุ 13 ปี คุมตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหิน.…

ลูกชาย ร้องไห้ใจจะขาด แม่พายเรือเก็บไหลบัวจมน้ำดับ บิดาก็พึ่งจะเสีย

ลูกชาย ร้องไห้ใจจะขาด แม่พายเรือเก็บไหลบัวจมน้ำดับ

สุดสลด ลูกชายหัวเข่าทรุดร้องไห้โฮลั่น แม่พายเรือเก็บไหลบัวจมน้ำดับ เปิดเผยพึ่งจะสูญเสียผู้เป็นบิดาไปเมื่อช่วงเวลากลางเดือนมกราคม 2563

ผู้รายงานข่าวกล่าวว่าเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์2563 พันตำรวจตรีสำราญ ม่วงศรีเมืองดี สว.สส. (สอบปากคำ) สภ.เมืองจังหวัดชัยนาท รับบอกเหตุมีผู้จมน้ำเสียชีวิต ที่บ่อน้ำน้ำสาธารณะในพื้นที่ กลุ่มที่ 4 ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองจังหวัดชัยนาท รุดสำรวจจุดเกิดเหตุพร้อมข้าราชการอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท แล้วก็หมอเวรโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร

จุดเกิดเหตุพบว่าที่กลางบ่อน้ำมีเรือคว่ำอยู่ ส่วนคนหายไป ข้าราชการก็เลยรีบลงไปหา เจอศพนางสมบัติ เนตรเจริญ อายุ 58 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน ใส่กางเกงขายาวสีดำ ก็เลยนำร่างขึ้นมาเพื่อหมอพิสูจน์ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 2 ชั่วโมง ทางเครือญาติไม่ติดใจในปัจจัยการเสียชีวิตก็เลยนำศพส่งเพื่อประกอบพิธีบาปทางศาสนาถัดไป

แม่พายเรือเก็บไหลบัวจมน้ำดับ

โดยในขณะที่ข้าราชการกำลังนำศพขึ้นมา มีนายท้องฟ้า เนตรเจริญ อายุ 40 ปี ลูกชายของผู้ตายร้องไห้ฟูมฟายปานว่าใจจะขาด หลังออกตามหาแม่เพื่อตามไปรับประทานข้าว แต่ว่าจะต้องมาเจอกับภาพสุดเสียใจ ด้วยเหตุว่าแม่จมน้ำเสียชีวิตเป็นศพลอยอยู่เบื้องหน้า

แม่พายเรือเก็บไหลบัวจมน้ำดับ

จากการสอบปากคำรู้ดีว่า ผู้เสียชีวิตออกมาจากบ้านมาเพื่อเก็บไหลบัวไปขายที่ตลาด โดยใช้เรือเหล็กแล้วก็ถังสำหรับใส่น้ำเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ แม้กระนั้นเมื่อลูกๆมีความคิดเห็นว่าหายมานานเปลี่ยนไปจากปกติ ก็เลยออกมาตามหาจนถึงเจอเป็นศพดังกล่าวมาแล้วข้างต้น พื้นฐานคาดว่านางสมบัติบางทีก็อาจจะตกเรือขณะดึงไหลบัว แล้วพยายามปีนกลับขึ้นเรือ แต่ว่าเรือเกิดคว่ำกระทั่งจมหายไปทั้งคนอีกทั้งเรือ

นักข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้าที่ผ่านมานายนภดล ซึ่งเป็นลูกผู้เดียว พึ่งจะสูญเสียผู้เป็นบิดาจากลักษณะของโรคประจำตัวกำเริบเมื่อตอนกลางเดือนมกราคม 2563 แล้วก็จะต้องมาเจอกับเรื่องสะเทือนจิตใจในวันนี้จากการสิ้นไปผู้เป็นแม่ไปอีกคน จนถึงเกิดภาพน่าเวทนาที่ผู้เป็นลูกชายร้องไห้สติแตกตามภาพที่ปรากฏ.…

ยึดทรัพย์สิน 10 ล้าน เครือข่ายยานรก สั่งตรงจากยุโรป เจาะตลาด ไฮโซ

ยึดทรัพย์สิน 10 ล้าน เครือข่ายยานรก สั่งตรงจากยุโรป

ป.ป.ส. ร่วมกับศก. เครือข่ายยานรก จับยาอีซุกลำโพงบลูทูธ ส่งตรงจากเนเธอร์แลนด์ ได้ผู้ต้องหา 2 ราย ขยายผลพบกัญชาออร์แกนิกอิมพอร์ตจากต่างประเทศ ยึดทรัพย์สินร่วม 10 ล้าน

ผู้รายงานข่าวกล่าวว่าเมื่อตอนบ่ายวันที่ 2 กุมภาพันธ์2563 นายนิยม เพิ่มเติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวมาว่า ตอนวันที่ 27 มกราคมก่อนหน้าที่ผ่านมา ศก.รวมทั้งที่ทำการ ป.ป.ส. รวมทั้งบริษัทรับขนส่งพัสดุจากต่างประเทศ ได้ตรวจเจอยาอี 130 เม็ดซุกซ่อนในลำโพงบลูทูธส่งมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจากนั้นข้าราชการขยายผลจับ 2 ผู้ต้องหา เป็น นายชล (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี แล้วก็ นางสาวมะปราง (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ที่ถูกกล่าวว่าเป็นคนรับพัสดุภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ก่อนไปตรวจหาที่ห้องเช่าบริเวณสุขุมวิท เจอหลักฐานเพิ่มเติมอีกเป็น ยาอีรูปแบบผง 55 กรัม LSD หรือตราไปรษณียากรมรณะ 58 ชิ้น โคเคน 14 กรัม รวมทั้งกัญชาออร์แกนิกที่นำเข้าจากต่างแดน 5 โล ยิ่งกว่านั้นยังเจอเงินสดสกุลไทยและก็ต่างประเทศมากมาย รวมทั้งเงินมีค่าต่างๆเป็นต้นว่า นาฬิกาหรูของผู้ต้องหา รวมราคากว่า 10 ล้านบาท ก็เลยทำยึดไว้ตรวจ

พื้นฐาน ผู้ต้องหาได้ให้ข้อมูลว่าสั่งสารเสพติดทั้งหมดจากต่างประเทศ เพื่อนำมาปลดปล่อยขายให้กรุ๊ปนักเที่ยวที่มีฐานะ หรือกรุ๊ปลับที่เรียกว่า “Club drugs” ต่อจากนี้จะขยายผลจับตัวถัดไป

“สำหรับสิ่งเสพติดด้ามจับยึดได้ในคราวนี้แม้ว่าจะมีปริมาณไม่มากมาย แม้กระนั้นจะมองเห็นได้ว่ายาเสพติดหลักฐานทั้งหมดทั้งปวง ถูกสั่งนำเข้าจากประเทศทางยุโรป เป็นสิ่งเสพติดที่แพงค่อนข้างจะสูง โดยเหตุนี้ลูกค้าของผู้ต้องหาคดีนี้อยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูงที่มีฐานะด้านการเงินดี หรือกรุ๊ปที่เรียกว่า “Club drugs” รวมทั้งนัดหมายรวมตัวกันเสพสิ่งเสพติดในสถานเริงรมย์ ห้องเช่า เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ หรือรีสอร์ต ที่มีความเป็นส่วนตัว และก็ยากต่อการเข้าถึงของข้าราชการ

โดยช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ข้าราชการสามารถยึดยาอีกว่า 43,000 เม็ด ที่ถูกส่งมาจากต่างถิ่นได้ 5 ครั้ง ก็เลยขอความร่วมมือพ่อแม่พี่น้อง ผู้ครอบครองสถานประกอบการ บุคลากร ได้ช่วยเหลือกันดูแล ถ้าเจอความประพฤติปฏิบัติถูกสงสัยเกี่ยวเนื่องกับสิ่งเสพติด สามารถแจ้งพอดี สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน” นายนิยม กล่าว…