สุดเศร้า สมภพ รุ่งสุภา ครูฝึกดำน้ำจุฬา จมทะเลเกาะสีชังดับ

สุดเศร้า สมภพ รุ่งสุภา ครูฝึกดำน้ำจุฬา จมทะเลเกาะสีชังดับ

เจอศพ ครูฝึกดำน้ำจุฬา สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลอยคว่ำหน้ากึ่งกลางทะเลเกาะสีชัง ตำรวจคาดวูบทันควัน หรือโรคประจำตัวกำเริบ

ผู้รายงานข่าวรายางนว่าเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 30 เดือนมกราคม63 พันตำรวจเอกอัฐกูรณ์ สาระกูล ผู้กำกับการสภ.เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งว่าเจอศพคนตายใส่ชุดนักดำน้ำ ลอยรอบๆกึ่งกลางทะเล ห่างจากเกาะสีเกลียดโดยประมาณ 500 เมตร ก็เลยรีบรุดไปวิเคราะห์ และข้าราชการหน่วยกู้ภัยเกาะสีชัง

จุดเกิดเหตุข้าราชการจะต้องพากันนั่งเรือขนาดกึ่งกลางออกไปสำรวจ เจอร่างคนตาย อยู่ในภาวะลอยคว่ำหน้า ใส่ชุดมุดน้ำ มีถังออกสิเจน ใส่หน้ากากมุดน้ำ ใส่รองเท้าตีนกบ สวมสายรัดเอวตะกั่ว จากการตรวจดูตามร่างกายไม่เจอร่องรอยการเช็ดกรังแกอะไร คาดเสียชีวิตไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 3 ชั่วโมง

ไต่สวนบุคลากรบนเรือจูง ผู้เจอศพให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ในตอนนั้นตัวเองกำลังปฏิบัติงานอยู่บนเรือ ระหว่างนั้นได้หันไปมองเห็นศพลอยอยู่กึ่งกลางสมุทร ก็เลยร้องเรียกให้เรือตกปลาขนาดเล็กของประชาชน เข้าไปตรวจดูใกล้ๆ ก่อนที่จะพบว่าแปลงเป็นศพผู้ตายลอยน้ำ

ถัดมาข้าราชการผสานหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องอีกทั้งริมฝั่งและก็บนเกาะสีเกลียด เพื่อหาตัวบุคคลหาย จนถึงพบว่าคนตายเป็นนายการเกิด รุ่งสุภา อายุ 61 ปี เป็นครูฝึกดำน้ำของสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเล จุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัย

พื้นฐานรู้ว่าผู้ตายใส่ชุดมุดน้ำลงที่รอบๆท่าวัง เมื่อเวลาบ่ายโดยมีราษฎรพบเจอว่ามาผู้เดียว จนถึงมาเจอแปลงเป็นศพลอยสมุทร คาดคงจะกำเนิดอาการวูบเฉียบพลัน หรือโรคประจำตัว ทำให้จมน้ำสมุทร แล้วต่อจากนั้นนำศพส่ง โรงพยาบาลเกาะสีชัง ก่อนให้พี่น้องรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1760553

ฝนตกถนนลื่นกระบะปะทะฟอร์จูนเนอร์ หวุดหวิดดับยกครัวบน ถนนสายมรณะ

ถนนสายมรณะ หวุดหวิดดับยกครัวบน

อุบัติเหตุบน ถนนสายมรณะ ทุ่งใหญ่-หลักช้างอีกแล้ว เมื่อชายหนุ่มโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขับกระบะสี่ประตูมาพร้อมเมียครรภ์แก่ 8 เดือนแล้วก็ลูกรวม 4 ชีวิต กลับจากเล่นน้ำทะเลที่จังหวัดภูเก็ต พากันกลับไปอยู่บ้านที่นครฯ ขณะเข้าพื้นที่ อำเภอทุ่งใหญ่ เกิดฝนตกหนักมีโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ขับสวนมาสาดไฟสูงใส่หน้าทำให้ไม่เห็น เท้าเหยียบเบรกรถยนต์ลื่นพุ่งเข้าชนประสานงา พังยับทั้งสอง

ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 29 มกราคม63 ร้อยตำรวจเอกพงษ์วุฒิ วุฒิพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนพุ่งเข้าชนมีคนที่ได้รับบาดเจ็บติดข้างในรถยนต์ เหตุกำเนิดบนถนนสายมรณะทุ่งใหญ่ หลักช้าง กลุ่ม 8 บ้านควนอวดพัน ตำบลปริก ก็เลยออกไปพิจารณาและเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งทุ่งใหญ่

จุดเกิดเหตุเจอรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กว 2737 นครศรีธรรมราช ตกไปอยู่ในป่าเกลื่อนกลาดริมทาง ภาวะพังพินาศเป็นเศษเหล็ก บนถนนหนทางเจอล้อยนต์หน้าขวาของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์หลุดขาดออกมาจากตัวรถยนต์ ตรวจตราที่รอบๆเบาะผู้ขับ เจอนายอุดม เยื่องย่อง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/1 กลุ่ม 6 บ้านยางคมพัด ตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช อาชีพเป็นช่างเปิดร้านสแตนเลส ติดอยู่ติดอยู่พวงดอกไม้ ข้าราชการมูลนิธิฯรีบให้การช่วยเหลือนำตัวออกมาจากรถยนต์ส่ง โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ หมอนำเข้าห้องเอกซ์เรย์ พบว่าเชิงกรานหักมีเลือดไหล ที่คอกประจำเดือนกเขยื้อนและก็ร้าวฉาน ศอกขวาแตก ลำตัวขยับมิได้ โคม่าจะต้องส่งตัวไปรักษาต่อยัง โรงพยาบาลทุ่งสง

ยิ่งกว่านั้นยังเจอรถปิคอัพโตโยต้าวีโก้ สี่ประตู สีเทาดำ ทะเบียน กม 2228 นครศรีธรรมราช ภาวะหน้ารถยนต์ทางขวาพังพินาศ ห้องเครื่องมีกรุ๊ปควันพวยพุ่งขึ้นมา หยุดขวางถนนหนทางอยู่ครึ่งเลน ส่วนผู้ขับแล้วก็คนที่นั่งมาในรถยนต์รวม 4 คนข้าราชการมูลนิธินำส่ง โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ รู้ชื่อนายธีรวัฒน์ บารมีพิพรรธน์โยธิน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 218 กลุ่ม 8 ตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกึ่งกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ขับ มีอาชีพเป็นบุคลากรโรงงานกระแสไฟฟ้าชีวมวลที่ ตำบลที่นาโพธิ์ อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช นางชุตำหนิกาญจน์ บารมีพิพรรธน์โยธิน อายุ 30 ปี เมียครรภ์แก่ 8 เดือนใกล้คลอด เด็กชายธนวุฒิ อายุ 3 ขวบ รวมทั้ง เด็กหญิงหนูที่นา อายุ 1 ขวบ ทั้งสิ้นเป็นบิดามารดาลูกครอบครัวเดียวกัน ไม่มีอันตรายทั้งปวง

ไต่สวนนายธีรวัฒน์ คนขับกระบะโตโยต้าวีโก้สี่ประตู ให้การว่า ขับขี่รถกลับจากพาครอบครัวไปเล่นน้ำทะเลที่ จังหวัดจังหวัดภูเก็ต ขณะที่กำลังขับรถยนต์กลับไปอยู่ที่บ้านที่ อำเภอช้างกึ่งกลาง เข้าเขตพื้นที่ อำเภอทุ่งใหญ่ เหลือระยะทางไม่ถึง 25 กิโล ก็ใกล้จะถึงบ้านอยู่แล้วกำเนิดมีฝน

ตกลงมาอย่างมากทำให้ดูทางไม่ค่อยจะมองเห็น เป็นจังหวะที่มีรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ขับสวนมาแล้วก็สาดไฟสูงใส่เข้าหน้ากระทั่งทำให้มองดูอะไรมองไม่เห็น ก็เลยเหยียบเบรกทำให้รถยนต์เสียหลักลื่นไถล่พุ่งชนพุ่งเข้าชนกับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์เต็นคัน จนถึงรถยนต์ทั้งคู่คัน

กระเด็นไปคนละทิศคนละทางตกริมถนน ทำให้นายอุดมคนขับฟอร์จูนเนอร์ได้รับบาดเจ็บติดค้างซากรถยนต์ ส่วนตนแล้วก็ครอบครัวรวม 4 คน อาการไม่มีอันตรายทั้งสิ้น

ข้างหลังตรวจจุดเกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอกดงษ์วุฒิ ได้ทำวัดแอลกอฮอล์นายธีรพัฒน์คนขับกระบะสี่ประตู ผลของการตรวจเป็นศูนย์ไม่พบว่ามีแอลกอฮอล์ภายในร่างกาย แล้วหลังจากนั้นได้เชินตัวมาไต่สวนเพิ่มเต็ม ส่วนนายอุดม พญ.ปริดูน สวนจันทร์ หมอเวร โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จะได้ทำตรวจเลือดเพื่อหาแอลกอฮอล์ภายในร่างกายถัดไป ส่วนเนื้อหาทางเส้นด้ายคดีจะต้องคอยให้นายอุดมหายจากการบาดเจ็บซะก่อน ก็เลยจะเรียกมาไต่สวนเพื่อหาคนผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายถัดไป

ผู้รายงานข่าวกล่าวว่า ถนนหนทางสายทุ่งใหญ่ หลักช้าง หรือทุ่งใหญ่ หนองดี ระยะทาง 15 กม. ราษฎรในพื้นที่ต่างตั้งชื่อว่าเป็นถนนหนทางสายมรณะ เหตุเพราะมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นเกือบจะไม่เว้นทุกวัน แล้วก็มีผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิตอยู่บ่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีฝนตกลงมายิ่งอันตรายสุดๆเนื่องจากว่าถนนหนทางเส้นนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช2518 ไม่มีการปรับปรุงหรือขยายไหล่ถนน ทำให้พื้นถนนพังทลายเสียหาย และก็ที่สำคัญถนนหนทางแออัดคับแคบรถยนต์วิ่งสวนไปๆมาๆเพียงแค่สองเลน จนถึงราษฎรมีการรวมกลุ่มต่อต้านเพื่อขอให้มีการขยายถนนหนทางเป็นสี่เลนมาแล้วหลายครา…

จับกุมหนุ่มปากีสถาน อ้างเป็นนักบิน แอบตีสนิทนักเดินทาง ยืมเงินสูญเป็นแสน

จับกุมหนุ่มปากีสถาน อ้างเป็นนักบิน

ตำรวจท่องเที่ยว จับกุมหนุ่มปากีสถาน อ้างเป็นนักบินสายการบินดังกับเถ้าแก่ของกินประเทศอินเดีย ตีสนิทนักเดินทางต่างประเทศ ยืมเงินอ้างจะคืนแต่ว่าแล้วหนีหาย โดยมีเหยื่อถูกหลอกไม่น้อยเลยทีเดียวสูญเงินนับแสน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 เดือนมกราคม 2563 ที่ศูนย์บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พลตำรวจโทเชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พลตำรวจตรีคัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.ทท. พลตำรวจตรีอังกูร คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท. พลตำรวจตรีวรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบกรัมทท.1 รวมทั้ง พันตำรวจเอกเกื้อกมล ดวง ประทีป ผู้กำกับการ1 บก.ทท.1 พันตำรวจตรีขวัญพล เพ็งเดือน สว.ส.ทท.2 กิโลกรัม1 บก.ทท. ด้วยกันแถลงข่าวการ จับตัว Mr.KHAN SADAM AHMED หรือ นายข่าน ซาดาม อาเหม็ด อายุ 29 ปี เชื้อชาติประเทศปากีสถาน ตามหมายจับศาลแขวงบัวก้านวัน ที่ 127/2562 ระบุวันที่ 21 พ.ย. 2562 ต้องหาว่ากระทําความผิดพลาดฐาน “ลักขโมย” สามารถจับตัวถึงที่กะไว้ห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอกซอยบางปลา 63 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

สืบไปจากช่วงวันที่ 12 พ.ย. 2562 ได้มีผู้เสียหายชนชาติประเทศญี่ปุ่นได้เข้าแจ้งเหตุต่อตำรวจ สถานีตำรวจนิลุบลวัน ว่าถูกผู้ร้าย คนต่างประเทศ แต่งตัวดี เข้ามาตีสนิทชักชวนสนทนา ที่รอบๆห้างเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงว่าตัวเองไม่อาจจะใช้บัตรเครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติได้ โดยขาดเงินสดประจำตัว แล้วก็ให้ผู้เสียหายทดสอบการใช้บัตรเครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติตัวเองว่าติดขัดไม่สามารถที่จะกดเงินสดออกมาได้จริง และก็ใช้กลอุบายต่างๆนานาจนกระทั่งผู้เสียหายเชื่อนำเงินสดของตนเองให้เป็นปริมาณ 30,000 บาท และก็ฆาตกรได้ให้ข้อมูลบ้านพักและก็อีเมลกับผู้เสียหายเพื่อคืนเงินตอนหลัง แล้วต่อจากนั้นเมื่อผู้เสียหายติดต่อจะไม่สามารถที่จะติดต่อได้ไพเราะข้อมูลบ้านพัก รวมทั้งอีเมลนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็เลยฟ้องร้องต่อพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการสอบสวน สถานีตำรวจอุบลวัน กรุงเทพมหานคร

พลตำรวจตรีเชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท.พูดว่า คนก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุ โดยจะเลือกที่จะเข้าตีสนิทเสวนารวมทั้งใช้กลอุบายต่างๆแล้วก็จะแต่งตัวให้มองน่าไว้วางใจ โดยกล่าวถึงว่าเป็นนักบินจากต่างแดน หรือเป็นเจ้าของธุรกิจห้องอาหารในประเทศไทย

โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นนักเดินทางหรือนักธุรกิจคนต่างประเทศ เมื่อเหยื่อเชื่อจะทำทีว่าขาดเงินสดประจำตัว และก็กล่าวถึงว่าบัตรATMหรือเครดิตไม่อาจจะใช้งานได้ ให้เหยื่อนำเงินมาให้ก่อนจะให้ข้อมูลการติดต่อที่ไม่มีอยู่จริงไปกับเหยื่อโดยจะได้เงินจากการคดโกงทีละ 7,000-30,000 บาท โดยก่อเหตุมาแล้วหลายคราว ในตอนปี 2561-2562 โดยจะเลือกสถานที่ก่อเหตุที่มีนักท่องเที่ยวฝรั่งมากมาย ดังเช่นว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ห้างจุดศูนย์กลางเมือง แล้วก็ตามสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

ผบช.ทท.กล่าวเหตุว่า จากการตรวจทานหนังสือเดินทางพบว่าคนก่อเหตุมีการเข้าออกเมืองไทยกว่า 18 ครั้งก็เลยต้องการฝากเตือนนักเดินทางว่าอย่าเชื่อผู้ก่อเรื่องและก็ให้สังเกตว่าผู้ร้ายจะเป็นคนต่างประเทศ มีการแต่งตัวที่มองน่าไว้วางใจ พูดจาดี โดยเหตุนั้นเสนอแนะนักเดินทางที่มาท่องเที่ยวระวังการเสวนา หรือให้เงินทองกับคนที่ไม่รู้จัก แล้วก็ฆาตกรมักเลือกก่อเหตุกับคนประเทศอื่น เนื่องจากว่าคนต่างประเทศชอบเข้ามาท่องเที่ยวในระยะสั้น ก็เลยไม่ได้อยากต้องการที่จะแจ้งเหตุเป็นคดีความ โดยการก่อเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วเกิดโทษต่อภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบถึงการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย.…

รู้ตัวแล้ว มือปาดคอสาวโรงงาน หนีซุกถิ่นกำเนิด ตำรวจจ่อขอศาลออกหมายจับ

รู้ตัวแล้ว มือปาดคอสาวโรงงาน หนีซุกถิ่นกำเนิด

ตำรวจรู้ตัว มือปาดคอสาวโรงงาน เจ็บสาหัส ที่ปราจีนฯแล้ว ข้างหลังก่อเหตุขับ จักรยานยนต์เผ่นพร้อมสินทรัพย์เหยื่อ คาดหนีซุกรกราก จัดแจงสะสมหลักฐาน ขอศาลอนุมัติหมายจับ ลากคอดำเนินคดี

จากกรณี นางสาวสกาวเดือน พลภักตร์ อายุโดยประมาณ 24 ปี บุคลากรโรงงานแห่งหนึ่ง ในเขตอุตสาหกรรม จังหวัดจังหวัดปราจีนบุรี ถูกฆาตกรใช้อาวุธเฉือนคอกระทั่งหลอดลมและก็เส้นโลหิตขาด โคม่าเมื่อช่วงดึกก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จากที่เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

ความก้าวหน้าปัจจุบัน วันนี้ (29 ธันวาคม) พันตำรวจตรีจอมพล แนวความคิดสุข พนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ จังหวัดจังหวัดปราจีนบุรี ได้เชิญชวนตัว นางสาวเบ็ญจวรรณ์ พลภักตร์ อายุ 42 ปี แม่ของ นางสาวสกาวเดือน มาซักถามที่ สภ.ศรีมหาโพธิ จากการ

ไต่สวนทราบดีว่า ภายหลังจากบุตรสาวถูกเฉือนคอได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ได้เข้ากระทำการรักษาตัวที่โรงหมอเจ้าพระยายกโทษภูเขาเบศร ทางหมอได้รีบให้การรักษาเป็นการด่วน เนื่องมาจากหลอดลมและก็เส้นโลหิตขาด ทำให้เสียเลือดมากมาย ในตอนนี้อยู่นอนรักษาตัวอยู่ด้านในห้องห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาลศัลยกรรม สามารถเขียนให้ข้อมูลได้บ้างแล้ว

พื้นฐานทราบดีว่า ผู้ก่อเรื่องชื่อเล่นว่า “ปาล์ม” อายุ 24 ปี เป็นคน ตำบลถ้อยคำ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ภายหลังก่อเหตุได้นำสินทรัพย์ เป็นกระเป๋า 1 ใบ โทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมเงินสดปริมาณหนึ่งของ นางสาวสกาวเดือน ขับขี่รถหลบซ่อนไป จากการไต่สวนของชุดสอบปากคำ

ทราบดีว่า ผู้ก่อเหตุแอบหนีไปที่รกรากเหตุ ตอนนี้ตำรวจกำลังเก็บหลักฐาน พร้อมรูปเพื่อผู้เสียหายรับรองตัวอีกที เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดจังหวัดปราจีนบุรีถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/east/1736935

ไฟไหม้ร้านขายวัสดุก่อสร้างในซอยลาดปลาเค้า ยังประเมินความเสียหายไม่ได้

ไฟไหม้ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ในซอยลาดปลาเค้า

ไฟไหม้ตอนดึก ไฟไหม้ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ด้านในซอยลาดปลาเค้า 12 ระดมรถยนต์น้ำ 3 คัน ใช้เวลา 20 นาที ควบคุมไฟ มูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถที่จะประเมินได้

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 25 มกราคม63 พันตำรวจตรีกิตติภูมิ จันทรา สว.(สอบสวน) สถานีตำรวจโชคชัย รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ด้านในซอยลาดปลาเค้า 12 ตำบลไอ้เข้บัว เขตลาดพร้าว จังหวัดกรุงเทพ ก็เลยผสานรถยนต์ทุเลาสาธาน้ำที่ภัยจ.กรุงเทพฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ะมูลนิธิร่วมรู้บุญคุณคน รวมทั้งมูลนิธิเพชรเกษมกรุงเทวดา เข้าวิเคราะห์

จุดเกิดเหตุเป็นตึกการขายสูง 3 ชั้น เปิดเป็นร้านค้าขายเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับก่อสร้าง ข้างหลังเป็นตึกปลูกด้วยไม้ ยาว 5 เมตร กว้าง 9 เมตร ใข้สำหรับเป็นสถานที่ทำงาน โดยข้าราชการจำต้องใช้รถยนต์น้ำปริมาณ 3 คัน และก็ใช้เวลาโดยประมาณ 20 นาที ก็เลยสามารถควบคุมไฟเอาไว้ได้

จากการสอบปากคำนางบริสุทธิ์ลักษณ์ กรนิตวงษ์ อายุ 69 ปี ผู้ครอบครอง เผยออกมาว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกับครอบครัว 5 คน ได้นอนอยู่รอบๆชั้น 3 ได้ยินเสียงดังขึ้น เหมือนมีคนจุดดอกไม้ไฟ ก็เลยได้เดินออกมามองก็พบว่า มีแสงสว่างไฟที่ตัวตึกที่ทำงาน ซึ่งใช้เป็นที่เก็บเอกสารสำหรับลูกค้าสั่งซื้อของเกี่ยวกับจ่ายตลาดวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งให้ข้าราชการเข้ามาช่วยเหลือ

พื้นฐาน จากเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่มีคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ค่าความย่ำแย่ยังไม่อาจจะประเมินได้ โดยทางตำรวจคาดว่า ปัจจัยคงจะมาจากกระแสไฟฟ้ารัดวงจร พร้อมจัดแจงผสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจดูหามูลเหตุอย่างรอบคอบอีกรอบหนึ่ง.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1755700

รมว ยุติธรรม ชี้ สังคมไม่ได้อยากต้องการลดโทษโจรปล้นทองจังหวัดลพบุรี แต่ว่าจำเป็นต้องว่าไปตาม กฎหมาย

รมว ยุติธรรม ชี้ สังคมไม่ได้อยากต้องการลดโทษโจรปล้นทองจังหวัดลพบุรี

รมว ยุติธรรม เชื่อ ตำรวจหาหลักฐาน-ผู้เห็นเหตุการณ์ให้แน่นหนาก่อนส่งฟ้อง “ผู้อำนวยการกอล์ฟ” ขโมยชิงทองคำจังหวัดลพบุรี ชี้สังคมไม่อยากที่จะให้ลดโทษแม้กระนั้นจำเป็นต้องว่าตาม กฎหมาย รอคอยพิสูจน์ตัวตนเหยื่อคดี “ไอซ์ หีบเหล็ก” ก่อนรีบมอบเงินแก้ไข

ตอนวันที่ 25 มกราคม63 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พูดถึงกรณีตำรวจจับนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผู้อำนวยการกอล์ฟ อายุ 38 ปี ผู้อำนวยการสถานที่เรียนวัดโพธิ์ชัย ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดสิงห์บุรี ที่ชิงทองคำจากร้านค้าทองคำในห้างโรบินสัน จังหวัดลพบุรี โดยช่วงนี้ภาควิชาพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการสอบสวนคดีดังที่กล่าวถึงแล้วกำลังเร่งรัดสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เก็บหลักฐานรวมทั้งรอคอยผลตรวจหลักฐานทางนิติเวช ว่า ในช่วงเวลานี้กรมราชทัณฑ์ได้รับฝากขัง นายประสิทธิชัย เพื่อรอคอยการส่งฟ้องต่อศาล สามารถฝากขังได้ 7 ครั้ง ทีละ 12 วัน ถ้าเกิดทางตำรวจเก็บหลักฐานประกอบสำนวนกระทั่งน่าพึงพอใจแล้ว สามารถนำตัวส่งฟ้องได้เลย

“ตนเคยได้เห็นคดีที่เชลยสารภาพพร้อมหลักฐานและก็หลักฐานต่างๆเร็วสุด 2 อาทิตย์ก็มีข้อบัญญัติโทษติดตะรางในทันที แต่ไม่มีหลายครั้งนักที่จะมีการเร่งรัดอย่างงั้น เนื่องจากว่ากระบวนการยุติธรรมถ้าหากมีการเร่งรัดเยอะเกินไป อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความบกพร่องได้ จะมีผลให้กำเนิดความย่ำแย่ ตนรู้เรื่องว่ากระบวนการยุติธรรมคงจะต้องหาหลักฐานทุกสิ่งทุกอย่างให้บริบูรณ์ที่สุดก่อน” รัฐมนตรีว่าการเป็นธรรม กล่าว

เมื่อถามคำถามว่าสังคมต้องการให้คดีนี้ไม่มีการลดโทษ ด้วยเหตุว่าเป็นการปฏิบัติที่ร้ายแรงมากมาย นายสมอำนาจ บอกว่า ระเบียบปฏิบัติหรือข้อบังคับใหม่ยังออกไม่เสร็จ เพราะว่าการบัญญัติกฎหมายจำต้องใช้เวลาตามแนวทางการ อย่างข้อบังคับยกเลิกพืชกระต๊อบจากสารเสพติด ขนาดไร้คนแย้งแต่ว่ายังจำเป็นต้องใช้เวลานับเป็นเวลาหลายเดือนตามขั้นตอนสำหรับในการบัญญัติกฎหมาย ด้วยเหตุนั้นก็เลยอยู่ที่ข้อกล่าวหาที่อัยการส่งฟ้องรวมทั้งอยู่ที่การวินิจฉัยของศาล

รัฐมนตรีว่าการชอบธรรม ยังเอ๋ยถึง คดีของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก ที่ปัจจุบันตำรวจตรวจเจอกระดูกคนตายอีก 2 รายว่า เดี๋ยวนี้ยังกำกวมว่าคนเสียชีวิตเป็นคนใดกันยังไง จำต้องพิสูจน์หลักฐานก่อนว่าคนตายเป็นคนใด เมื่อรู้ชัดแล้วว่าเป็นคนใดกันพวกเราสามารถมอบเงินแก้ไขให้กับครอบครัวคนตายได้โดยทันที อย่างรายแรกที่เสียชีวิต มีความแจ่มกระจ่างพวกเราก็มอบเงินแก้ไขให้ครอบครัวเขาโดยทันที ซึ่งคนที่เสียชีวิตรายใหม่นี้ก็จะต้องได้รับเงินแก้ไขด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ชัดก่อนว่าเขาเป็นคนใดกัน ซึ่งตามขั้นตอนการพิสูจน์หลักฐานสามารถเอากระดูกไปตรวจดีเอ็นเอได้ ตามกรรมวิธีของนิติเวช ซึ่งพวกเราจะต้องรอคอยผลตรวจให้แจ่มกระจ่างก่อน.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1755823

ไฟไหม้ตลาดศรีนคร โหมวอด 16 คูหา คาดเสียหายไม่ต่ำยิ่งกว่า 30 ล้าน

ไฟไหม้ตลาดศรีนคร ลุกลามวอด 16 คูหา ประชาชนหนีตายวุ่นวาย คาดคะเนบ้านต้นเหตุของการเกิดไฟไหม้จุดธูปไหว้-ไฟฟ้าลัดวงจร ผสาน เจ้าหน้าที่รีบสอบปัจจัย คาดเสียหายไม่น้อยกว่า 30 ล้าน

ไฟไหม้ตลาดศรีนคร โหมวอด 16 คูหา

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 24 เดือนมกราคม63 ร้อยตำรวจเอกสันติพงษ์ ค้ำจุน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีนคร จ.สุโขทัย รับบอกเหตุไฟไหม้ ที่ร้านขายเสื้อผ้า เลขที่ 59 มัธยม9 ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จ.สุโขทัย ก็เลยรายงาน พลตำรวจตรีอมรอำนาจ เกษมก์สิริ ผบกรัมภ.จว.จังหวัดสุโขทัย ก็เลยรุดไปตรวจตราพร้อม พันตำรวจเอกพรเทวดา รุ่งเรืองเศรษฐ์ ผู้กำกับการสภ.ศรีนคร นายสมพงค์ ชมชัย นายอำเภอศรีนคร รวมทั้งรถดับเพลิงข้าง ปริมาณ 15 คัน

จุดเกิดเหตุเจอไฟกำลังโหมเผาไหม้บ้านต้นเหตุของการเกิดไฟไหม้ ซึ่งเป็นตึกแถวครึ่งอาคารครึ่งไม้ 2 คูหา เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าชื่อ “เหรียญชัย” อย่างเร็ว ก่อนจะแผ่ขยายไปติดเรือนแถวใกล้กัน ซึ่งเปิดเป็นร้านค้ามินิมาร์ท ร้านเสริมสวย ร้านขายเสื้อผ้า รวมทั้งร้านค้าซ่อมแซมอุปกรณ์

ไฟฟ้า อีกปริมาณ 14 คูหา รวม 16 คูหา เสียหายทั้งผอง ข้าราชการจะต้องฉีดน้ำสกัดเพื่อไม่ให้ไฟแผ่ขยายขยายตัวกว้างออกไป ใช้เวลาโดยประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็เลยสามารถควบคุมไฟเอาไว้ได้

จากไต่สวนพื้นฐาน ทราบดีว่า บ้านต้นเหตุของเพลงเป็นของ นางณฤดี ศักดาวรกุล อายุ 68 ปี ซึ่งเปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้า ขณะเกิดเหตุอยู่รอบๆด้านล่าง เมื่อเพื่อนบ้านตะโกนร้องเรียกว่ามองเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากชั้นสองของบ้าน ได้รีบวิ่งหนีออกมาพร้อมบุตรอย่างเฉียดฉิว และก็อยู่

ในอาการสะดุ้ง มัวแต่ร้องไห้ ยังไม่สามารถที่จะให้การได้ พื้นฐานข้าราชการคาดการณ์ว่า ต้นสายปลายเหตุคงจะมีต้นเหตุที่เกิดจากเจ้าของบ้าน

จุดธูปเทียนไหว้ เทศกาลวันตรุษจีน หรือ ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะผสานข้าราชการวิทยาการ มาตรวจดูอีกรอบ สำหรับค่าทำขวัญคราวนี้ไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 30 ล้านบาท…

เรือนจำจ่อจองจำระดับสูง ขังโจรปล้นทองจังหวัดลพบุรี แบ่งประเภทเดียรัจฉาน ไม่ลดโทษ

คุมขัง โจรปล้นทอง ยิง 3 ศพจังหวัดลพบุรี

รัฐมนตรีว่าการกรมโยธาธิการเปิดเผยคุกจ่อใช้เครื่องจองจำขั้นสูงสุด คุมขัง โจรปล้นทอง ยิง 3 ศพ จังหวัดลพบุรี กระทั่งถึงไม่มีวันหลบซ่อน-แหกหักจากเรือนจำ จัดเป็นผู้ต้องขังชั้นเลว กรุ๊ปดิรัจฉาน ไม่ลดโทษ

ตอนวันที่ 22 มกราคม63 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พูดถึงกรณีเครือญาติคนตายจากคดีชิงทรัพย์ชิงทองคำในห้างโรบินสัน จังหวัดจังหวัดลพบุรี เรียกร้องให้ประหารและไม่ให้ลดโทษผู้ต้องหาคดีดังที่กล่าวมาแล้วว่า ตนรู้เรื่องแล้วก็รับทราบถึงความรู้สึกของเครือญาติและก็พลเมืองทั่วๆไป มั่นใจว่าขั้นตอนการต่างๆจะเป็นไปตามขั้นตอนของศาล สำหรับในชั้นสอบปากคำเมื่อกักคุมนำไปฝากขัง แล้วก็ส่งตัวเข้าคุก ก็มั่นใจว่าคุกจะมีมาตรการคุมตัวที่แน่นหนารัดกุม เชื่อมั่นได้ว่ากรมราชทัณฑ์จะใช้ระบบจองจำขั้นที่สูงที่สุด ไม่ต้องวิตกกังวลว่าเขาจะแอบหนี หรือแหกลบไปจากคุกได้

นอกเหนือจากนั้น ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม กำลังสร้างกรอบข้อบังคับใหม่ ซึ่งวิธีการทำข้อบังคับไม่ได้ง่าย จำเป็นต้องใช้เวลาโดยประมาณ 6 เดือน และก็ในเวลานี้ตนได้ออกคำสั่งให้กรมราชทัณฑ์แบ่งประเภทและชนิดกรุ๊ปผู้ต้องขังออกเป็น 3 กรุ๊ป โดยตนทำคำนิยามกล้วยๆเป็น ฝูงคนที่หยาบช้ามากมาย-แย่มาก จะเรียกว่า กรุ๊ปสัตว์เดรัจฉาน กรุ๊ปผู้ต้องขังปกติทั่วๆไปเรียกว่า กรุ๊ปขุนแผน แล้วก็กรุ๊ปผู้ต้องขังคดีไม่ร้ายแรง หรือกรุ๊ปเทพยดาตกสรวงสวรรค์ ซึ่งจะพ้นโทษเร็วกว่ากรุ๊ปอื่นๆ

นายสมอำนาจ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องขังในกรุ๊ปดิรัจฉานนั้น จะไม่ให้มีการลดโทษหรือเมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว ก็ควรจะมีการต่อว่าดตามการกระทำอย่างสม่ำเสมอตลอดชีพ โดยขอให้กรมราชทัณฑ์ตั้งคณะกรรมการตรึกตรองเป็นพิเศษฯ แล้วก็ขอให้ทำบัญชีผู้ขังที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัว เดี๋ยวนี้มีปริมาณ 30 คน ที่ถูกจัดเป็นกรุ๊ปดิรัจฉานที่กำลังจะพ้นโทษในปีนี้ แล้วก็กรุ๊ปที่จะจำเป็นต้องควบคุมอยู่ในคุกถัดไปอีกราว 1,000 คน

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1753636

ด็กชาย ป.4 เมืองโคราช แอบลักขโมยปืนบิดามาเล่นที่สถานศึกษา ปืนเกิดลั่นเข้ากลางอกเพื่อน

ปืนกำเนิดลั่น (3 มกราคม) เมื่อเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมข้าราชการทหารกองทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางเข้าตรวจตราที่สถานที่เรียนแห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ข้างหลังเกิดเหตุนักเรียนชายถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ

เหตุเกิดบริเวณชั้น 3 ของตึกเรียน 7 ซึ่งเป็นตึกห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษา พื้นฐาน ทราบดีว่า เด็กที่ถูกยิงเป็นเด็กนักเรียนผู้ชายชั้น ป.4/4 มีรอยแผลถูกยิงเข้าที่เข้าทางอกทางขวาลูกกระสุนปืนทะลุข้างหลัง โคม่า

จากการสอบสวนเบื้องต้น รู้ดีว่า นักเรียนผู้ชายผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกัน มีบิดาเป็นทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ส่วนแม่เป็นอาจารย์สอนอยู่สถานที่เรียนแห่งหนึ่งในเมืองจังหวัดโคราชเหมือนกัน

ปืนกำเนิดลั่น เด็กป.4 ถูกเพื่อนยิงอาการโคม่า

โดยบิดาของเด็กผู้ชายเดินทางไปอบรมที่ต่างจังหวัด และเด็กชายได้ลักขโมยอาวุธปืนของบิดามาเล่นที่สถานที่เรียน ก่อนที่จะพกอาวุธปืนออกมาโชว์เล่นกับสหาย รวมทั้งอาวุธปืนกำเนิดลั่นถูกเพื่อนชายร่วมชั้นเรียนได้รับบาดเจ็บร้ายแรงดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว

ดังนี้ ข้าราชการนำตัวเด็กผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลมหาราชจังหวัดโคราช เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว…

ญาติเปิดเผย สามีหลอนทางจิต บีบคอภรรยาดับ

สามีหลอนทางจิต นักข่าว จังหวัดจังหวัดพะเยา กล่าวว่าเกิดเหตุผัวฆ่าเมีย โดยคนก่อเหตุเป็น เจ้าของห้างส่วนจำกัด ศาสตราจารย์รุ่งเรืองอะไหล่ยนต์ จำกัด ตำบลบ่านต๋อม อำเภอเมืองจังหวัดพะเยา ทะเลาะเบาะแว้งกับเมีย ก่อนบีบคอกระทั่งเมียเสียชีวิตรอบๆข้างหลังร้านค้าตัวเอง โดยเครือญาติกำหนด ทั้งคู่ทะเลาะ บาดหมางกันตลอดมา จนถึงเมียหนีไปอยู่กับลูกที่จ.กรุงเทพฯ รวมทั้งกลับมาบ้านตอนวันจันทร์ที่ผ่าน ปัจจุบันทะเลาะกัน ผัวบีบคอเมียจนกระทั่งเสียชีวิต

สามีหลอนทางจิต บีบคอนางศรีคำเสียชีวิต

ตำรวจโรงพักภูธรเมืองจังหวัดพะเยา ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพะเยา ข้าราชการหมอ จากโรงหมอจังหวัดพะเยา จะต้องเข้าทำตรวจพิสูจน์ศพ ของนางศรีคำ แซ่มองม อายุ 59 ปีในบ้านเลขที่ 139 กลุ่ม 15 ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ข้างหลังถูก นายอำนาจสิทธ์ แซ่มองม ซึ่งเป็นผัว อายุ 60 ปี บีบคอกระทั่งทำให้นางศรีคำเสียชีวิต ในบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญอะไหล่ยนต์

นายบุญส่ง เชื้อคำมา ซึ่งเป็นพี่น้องแล้วก็อยู่ใกล้เคียงกัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทั้งคู่ผัวเมียดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นได้มีการทะเลาะวิวาทกันอยู่โดยตลอด จนถึงปัจจุบันนางศรีคำ จำต้องหนีรวมทั้งเดินทางไปพักอยู่กับ…