ตำรวจเชียงใหม่นำโจรควงปืนจี้ชิงทอง2บาทไปทำแผน เจอประวัติโชกโชนเพิ่งจะออกเรือนจำ

ต.ร.เชียงใหม่นำโจรควงปืน จี้ชิงทอง2บาท ไปทำแผน

ตำรวจเชียงใหม่ควบคุมตัวชายหนุ่มจังหวัดสุรินทร์ควงปืนบุก จี๋ชิงทอง2บาท จากร้านค้าที่ อำเภอสันทราย ทำแผนฯ เปิดเผยความเป็นมาโชกโชนเคยก่ออาชญากรรมมามากมาย แล้วก็เพิ่งจะออกมาจากเรือนจำมาไม่นาน โดยจัดเตรียมส่งตัวไปศาลเพื่อฝากขังในวันพรุ่ง

กรณีตำรวจจับตัว นายจิราวัฒน์ ธนาวัฒน์กุลศิริ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จังหวัด663/2562 ระบุวันที่ 21 ธันวาคม2562 ในข้อกล่าวหา “จารกรรมโดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะสบายแก่การกระทำผิด หรือ

พาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อพ้นการเข้าจับกุม เหมาะหอพัก ลำดับที่ 327 เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์รอยัล พรรณราย ถนนหนทางอัษฎาธร ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และหลักฐานอาวุธปืนสั้นสั้นขนาดจุด 22 มิลลิเมตร ปริมาณ 1 กระบอก พร้อมทั้งลูกปืน 9 นัดหมาย และก็เสื้อผ้าที่ใช้ในกระทำผิดวันก่อเหตุปล้น แล้วหลังจากนั้นนำตัวไปซักถามที่โรงพักภูธรสันทรายจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อ 3 วันก่อน มีผู้ร้ายบุกผู้เดียวควงปืนลูกบด เข้าจารกรรม ร้านค้าทองโอเอะ พื้นที่ ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ (หน้าตลาดสามแยกสันทราย) ถนนจังหวัดเชียงใหม่ดอยสะเก็ดขาออกเมือง ได้ ทำทีมาขอซื้อสร้อยคอทองหนัก 2 บาท กับบุคลากรร้านค้าก่อนจะชักอาวุธปืนมาจี๋โจรกรรม แล้วคว้าทองคำวิ่งไปขี่มอเตอร์ไซค์หลบซ่อนไป แล้วนำทองคำรูปพรรณที่จารกรรมมาไปขายในร้านค้าทองคำในบริเวณนั้น ได้เงินไป

ปริมาณราว 39,700 บาท ก่อนจะหลบ ถัดมาทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็เลยได้ลงพื้นที่ไต่สวนจนถึงรู้ตัวผู้ร้ายและก็สามารถติดตามจับตัว นายจิราวัฒน์ ธนาวัฒน์กุลศรี รวมทั้งนำตัวมาสอบปากคำขยายผลการเข้าจับกุม จากการตรวจตราเรื่องราวนายจิรวัฒน์ ชื่อเดิมชื่อ นายเหล่ากอเทวดา หีบศพรี มีประวัติโดนจับในคดีเกี่ยวกับสินทรัพย์บ่อยมากหลายท้องที่ ตั้งแต่เป็นเยาวชน

รวมทั้งเมื่อปี 2554 ผู้ต้องหารายนี้เคยถูกตำรวจโรงพักภูธรเมืองจังหวัดเชียงใหม่ จับตัวในข้อกล่าวหาลักขโมยในช่วงกลางคืน ภายหลังที่มีการปฏิบัติเข้าไปในร้านค้าทองคำ มานะที่จะเจาะตู้นิรภัยด้านในร้านค้า แม้กระนั้นได้เผลอนอนอยู่ในร้านค้ากระทั่งผู้ครอบครองมาเจอ รวมทั้งแจ้งตำรวจจับได้ รวมทั้งพึ่งจะพ้นโทษจากคุกพิเศษกรุงเทพมหานคร มาได้ราว 2 เดือนเศษก็มาก่อเหตุ จักจี้ชิงทองคำ ที่จังหวัดเชียงใหม่

ปัจจุบัน เมื่อตอนบ่ายวันที่ 23 ธันวาคม62 ก่อนหน้านี้ทาง พลตำรวจตรีพิเชษฐ จีระนันตสิน ผบกรัมภ.จว.จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับ พันตำรวจเอกสุรดงษ์ บุญยืน ผู้กำกับการสภ.สันทราย แล้วก็ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

สภ.สันทราย ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ ที่ร้านค้าทองคำโอเอะ สาขาตลาด 3 แยก ประกอบคำยอมรับ โดยมีพลเมืองไทยมุงมีความสนใจมายืนมุงดูกระบวนการทำแผนของตำรวจไม่น้อยเลยทีเดียว รวมทั้งทางพนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนจับตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจฝากขังต่อศาลจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ในเวลาสายของวันพรุ่งถัดไป.…

คุมตัวพ่อเลี้ยงทำแผน ปฏิเสธขืนใจลูก อ้างยังมิได้แก้ผ้า น้ำตาซึมเห็นใจภรรยา

ตำรวจน้ำพอง คุมตัวพ่อเลี้ยงทำแผน ไม่ยอมรับข่มขืนลูก อ้างยังมิได้แก้ผ้า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 เดือนธันวาคม 2562 พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผู้กำกับการสภ.น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น พร้อมกำลังตำรวจชุดควบคุมกลุ่มคนปริมาณ 1 กองร้อยคุมตัวนายขาล (สงวน นามสกุล) อายุ 45 ปี

พ่อเลี้ยงหื่น และก็เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ข้อกล่าวหาขืนใจหรืออนาจารโดยใช้กลอุบาย ทำแผนประกอบคำยอมรับยังจุดที่ก่อเหตุ ในป่าละเมาะด้านในป่าช้าเก่า พื้นที่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดที่ลงมืออนาจารบุตรบุญธรรมวัย 16 ปี ช่วงวันที่ 18 เดือนธันวาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

โดยการนำตัวผู้ต้องหาทำแผนนั้น ข้าราชการได้ให้ผู้ต้องหาใส่หมวกนิรภัยปกปิดบริเวณใบหน้า เริ่มจากจุดที่ผู้ต้องหาหยุดรถมอเตอร์ไซค์ที่มีลูกเลี้ยงนั่งซ้อนท้าย โดยเมื่อผู้ต้องหาลงจากรถมอเตอร์ไซค์ เอาอาวุธปืนรวมทั้งมีดมีดโต้ กระเป๋าสีเหลืองวางไว้ริมทาง ส่วนบุตรบุญธรรมลงจากรถยนต์ ยืนอยู่ด้านข้างพ่อเลี้ยงก็เลยเอามือขวาอุดปาก ลากเข้าไปในป่า แต่ว่ากล่าวถึงว่ายังไม่ทันได้ลวนลาม ลูกก็ดิ้นหนีไปได้ ก็เลยตะเบ็งกล่าวว่า อย่าไป

บอกแม่เด็ดขาด ประเดี๋ยวแม่ฆ่าตัวตาย แล้วก็วิ่งตามข้างหลังไป แม้กระนั้นไม่ทัน ก็เลยเดินกลับมาเอามอเตอร์ไซค์ที่หยุดไว้ รวมทั้งขับตามหาบุตรบุญธรรม แต่ว่าไม่พบตัว และก็กลัวว่าเมียจะเศร้าใจ ก็เลยไม่กล้ากลับไปอยู่บ้าน ไปซ่อนตัวในป่าอยู่เกือบจะ 2 วัน ก็เลยตกลงใจออกมาจากป่า กลับไปบ้านแม่ อำเภอกุดจับ จังหวัดจังหวัดอุดรธานี จนกระทั่งถูกตำรวจตามจับตัวได้

ซึ่งตอนของวิธีการทำแผน มีประชาชนมามุงมองกว่าร้อยคน พร้อมแผดเสียงด่าว่า ซึ่งขณะที่ทำแผนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้ถามถึงการขู่เข็นฆ่าลูกบุญธรรม แต่ว่าผู้ต้องหาให้การไม่ยอมรับ โดยพูดว่า มิได้ข่มขู่ฆ่า แม้กระนั้นกล่าวว่า ห้ามนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกแม่ ด้วยเหตุว่าแม่จะเศร้าใจรวมทั้งฆ่าตัวตาย ในเวลาเดียวกัน นักข่าวได้ถามไถ่ว่า ห่วงเมียรวมทั้งบุตรหญิงวัย 7 ขวบไหม นายขาลได้แม้กระนั้นก้มศีรษะแล้วก็น้ำตาซึม แต่ว่าไม่ยินยอมพูดจาอะไรก็แล้วแต่อีก ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ใช้เวลาทำแผนราวๆ 30 นาทีก็เสร็จ ต่อจากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมาจากจุดเกิดเหตุโดยทันที

พันตำรวจเอกอนุอำนาจ พลังวัแก่ความรื่นเริง ผู้กำกับการสภ.น้ำพอง พูดว่า วิธีการทำแผนประกอบคำยอมรับสารภาพ ผู้ต้องหายอมทำเพียงแค่จุดเดียว ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ลงมือกระทำอนาจารลูกบุญธรรมตนเอง ในช่วงเวลาที่พนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวนได้ผสานขอผลของการตรวจสุขภาพของบุตรบุญธรรมจากหมอ โรงพยาบาลน้ำพองแล้ว คาดว่าจะได้ในเร็วๆนี้ ซึ่งผลหมอและคำพูดให้การของผู้เสียหายรวมทั้งการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ที่ให้การช่วยเหลือ และก็ความประพฤติปฏิบัติการก่อเหตุของผู้ต้องหานั้น แม้ว่าจะไม่ยอมรับว่าทำการไม่เป็นผลสำเร็จก็ตาม เนื่องจากว่าความกระจ่างอยู่ที่ผลตรวจของหมอ ซึ่งเมื่อเห็นผลตรวจจากหมอก็จะส่งผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (23 ธันวาคม).…

ลอบยิงอดีตรองนายก อบต. ดับคาบ้านต่อหน้าต่อตาลูก ตำรวจมุ่ง 3 ประเด็นสำคัญ

ลอบยิงอดีตรองนายก อบต. ดับคาบ้าน

มือสังหาร ลอบยิงอดีตรองนายก อบต. ดับคาบ้านพักต่อหน้าต่อตาลูกสาว หลังคนเสียชีวิตได้กลับจากประเทศเกาหลีมาดูลูก ตำรวจแม่วางรีบเข้าคลี่คลายคดี พุ่งประเด็นหักหลังธุรกิจ พาคนไปดำเนินงานที่ประเทศเกาหลีใต้ และก็ไม่ตรงกันการบ้านการเมืองแคว้น

เมื่อตอนยามดึกดื่นวันที่ 20 เดือนธันวาคม62 ตำรว จสภ.แม่วาง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ คนถูกยิงตายที่บ้านเลขที่ 335/1 หมู่บ้านห้วยเนียม ตรอก 1 กลุ่ม 6 ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ก็เลยรุดไปสอบปากคำ

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดี่ยวที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ เจอศพเจ้าของบ้านถูกยิงเสียชีวิตนอนอยู่ห้องโถงหน้าประตูบ้าน รู้ชื่อผู้เสียชีวิตเป็นนายวิริทธิ์พล เดชจิรโชติ อายุ 35 ปี สภาพศพใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงบ๊อกเซอร์ มีรอยแผลถูกยิงด้วย ลูกกระสุนอาวุธปืนไม่เคยรู้จำพวก เข้าที่เข้าทางรอบๆ อก 2 นัดหมาย ตัดขั้วหัวใจ นอนเสียชีวิต จมกองเลือดคาที่

จากการสืบสวน นายประสงค์ ร่มพนาธรรม ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 6 ตำบลดอนเปาอำเภอแม่วาง กล่าวมาว่า ตอนขณะเกิดเหตุโดยประมาณ 21.00 น. ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่ามีผู้ถูกยิงก็เลยรีบมาดูจุดเกิดเหตุพร้อมด้วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาสอบปากคำ สำหรับคนตายนั้น อดีตกาลเคยด้อยกว่านายกหน่วยงานบริหารส่วนตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ถัดมาทางนายกหน่วยงานบริหารส่วนตำบลดอนเปา ถูกศาลพิพากษ์ติดตะราง

ทำให้คนเสียชีวิตหลุดจากตำแหน่ง แล้วก็เดินทางไปดำเนินงานที่ประเทศเกาหลีใต้ กับเมีย ถัดมาเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมาคนเสียชีวิตได้กลับมาดูแลลูก 2 คน เป็นผู้หญิง คนโตอายุ 6 ขวบ แล้วก็บุตรสาวคนเล็กอีกคนอายุ 4 ขวบ ส่วนเมียนั้น ชื่อ น.ส.สุทธิดา สัมโพธิวงศ์ อายุ 35 ปี ช่วงนี้ยังปฏิบัติงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการรับรองคนตายเป็นคนนิสัยดีไม่เคยมีเรื่องมีราว หรือทะเลาะกับคนไหนกันแน่มาก่อน ก็ยังงงมากแบบเดียวกันว่ามาถูกยิงตายได้เช่นไร

จากการถาม นายเพียะ ประกอบกิจดี อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นน้าของคนตาย เล่าว่า ก่อนหน้าในช่วงเวลาที่กำลังนอนอยู่ที่บ้านได้ยินเสียงปืน 2 นัดหมาย ชิดกัน ต่อจากนั้นก็มีเสียง รถจักรยานยนต์ ออกมาจากตรอกข้างหลังบ้าน ออกไปอย่างเร็ว ภายหลังจากสิ้นเสียงปืนก็พากันมาดู เพราะเหตุว่า หลานชายถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว

อย่างไรก็ดีภายหลังจากเกิดเหตุตำรวจแม่วาง ได้ผสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พร้อมทั้งหมอโรงหมอแม่วางเข้ามาร่วมชันสูตรวินิจฉัยศพ ส่วนมูลเหตุนั้นอยู่ระหว่างเรียกผู้เห็นเหตุการณ์โอบล้อม รวมทั้งบุคคลที่สนิทสนมมาสืบสวน คาดว่าบางทีก็อาจจะมาจากการคิดคดทรยศ เรื่องธุรกิจ พาคนไปปฏิบัติงาน ที่ประเทศเกาหลีใต้ แม้กระนั้นตำรวจก็มิได้เอาทิ้งในหัวข้อการถกเถียงการบ้านการเมืองแคว้น ที่จะมีการออกเสียงในเร็วๆนี้ หรือข้อความ

สำคัญไม่ตรงกันส่วนตัว ประกอบกับขณะเกิดเหตุ ตรงเวลาช่วงเวลากลางคืนไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์มองเห็นสถานะการณ์ รวมทั้งประชาชนนอนหมดแล้ว รวมทั้งทางเข้าหมู่บ้านในช่วงเวลากลางคืน ก็เปลี่ยวแล้วก็มืดด้วย ทางตำรวจกำลังรีบคลี่คลายคดีเพื่อติดตาม ฆาตกรคาดว่ามีไม่ต่ำยิ่งกว่า 2 คนมาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป.…

สลด มัธยม1ที่จังหวัดนนทบุรี ใส่หน้ากาก ลักขโมยปืนบิดา ยิงเพื่อนร่วมห้องดับ

นักเรียน ม.1 ลักขโมยปืนบิดา ยิงเพื่อนร่วมห้อง

เด็กผู้ชายวัย 12 ปี เด็กนักเรียน มัธยม1 ที่จังหวัดนนทบุรี กลายเป็นผู้ต้องหา ยิงเพื่อนร่วมห้อง ลักขโมยปืนบิดาใส่กระเป๋ามาสถานที่เรียนด้วย จ่อยิงที่หัว 1 นัดหมาย ขณะกำลังถอดรองเท้าจะเข้าห้องเรียนช่วงเช้า อ้างโกรธแค้นที่แกล้ง และก็ล้อว่าเป็นกะเทยเป็นเกย์

เวลา 08.45 น. วันที่ 18 ธันวาคม ผู้รายงานข่าวรับรายงานมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงกัน ที่สถานศึกษามีชื่อเสียงแห่งหนึ่งบริเวณถนนหนทางหลีกเลี่ยงเมืองจังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี ก็เลยรีบรุดไปจุดเกิดเหตุ เจอข้าราชการกำลังช่วยเหลือทำซีประชาสัมพันธ์ เด็กผู้ชายวัย 13 ปี อยู่ในชุดเสื้อผ้านักเรียน ถูกยิงเข้าที่เข้าทางหัว 1 นัดหมาย นอนเลือดออกท่วมพื้นอยู่หน้าห้องเรียนชั้น มัธยม1/2 รอบๆชั้น 5 ของอาคารตึกเรียน

ข้าราชการมานะช่วย อยู่ราว 30 นาที แต่ว่าเหยื่อลูกกระสุนไม่สนองตอบ และก็เสียชีวิตสุดท้าย ส่วนคนยิง รู้ว่าเป็นเพื่อนผู้เรียนร่วมชั้น ถัดมาถูก รปภ. ประตูข้างหลังสถานศึกษาสกัดจับไว้ ก่อนส่งตัวให้กับคุณครูที่วิ่งตามไป

พอดิบพอดี จากการตรวจหาตัว เจออาวุธปืนสั้นสั้นขนาด 7.65 มิลลิเมตร 1 กระบอก ลูกกระสุนในแมกกาซีน 5 นัดหมาย ส่วนที่หน้าห้องเรียนจุดเกิดเหตุ เจอปลอกลูกกระสุนขนาดเดียวกัน 1 นัดหมาย หัวกระสุนถูกยิงไปติดฝาผนังข้างหลัง 1 นัดหมาย

สืบสวน ผู้โคนงหา อายุ 12 ปี ให้การว่า ต้นเหตุที่ตกลงใจก่อเหตุ เหตุเพราะถูกคนตายที่เป็นร่วมชั้นเรียนแกล้งเสมอๆ ถูกใจล้อว่าตนเป็นกะเทย เป็นเกย์ และก็เพื่อนพ้องคนอื่นก็ล้อตาม เช้าวันนี้ก่อนเกิดเหตุก็เลย

ลักขโมยปืนบิดาใส่กระเป๋ามาด้วย พร้อมจัดเตรียมชุดมาเปลี่ยนแปลง โดยใส่หน้ากาก แล้วก็ถุงมือที่ตระเตรียมมาด้วย แล้วลงมือก่อเหตุเวลาที่ผู้เสียชีวิตกำลังก้มตัวถอดรองเท้าจะเข้าห้องเรียน แล้วแปลงชุดกลับมาเป็นเครื่องแบบนักเรียน เพื่อแอบหนี แม้กระนั้นไม่รอด เพราะเหตุว่า รปภ.ไม่ให้ออก ก่อนที่จะคุณครูจะวิ่งตามมาจับไว้.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1728663

สมศักดิ์ รับ บกพร่อง ปล่อยตัวฆาตกรต่อเนื่อง จี้กรมราชทัณฑ์อธิบาย

บกพร่อง ปล่อยตัว ฆาตกรต่อเนื่อง

รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม พร้อมรับผิดชอบ กรณีกรมราชทัณฑ์ปล่อยตัว ฆาตกรต่อเนื่อง หากแม้เรื่องเดิมก่อนเข้ารับตำแหน่ง ผุดแนวความคิดติดกำไล EM ผู้ต้องขังโรคทางจิต กระทั่งถึงมิได้โคหายล้อมคอก แต่ว่าคิดไว้อยู่แล้ว

วันที่ 17 เดือนธันวาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พูดถึงกรณีกรมราชทัณฑ์ปล่อยเนื้อปล่อยตัว นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรโรคจิต รวมทั้งออกไปก่อเหตุการสังหารซ้ำ ว่า เกิดเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตนเองจะมารับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ว่าการันตีว่าจึงควรรับผิดชอบกับเรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้น โดยจะใคร่ครวญกลไกการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์โรคทางจิต ฆาตกรโรคจิต จำเป็นที่จะต้องรายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบในทุกเดือน แล้วก็ส่วนตัวมีแนวความคิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีการติดกำไล EM ผู้ต้องขังในรูปแบบนี้ แม้ว่าจะได้รับการอภัยโทษก็ตาม

เนื่องจากว่าในอเมริกาก็จัดการในรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน รับรองว่ามิได้เป็นการทำแบบโคหายแล้วล้อมคอก แต่ว่าเป็นแถวคิดที่คิดไว้อยู่แล้ว แม้กระนั้นยังมิได้ดำเนินงาน รวมถึงบุคคลพวกนี้ถ้าไปอยู่ในเขตพื้นที่ใด ใกล้รอบๆโรงเรียนหรือสถานที่เรียนก็ควรมีการแจ้งให้ในพื้นที่รับรู้ เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยกับบุคคลในพื้นที่ รวมถึงจำเป็นต้องพิจารณาการกระทำบุคคลนี้ตลอด

อย่างไรก็แล้วแต่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ต้องเป็นคนรายงานหัวข้อนี้ว่ากำเนิดจุดบกพร่องเช่นไร และก็จะเป็นผู้ชี้แนะเนื้อหา พร้อมให้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในกรณีดังที่กล่าวมาข้างต้นอย่างเร็ว ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจดูคนที่ไตร่ตรองปล่อยตัวปล่อยใจผู้ต้องขังคนนี้หรือเปล่า แล้วก็นับว่าเป็นความบกพร่องไหมนั้น นายสมอำนาจ พูดว่า ในตอนนี้ยังเร็วเกินความจำเป็นที่จะสรุป

เมื่อถามคำถามว่ามีกระแสต้านว่านักโทษจำพวกนี้ไม่สมควรที่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวออกมา นายสมอำนาจ มีความคิดเห็นว่าไม่สมควรจะปล่อยตัวปล่อยใจออกไปโดยที่ไม่มีมาตรการอื่นติดตาม รวมทั้งมีความเห็นว่าการพักโทษควรมีการตั้งคณะกรรมการไตร่ตรองก่อนจะปฏิบัติการปล่อยเนื้อปล่อยตัว ส่วนการปรับกฏเกณฑ์ใคร่ครวญการอภัยโทษนั้น ขอให้คอยติดตามมอง แม้กระนั้นการเสนอมาตรการต่างๆต้องมีความสมดุล ไม่ใช่มีเรื่องมีราวอะไรก็เสนอขึ้นไปสิ่งเดียว.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1727895

ผัวเมียตีกัน ฉุนราษฎรดีมาห้าม คว้ามีดแทง 4 แผลดับสลด

ราษฎรดีเข้าไปห้าม ผัวเมียตีกัน คว้ามีดแทง 4 แผลดับสลด

ราษฎรดีเข้าไปห้าม ผัวเมียตีกัน แต่ว่าข้างชายไม่ชอบใจรวมทั้งตามมาเอาการ ก่อนชักมีดแทงราษฎรดีหลายแผลจนถึงเสียชีวิต แล้วแอบหนีไป

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 16 ธันวาคม ร้อยตำรวจเอกใกล้รุ่ง สืบราชสีห์ รองสารวัตร (สอบปากคำ) สถานีตำรวจพญาไท รับบอกเหตุชายถูกแทงได้รับบาดเจ็บร้ายแรงรอบๆหน้าปากซอยเพชรบุรี 22 ตำบลถนนหนทางเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ก็เลยรุดตรวจทานพร้อม พันตำรวจเอกบวรโลก ไพเราะเรขา ผู้กำกับการสถานีตำรวจพญาไท ข้าราชการข้างสอบสวน พร้อมผสานรถพยาบาลหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลรามาหัวหน้า อาสาสมัครมูลนิธิร่วมรู้บุญคุณ

จุดเกิดเหตุรอบๆปากซอยเพชรบุรี 22 หน้าร้านค้าขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ แอดพี โฟน เจอโต๊ะเก้าอี้ ขวดเบียร์สด รวมทั้งสิ่งของร้านค้ายำ ที่อยู่ข้างกันกระจะกระจัดกระจายไปทั่วรอบๆ และก็ยังเจอนายแผ่กว้างจิตร จันแจ้ง อายุ 37 ปี ใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน มีรอยแผลถูกอาวุธมีดแทงที่ลำตัวทางขวาปริมาณ 2 แผล เหนือราวนมซ้าย 1 แผล รวมทั้งใต้ราวนมทางด้านซ้าย 1 แผล รวม 4 แผล นอนหายใจรวยรินอยู่บนฟุตขว้างทหน้าร้านค้าดังกล่าวข้างต้น ข้าราชการก็เลยรีบให้การช่วยเหลือนำตัวส่ง โรงพยาบาลราชวิถี และไม่ทันเวลานายแผ่กว้างจิตร เสียชีวิตในเวลาถัดมา จากการตรวจทานรอบๆยังเจอมีดทำอาหารยาวโดยประมาณ 8 นิ้วตกอยู่หน้าปากซอย

จากการสืบสวนนายหนุ่ย (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาโดยประมาณ 20.00 น. ภายหลังที่ตัวเองเสร็จจากการค้าขายที่ชนิดทิพย์

ได้เดินทางมาที่ร้านค้าขายโทรศัพท์ของเพื่อนพ้องรุ่นพี่ เพื่อพบปะกันโดยมีตนเอง เถ้าแก่ นายแผ่กว้างจิตร ผู้เสียชีวิตรวมทั้งเพื่อนฝูงเถ้าแก่อีก 2 คน รวม 5 คน นั่งดื่มกินกันที่หน้าร้านค้า

จนกระทั่งเวลาราวๆ 21.30 น. ชายผู้ก่อเรื่องซึ่งเป็นแฟนของ นางสาวอั๋น ชาวเวียดนาม เถ้าแก่ยำคนละยำ ที่อยู่ข้างร้านค้าโทรศัพท์ ซึ่งนั่งดื่มเบียร์สดอยู่แถวนั้นได้เดินมาที่ร้านค้ายำก่อนที่จะทะเลาะเบาะแว้งกัน

พวกตนได้ห้ามให้แยกกันไปแล้ว 1 รอบ แต่ว่าคนก่อเหตุก็กลับอีกรอบก่อนที่จะทะเลาะกันรอบ 2 ซึ่งพี่เถ้าแก่ รวมทั้งนายฟุ้งกระจายจิตร คนตายได้มานะเข้าไปห้าม

นายหนุ่ย กล่าวอีกว่า แล้วหลังจากนั้นผู้ก่อเรื่องได้เดินไปถือมีดหั่นผักที่ร้านค้ายำเดินมาที่หน้าร้านค้าโทรศัพท์พร้อมบอกว่าเรื่องคู่สมรสคนไหนอย่ามายุ่ง ทำให้พวกตนต่างพากันวิ่งหนีแม้กระนั้นนายแพร่จิตร วิ่งไม่ทันถูกคนก่อเหตุใช้มีดฟันแทงปริมาณบ่อยครั้ง ตนก็เลยคว้าเก้าอี้พลาสติกฟาดไปที่เพศผู้ก่อเหตุ 1 ครั้ง แล้วหลังจากนั้นผู้ก่อเรื่องได้ถือมีดวิ่งตามแทงตน แต่ว่าวิ่งไม่ทันมารู้ตอนหลังว่าผู้ก่อเรื่องได้ขับขี่รถรถมอเตอร์ไซค์แบบเพศหญิงสีดำที่หยุดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุหลบซ่อนไป ส่วนนางสาวอั๋น เถ้าแก่ยำแฟนคนก่อเหตุได้ล่องหนไปข้างหลังเกิดเหตุ อย่างไรก็แล้วแต่ผู้ก่อเรื่อง รวมทั้งนางสาวอั๋น ชอบมีเรื่องมีราวทะเลาะกันเสมอๆซึ่งพวกตนก็ไม่เคยรู้ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร

พันตำรวจเอกบวรโลก บอกว่า พื้นฐานรู้ผู้ก่อเรื่องแล้วซึ่งเป็นแฟนชายหนุ่มของเถ้าแก่ยำ ส่วนเถ้าแก่ยำข้างหลังเกิดเหตุได้ล่องหนไป ดังนี้ยังไม่เคยรู้ว่าทั้งสองไปร่วมกันหรือเปล่า จากการสืบสวนผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าคนตายมิได้เคยมีเรื่องมีราวกับคนก่อเหตุมาก่อน เป็นเพียงแต่ประชาชนดีที่มองเห็นเหตุแล้วเข้าไปห้ามจนกระทั่งถูกแทงแค่นั้น แม้กระนั้นข้าราชการอยู่ระหว่างตรวจตรากล้องวงจรปิดที่อยู่ในจุดเกิดเหตุเพื่อมองทางที่ผู้ร้ายหลบซ่อน

รายงานข่าวสารบอกว่าสำหรับคนก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายฟุ้งกระจายจิตร เสียชีวิตในคราวนี้เป็นนายมานิต มีมากมาย อายุ 39 ปี แฟนเถ้าแก่ยำ ซึ่งข้าราชการอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย…

เหี้ยมหาญ โจรบุกเดี่ยวควงปืน ปล้นบริษัทไฟแนนซ์ กลางเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี

โจรบุกเดี่ยวควงปืน ปล้นบริษัทไฟแนนซ์ กลางเมืองสุพรรณบุรี

โจรบุกเดี่ยวควงปืน ปล้นบริษัทไฟแนนซ์ มีชื่อเสียง ในเมืองสุพรรณ ได้โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง-พวกเราเตอร์อินเทอร์เน็ต ก่อนขี่ จักรยานยนต์หลบซ่อน วงจรปิดถ่ายภาพได้ ตำรวจรีบตรวจดู ลากคอผู้ร้ายฟ้องร้อง

วานนี้ (13 เดือนธันวาคม) ร้อยตำรวจเอกประเทือง น้ำดอกไม้ รอง สว. (ซักถาม) สภ.เมืองจังหวัดสุพรรณบุรี รับบอกเหตุมีผู้ร้ายใช้อาวุธปืนจี๋ปล้น เหตุกำเนิดรอบๆ บริษัท ไฟแนนซ์ ศรีสวัสดิ์เงินสดทันใจ สาขาสนามชัย เลขที่ 142/14 กลุ่ม 6 ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดสุพรรณบุรี ก็เลยเดินทางไปตรวจตรา และ พันตำรวจโทพระอาทิตย์ วัฒนรังสรรค์ สว.สส.สภ.เมืองจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็ข้าราชการชุดสืบสาว สภ.เมืองสุพรรณ

จุดเกิดเหตุเจอ นางสาวอินธิรา อบรม อายุ 24 ปี บุคลากรการคลังของบริษัทฯ ยืนอยู่ในอาการตกอกตกใจ ให้การพื้นฐานรู้ดีว่ามีผู้ร้ายเป็นชาย ลักษณะรูปร่างซูบผอม สวมผ้าที่มีไว้เพื่อคลุมปกปิดบริเวณใบหน้า

สวมแว่นตาดำ สวมเสื้อสีดำ นุ่งกางเกงที่มีขายาวสีดำ ขี่รถเครื่องแบรนด์ฮอนด้าเวฟ 100 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาหยุดที่ข้างหน้าบริษัท แล้วต่อจากนั้นได้ลงจากรถยนต์แล้วก็เดินตรงเข้ามาข้างในบริษัท

พร้อมชักอาวุธปืนไม่รู้จักขนาด ขึ้นมาข่มขู่ให้ตนส่งเงินของบริษัททั้งสิ้นให้ แม้กระนั้นตนอ้างไปว่าวันนี้ยังไม่มียอดเงินเข้าและไม่มีเงินสดประจำตัวด้วย แล้วหลังจากนั้นฆาตกรก็เลยเดินมาที่โต๊ะทำงานรวมทั้งได้รื้อถอนค้นหาสินทรัพย์มีค่า แต่ว่าไม่เจอเงินสด มีแม้กระนั้นโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง แล้วก็พวกเราเตอร์ต่ออินเทอร์เน็ต 1 เครื่อง ก็เลยถือไปแทน หลังจากนั้นได้รีบวิ่งออกไปขึ้นรถรถมอเตอร์ไซค์ ที่หยุดไว้ข้างหน้าขี่แอบหนีไป โดยใช้เวลาก่อเหตุราว 1 นาที

แล้วข้าราชการได้แจ้งวิทยุเพื่อสกัดจับผู้ร้ายรายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ว่าก็ไม่มีวี่แวว โดยรุดหน้าปัจจุบันวันนี้ทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ชุดสอบปากคำได้กระจัดกระจายกำลังลงพื้นที่พิจารณาภาพที่นำมาจากกล้องวงจรปิดในทางทุกสาย ที่คาดว่าฆาตกรจะหลบซ่อน เพื่อรีบนำตัวฆาตกรมาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/central/1725963

โกรธแค้นมา 5 ปี อบต.หนุ่มใหญ่ไล่ยิงพี่เขยดับ โทรแจ้งตำรวจเอง

อบต.หนุ่มใหญ่ที่พัทลุง โกรธแค้น พบพี่เขยอดีตกาลผู้ต้องหาที่ถูกฟ้องขืนใจบุตรสาว แต่ว่าต่อสู้คดีหลุด ขี่รถยนต์ผ่านหน้าบ้าน ชัก 38 ไล่ยิงพี่เขย โทรศัพท์แจ้งตำรวจเอง ก่อนหลบซ่อน

อบต.หนุ่มใหญ่ที่พัทลุง ชัก 38 ไล่ยิงพี่เขย โทรศัพท์แจ้งตำรวจเอง

เวลา 18.00 น.วันที่ 13 เดือนพฤศจิกายน ร้อยตำรวจเอกนราธร พิลาล้ำ รอง สว.(ซักถาม) สภ.เขาชัยสน และ พันตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ทองนมาศ ผู้กำกับการ ช่วยเหลือมูลนิธิจังหวัดพัทลุงการบุญ ลงพื้นที่ตรวจดูเหตุยิงกันเสียชีวิต 1 ศพ บนถนนหนทางข้างในหมู่บ้าน มัธยม2 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง

จุดเกิดเหตุ เจอศพนายนิพนธ์ คชฤทธิ์ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 มัธยม2 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ข้างถนนดังที่กล่าวมาข้างต้นในลักษณะคว่ำหน้า ภาวะศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่เข้าทางรอบๆคอด้านขวาทะลุคอด้านซ้าย 1 นัดหมาย รวมทั้งรอบๆขาขวา 1 นัดหมาย ห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 เมตร เจอ จักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กยล.425 จังหวัดพัทลุง ของผู้เสียชีวิตล้มอยู่

ส่วนมือสังหารรายนี้เป็นน้องเมียของคนเสียชีวิตเอง โดยได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ข้างหลังก่อเหตุร้ายแรง รู้ชื่อตอนหลังว่า นายวิโรจน์ ทองคำขาว อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 มัธยม2 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน เป็น อบต.ของหมู่บ้านดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

จากการไต่สวนในขั้นแรกรู้ดีว่า ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาราว 5 ปี คนตาย ได้กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีขืนใจลูกผู้หญิงของนายวิโรจน์ แม้กระนั้นศาลได้ยกฟ้อง ถัดมาลูกสาวของนายวิโรจน์ ได้ออกมาจากบ้านไปอาศัยอยู่กับญาติในชนบท ตอนที่นายวิโรจน์ ได้แยกทางกับเมีย ในส่วนของผู้เสียชีวิตได้ออกมาจากหมู่บ้านข้างหลังกลายเป็นผู้ต้องหา และก็พึ่งกลับมาบ้านเมื่อราวๆ 2 ปีที่ล่วงเลยไป ภายหลังศาลยกฟ้อง

จนกระทั่ง ก่อนเกิดเหตุนายวิโรจน์ได้มองเห็นคนเสียชีวิตขี่ จักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของตัวเอง ก็เลยได้ขี่ จักรยานยนต์ไล่หลัง รวมทั้งใช้อาวุธปืนยิงใส่จนกระทั่งเสียชีวิตแล้วก็แจ้งให้ตำรวจรู้ดีว่าได้ก่อเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้น คาดว่า ทำไปเนื่องจากว่ายังโกรธแค้นฝังใจ ซึ่งตำรวจได้รีบสืบสาวนำเพศผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/south/1703700

คำตัดสิน เปรมชัย ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษ คดีล่าเสือดำ ติดคุก 2 ปี 14 เดือน

ศาลนัดหมายฟังคำตัดสิน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 คดีล่าเสือดำป่าทุ่งใหญ่ เพิ่มโทษจำเรือนจำ เปรมชัย กรรณสูต จาก 16 เดือน เป็น 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา ก่อนให้ประกันตัว แต่ว่าระบุวงเงินเพิ่มเติมอีก 2 แสน

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพิ่มโทษ เปรมชัย กรรณสูต คดีล่าเสือดำ

เวลา 08.50 น. วันที่ 12 ธันวาคม บรรยากาศที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะมีการอ่านคำตัดสินศาลอุทธรณ์ คดี ล่าเสือดำ นายเปรมชัย กรรณสูต หนึ่งในเชลย

ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์แลนด์โรเวอร์ เลขทะเบียน วข 3858 จ.กรุงเทพฯ เพื่อฟังคำตัดสินศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีอาญาเลขดำที่ อ.219/2561 รวมทั้งคดีเลขแดงที่ อ.63/2562 ระหว่างบุคลากรอัยการจังหวัดทองผาภูมิ (โจทก์) นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน

เวลาเดียวกัน ฝ่ายอัยการ มีว่าที่ร้อยมิตร มูลสวัสดิ์ อัยการศาลจังหวัดทองผาภูมิ ข้าราชการจากกรมอุทยานฯ เดินทางมาที่ศาล โดยมีสื่อมวลชนปักหลักรอคอยรายงานข่าวสาร ซึ่งจุดสนใจเป็นนายเปรมชัย ที่เดินทางไปถึงกับคนขับ เมื่อมาถึงทั้งหมดทั้งปวงได้เดินขึ้นไปยังห้องพิจารณาคดี 1 ศาลจังหวัดทองผาภูมิในทันที โดยนายเปรมชัย ได้ถือไม้เท้าเพื่อประคองตัวด้วย

สำหรับคดีนี้ อัยการจังหวัดทองผาภูมิเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กับพวก ในคดีอาญาเลขดำที่ 219/2561 ใน 6 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย

1.ฐานด้วยกันนำเอาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือถนนสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต 2.ฐานด้วยกันล่าสัตว์ในเขตรักษาประเภทสัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาต 3.ฐานด้วยกันล่าสัตว์ป่าปกป้องโดยมิได้รับอนุญาต 4.ฐานด้วยกันมีไว้ถือครองซึ่งซากสัตว์ป่าป้องกันโดยที่มิได้รับอนุญาต 5.ฐานด้วยกันช่วยซุกซ่อนช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้รับโดยทำความผิดกฎหมาย 6.ฐานด้วยกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต

ถัดมา ศาลชั้นต้นตัดสิน เชลยที่ 1 นายเปรมชัย หูสูต ติดคุก 16 เดือน ไม่รอคอยลงทัณฑ์ เชลยที่ 2 นายยงค์ กระโดดเครือ รวมโทษจำตาราง 13 เดือน เชลยที่ 3 นางแม่น้ำ เรียมแสน ติดคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำตารางให้รอคอยลงทัณฑ์ มีระบุ 2 ปี เชลยที่ 4 นายเมือง ทุมกนก ติดตะราง 2 ปี 17 เดือน อีกทั้งโจทก์ รวมทั้งเชลยอีกทั้ง 4 ขออุทธรณ์

ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า การอ่านคำตัดสินศาลอุทธรณ์ภาค 7 เริ่มเมื่อเวลา 09.30 น. โดยศาลได้ใช้เวลาสำหรับเพื่อการอ่านราวๆ 1 ชั่วโมง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้ตัดสินแก้ เพิ่มโทษ

นายเปรมชัย กรรณสูต เป็น ติดคุก 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ กระโดดเครือ ติดตะราง 2 ปี 17 เดือน นางแม่น้ำ เรียมแสน ติดคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่ว่าให้คอยลงโทษ 2 ปี ส่วน นายเมือง ทุมกนก ติดตะราง 2 ปี 21 เดือน แล้วก็ศาลอุทธรณ์มีคำบัญชายืนตามศาลชั้นต้นในเรื่องเงินค่าปรับเชลยอีกทั้ง 4 คนให้ด้วยกันใช้ค่าทำขวัญให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและก็พืชพันธุ์ จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท

แล้วต่อจากนั้น ศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายเปรมชัย กรรณสูต เชลยที่ 1 นายยงค์ กระโดดเครือ เชลยที่ 2 และก็นายจังหวัด …

ผู้ร้ายยิงอดีตกำนันที่จะแนะ บาดเจ็บ ตำรวจคาดมาจากปมมีความขัดแย้งส่วนตัว

ดักซุ่มข้างถนนก่อนใช้ปืน 11 มม. ยิงอดีตกำนัน ตำบลช้างเผือก 3 นัดหมายเข้าที่เข้าทางขา 2 ข้าง แล้วก็หัวไหล่เจ็บร้ายแรง บนถนนหนทางในหมู่บ้านน้ำวน อำเภอจะแนะ จ.นราธิวาส โดย ตำรวจคาดคงจะมาจากปัญหาความไม่ลงรอยกันส่วนตัว

ยิงอดีตกำนัน ที่จะแนะ บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 11 เดือนธันวาคม 62 ร้อยตำรวจโทอดิพงศ์พันธุ์ พระพรหมหนู รองสารวัตรสอบสวน สภ.จะแนะ จังหวัดนราธิวาส

รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บนถนนหนทางในหมู่บ้านน้ำวน มัธยม1 ตำบลช้างเผือก ก็เลยและ พันตำรวจเอกศีรษะ กำเนิดความเจริญรุ่งเรือง ผู้กำกับการสภ.จะแนะ และก็กำลังตำรวจปริมาณหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุ เจอกองเลือดปริมาณหนึ่งตกอยู่บนถนนหนทาง รวมทั้งปลอกลูกกระสุนพก ขนาด 11 มิลลิเมตร ตกอยู่ปริมาณ 3 ปลอก ส่วนรถยนต์ จักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บญาติพี่น้องได้นำกลับไปไว้ที่ที่พัก

ในช่วงเวลาที่ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บประชากรดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงหมอจะแนะ ไปก่อนหน้าแล้ว รู้ชื่อเป็น นายมะหะมะ เต๊ะท่า อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 มัธยม1 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นอดีตกำนันตำบลช้างเผือก มีรอยแผลถูกยิงด้วยลูกกระสุนพก ขนาด 11 มิลลิเมตร ที่รอบๆขาอีกทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งหัวไหล่ขวา ปริมาณ 3 นัดหมาย แต่ว่าโคม่า หมอได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงหมอนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบปากคำ รู้ดีว่าก่อนเกิดเหตุ นายมะหะมะ ได้ขี่รถยนต์ จักรยานยนต์ออกมาจากที่พัก เพื่อไปกินน้ำชาที่ร้านค้าในหมู่บ้าน เมื่อเสร็จ นายมะหะมะ ได้ขี่จักรยานยนต์เพื่อกลับไปอยู่บ้านพัก

ถึงที่เกิดเหตุได้มีฆาตกร ปริมาณ 1 คน แอบซุ่มอยู่ในป่ารกทึบข้างถนน เมื่อมองเห็นนายมะหะมะ ขี่รถยนต์ จักรยานยนต์ผ่านมา ผู้ร้ายก็เลยได้วิ่งออกมาจากป่า แล้วก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายมะหะมะ ปริมาณ 3 นัดหมายซ้อน เมื่อถูกลูกกระสุน รถยนต์ได้เสียหลักล้มคะมำ แล้วผู้ร้ายได้วิ่งหลบซ่อนไปในป่าริมถนน

ด้าน พันตำรวจเอกศีรษะ กำเนิดความเจริญรุ่งเรือง ผู้กำกับการสภ.จะแนะ กล่าวมาว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นคาดว่า คงจะมาจากปัญหาความไม่ถูกกันส่วนตัว แต่ว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ข้าราชการจะชักชวนตัวผู้เห็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวมาให้คำให้การอย่างพิถีพิถันอีกรอบ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับเพื่อการติดตามตัวฆาตกรมาลงอาญาโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป.…