ใกล้ได้ตัว คนร้ายฆาตกรรมเศรษฐี สายบุญ หลังพบหลักฐานเพิ่มต่อเนื่อง

สายบุญ
ตำรวจ สภ.เชียงใหม่ พบป้ายทะเบียนยนต์บีเอ็มดับเบิลยูของเศรษฐี สายบุญ ซ่อนในชักโครกสถานีรถไฟ หลังจากเมื่อวานนี้เปิดรถหาหลักฐานพบเศษปูนชนิดเดียวกับที่ใช้ฆาตกรรมเศรษฐี สายบุญหมกตู้เย็น

วันที่ 31 ต.ค.2562 ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญฆาตกรรมเศรษฐีสายบุญหมกตู้เย็นแล้วโบกปูนทับ
ต่อมาตำรวจได้ออกหมายจับนายวิฑูรย์​ ศรีตะบุตร​ เอ็ม อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ว​ร​รณี​ จิรเจริญ​ยิ่ง
อายุ​ 58​ ปี​ หลังพบเบาะแสคนร้ายขับรถบีเอ็มดับเบิลยูของผู้ตายนำบัตรเอทีเอ็มปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม
อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ก่อนขับรถไปยังจังหวัดเชียงราย วนเข้าจังหวัดลำปาง และกลับเข้าเชียงใหม่ หลัง
จากนั้นขับเข้าไปย่านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยหลังเกิดเหตุพบมีการนำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตาย
ไปกดหลายครั้ง ครั้งละ 1-2 แสนบาท รวมทั้งหมด 1.2 ล้านบาท

ล่าสุดพล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า พบแผ่นป้ายทะเบียน 9 กจ 3769 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกถอดออกจากรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยูของผู้เสียชีวิตถูกนำไปทิ้งไว้ในชักโครกห้องน้ำสถานีรถไฟเชียงใหม่ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังพบมีชายคนหนึ่งนำแผ่นป้ายทะเบียนไปทิ้งไว้ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมาก่อนที่จะหลบหนีไป

เบื้องต้นตำรวจทราบว่าชายที่นำป้ายทะเบียนรถไปทิ้งในชักโครกเป็นคนรับจำนำรถอยู่ในเชียงใหม่ ซึ่งผู้ต้องหาได้นำรถบีเอ็มดับเบิลยูของผู้เสียชีวิตไปฝากไว้ก่อนจะหลบหนี หลังจากพบแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจหาร่องรอยทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ชุดสืบสวนได้เชิญตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนแล้ว

สายบุญ
พฐ.ตรวจหาดีเอ็นเอรถเก๋งบีเอ็มเศรษฐินักบุญพบเศษปูน-เส้นผม เชื่อเป็นหลักฐานสำคัญ รอง ผบก.ย้ำยังจับผู้ต้องหาไม่ได้ ระบุยังไม่มีหลักฐานว่ามีคนอื่นร่วมมือด้วยตามที่นายเอ็มบอกอดีตเมีย ชี้คลิปเสียงไม่ใช่คำสารภาพ

วันที่ 30 ต.ค.2562 ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมเศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม วัย 58 ปี ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งรอยนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ และ หลักฐานอื่นๆ ภายในรถบีเอ็มดับเบิลยู สีขาว ที่คาดว่าจะเป็นรถของผู้ตาย หลังพบถูกจอดซุกซ่อนในป่าละเมาะ ริมถนนวงแหวนรอบที่สอง ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บร่องรอยอย่างละเอีบดทั้งด้านนอกรถ ตัวถัง พวงมาลัย เบาะนั่ง รวมทั้งยังตรวจสอบหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์ เพื่อเทียบกับข้อมูลในระบบทะเบียน การตรวจสอบพบเศษผงปูนลักษณะคล้ายกับที่ใช้โรยทับศพในตู้เย็น บริเวณลังกระดาษด้านหลังรถ เบาะนั่งข้างคนขับพบเศษผมของผู้หญิง ประตูด้านข้างคนขับมีกิ่งไม้ถูกหนีบทับไว้ ทำให้เชื่อจะมีคนอื่นนั่งมาในรถด้วยและเร่งรีบจึงปิดประตูทับกิ่งไม้ ก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งทั้งฐานทุกอย่างที่พบจะถูกนำไปเป็นหลักฐานใช้ในคดี

พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยัน ว่ายังไม่สามารถจับกุมตัวนายเอ็มหรือตั้ม อายุ 39 ปี ได้ ส่วนกรณีคลิปการสนทนาระหว่างนายเอ็มและอดีตภรรยา เป็นคำกล่าวอ้างไม่ใช่คำสารภาพ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ในการสืบสวนยังมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงมีนายเอ็มเพียงคนเดียว

สายบุญ
ล่าสุดมีรายงานว่า หลังจากที่ผู้ก่อเหตุนำรถของผู้ตายขับตระเวนไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มหลายจังหวัด และเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ได้นำรถไปฝากจอดไว้กับนายทุนรถมือสองแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อ้างว่าขอฝากรถไว้ก่อนจะเดินทางไปต่างจังหวัดและจะให้ค่าเก็บรถ แต่หลังจากนั้น เมื่อมีผู้พบศพและกลายเป็นข่าวใหญ่ ทำให้เต้นท์รถที่รับฝากรถไว้ นำรถไปจอดทิ้งไว้ในป่าละเมาะ อ.สารภี เพราะกลัวความผิด ล่าสุดตำรวจเตรียมเชิญตัวคนที่รับฝากรถมาสอบปากคำหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว…

หนุ่มบุรีรัมย์ แทงดับเฒ่า 70 อวดมีคาถาหายตัวได้ ปมหึงหวง

หนุ่มวัย 34 ปี ที่บุรีรัมย์ รอมอบตัว หลังใช้มีดแทงเพื่อนร่วมวงสุรา วัย 70 ปี ตัดขั้วหัวใจ อ้างถูกฟันก่อน พร้อมคุยมีคาถาหายตัว พุทธัง ธัมมัง สังฆัง แคล้วคลาด แต่ยอมมอบตัวเอง

หนุ่มบุรีรัมย์
เวลา 23.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม พ.ต.ท.สรคม ราชประโคน สว.(สอบสวน) สภ.ชำนิ รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายที่บ้านตาเหล็ง ต.หนองปล่อง จ.บุรีรัมย์ ประสานกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.ชำนิ ไปที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 4 หมู่ 4 บ้านตาเหล็ง ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ พบศพนายเรือง เข้าเมือง อายุ 70 ปี นอนตายตรงประตูหลังบ้าน ลำตัวมีบาดแผลถูกแทง 5 จุด แต่จุดที่สำคัญคือที่ราวนมข้างซ้ายตัดขั้วหัวใจ ทำให้เสียชีวิต

หนุ่มบุรีรัมย์ แทงดับเฒ่า 70

ส่วนมือมีดทราบชื่อคือ นายธนกฤษ เข็มบุปผา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ตำรวจตามจับได้ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว สภาพยังเมา แต่พอมีสติพูดจารู้เรื่อง

จากการสอบสวน นายต้อง ยอมรับว่าเป็นผู้ทำร้ายนายเรืองจริง โดยเล่าว่า เวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา ตนและน.ส.มารตี แก่นโพธิ์ หรือหมิว อายุ 34 ปี มีอาชีพทำงานก่อสร้างที่ จ.นครราชสีมา กลับมาเที่ยวบ้านได้ 2 วัน และวันที่ 27 ต.ค.จะกลับไปทำงานต่อ จึงมาคุยกับผู้ตายเพี่อขอยืมเงิน 3,000 บาท ตกลงกันว่าอีก 1 เดือนจะนำมาคืน แล้วพากันไปที่ ธ.ก.ส. สาขา อ.ชำนิ เพื่อให้ผู้ตายเบิกเงินให้ แต่เป็นวันเสาร์ธนาคารปิด จึงกลับไปบ้านผู้ตายดื่มเหล้ากันต่อทั้ง 3 คน ตั้งแต่ 08.00 น. ถึง 5 ทุ่ม ตนเองเริ่มมีอาการอยากอาเจียนจึงออกมาที่ป่าข้างบ้านผู้ตาย แล้วเดินกลับไปที่บ้านอีกครั้งทางประตูหลังบ้าน ตะโกนเรียก น.ส.หมิว ซึ่งเมามากให้กลับบ้าน เพราะดื่มเหล้าไปทั้งหมด 5 ขวดแล้ว แต่คนที่เปิดประตูหลังบ้านออกมาเป็น นายเรือง พร้อมถือมีดอีโต้ฟันที่แขน ตนจึงต่อสู้ป้องกันตัว ต่างคนต่างสู้กัน ทำให้ผู้ตายล้มลง ระหว่างนั้นตนจึงวิ่งไปหยิบมีดปลายแหลมในครัว ซึ่งอยู่นอกบ้านมาแทงนายเรือง 5 แผล แล้วก็กลับบ้านมาบอกแม่ รอมอบตัวกับตำรวจ แต่ตนตอนนั้นยังไม่รู้ว่านายเรืองตายหรือไม่

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 3 คนดื่มเหล้ากันตั้งแต่เช้า คาดว่าเมื่อนายต้องมาตะโกนเรียกให้ น.ส.หมิวกลับบ้าน ผู้ตายยังไม่อยากให้กลับ ทั้งๆ ที่ น.ส.หมิว เมาไม่รู้เรื่องแล้ว ทำให้นายต้องเกิดความหึงหวง สงสัยว่าทำไมไม่ให้กลับบ้าน จึงตะโกนด้วยเสียงดัง ผู้ตายจึงถือมีดออกมา เกิดการต่อสู้กัน ประกอบกับเมาทั้งคู่จึงขาดสติจนเกิดเหตุฆ่ากันตายดังกล่าว

นายต้อง ยังคุยด้วยว่า ตอนที่ตำรวจไปที่บ้านครั้งแรก แต่มองไม่เห็นตน ทั้งที่ตนก็อยู่บนบ้าน เพราะตนมีบทสวดคาถาเขมร และพุทธัง ธัมมัง สังฆัง แคล้วคลาด คิดว่าที่ตำรวจไม่เห็นตนเพราะคาถานี้ แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็พร้อมมอบตัวกับตำรวจ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น และควบคุมตัวส่งฟ้องศาลต่อไป.

อาจารย์ ม.ดัง เชียงราย ถูกทุบกระจกรถ เจ้าตัวบอกไม่เคยมีปัญหากับใคร

อาจารย์ ม.ดัง เชียงราย ถูกทุบกระจกรถ เจ้าตัวบอกไม่เคยมีปัญหากับใคร

อาจารย์ ม.ดัง เชียงราย ถูกทุบกระจกรถ เจ้าตัวบอกไม่เคยมีปัญหากับใคร

ถูกทุบกระจกรถ

อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โร่เข้าแจ้งความ ถูกมือดีทุบกระจกรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ขณะจอดไว้ริมถนนราชวงศ์ เมืองเชียงใหม่ เจ้าตัวยืนยันไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษณ์ ขนาบศักดิ์ อายุ 30 ปี อาจารย์ประจำ ม.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังจากที่รถเก๋งส่วนตัว ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน งจ 862 เชียงใหม่ บริเวณกระจกด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร มีร่องรอยการโดนทุบจากของแข็ง ทำให้กระจกแตกร้าว ขณะที่เจ้าตัวจอดรถไว้ที่บริเวณริมถนนราชวงศ์ ซ.3 ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่

จากการสอบถามผู้เสียหายได้เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ได้เดินทางมาหาเพื่อนที่เกสต์เฮ้าส์ ในละแวกที่เกิดเหตุ โดยก่อนหน้านี้รถก็จอดอยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้มีร่องรอยการถูกทุบทำลายแต่อย่างใด กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน พอกลับมาที่รถ พบว่ากระจกรถฝั่งผู้โดยสารนั้นถูกทุบด้วยของแข็งจนแตกได้รับความเสียหาย พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ กำลังเร่งติดตามหาเบาะแสคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ผู้ว่าฯ กทม. เสนอ ถอนเสื้อวิน 3 ปี จยย. รับจ้างวิ่งบนทางเท้า

ผู้ว่าฯ กทม. เสนอ ถอนเสื้อวิน 3 ปี จยย. รับจ้างวิ่งบนทางเท้า

ผู้ว่าฯ กทม. เสนอ ถอนเสื้อวิน 3 ปี จยย. รับจ้างวิ่งบนทางเท้า

รับจ้างวิ่งบนทางเท้า
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมเสนอ คณะกรรมการบริหารวินรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ถอนเสื้อวิน 3 ปี เพิ่มโทษมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งบนทางเท้า

เมื่อวันที่ 26 ตค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน ว่า “จับ-ปรับคงไม่พอครับ กทม.เตรียมเพิ่มโทษผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้า โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการบริหารวินรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ซึ่งมีกรมการขนส่งทางบกเป็นประธาน และมี กทม.เป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณายึดเสื้อผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์เฉพาะรายที่ฝ่าฝืนวิ่งบนทางเท้าเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้ครับ ที่ต้องเพิ่มบทลงโทษเพราะถือว่าอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นอาชีพบริการประชาชนที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและใส่ใจกับความปลอดภัยของประชาชนด้วย หากทำผิดเสียเองก็ต้องมีบทลงโทษที่เข้มงวดครับ

รับจ้างวิ่งบนทางเท้า

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการเสนอหรือใช้มาตรการดังกล่าว ผมได้ให้ทีมงานโฆษกลงไปพูดคุยทั้งในส่วนของประชาชนและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อจะสำรวจและสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการจุดกวดขัน จับ-ปรับรถจอดหรือขับขี่บนทางเท้า ปัญหาอุปสรรคต่างๆ รวมถึงการเพิ่มบทลงโทษต่างๆ สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนที่จะเกิดขึ้นนี้ด้วยครับ แล้วก็จะให้ทั้ง 50 เขต นำแบบสอบถามไปถามความเห็นของประชาชนและวินจักรยานยนต์ในพื้นที่ถึงมาตรการดังกล่าวด้วย ต้องติดตามกันต่อไปครับ

นอกจากนี้ กทม.จะดำเนินการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ที่จอดบนทางเท้า ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 475 วิน ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตไปสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงหรือจุดเหมาะสม เพื่อย้ายวินมอเตอร์ไซค์ลงจากทางเท้า ซึ่งเบื้องต้นก็เล็งจุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ให้เป็นจุดจอดวินมอเตอร์ไซค์ พี่น้องประชาชนจะได้เดินบนทางเท้าสะดวกขึ้น และไม่เป็นการเหลื่อมล้ำในการปฏิบัติอีกด้วยครับ”…

นักศึกษาหนุ่มปวส. ขี่ PCX พุ่งชนท้ายสิบล้อดับ

นักศึกษาหนุ่มปวส. ขี่ PCX พุ่งชนท้ายสิบล้อดับ

นักศึกษาหนุ่มปวส. ขี่ PCX พุ่งชนท้ายสิบล้อดับ

 

พุ่งชนท้ายสิบล้อดับ

เกิดเหตุสลด หนุ่มปวส.ปี 1 เทคนิคพระนครศรีอยุธยา ดวงถึงฆาต ขี่จยย.กลับจากฝึกงาน รถพุ่งชนท้ายสิบล้อ ศีรษะเกือบขาด เสียชีวิตก่อนวันเกิด 1 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 24 ต.ค.62 ร.ต.อ. ดำรงศักดิ์ แสงเงิน รองสว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่ถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน บริเวณสะพานข้ามคลอง ชลประทาน หลัก กม.ที่ 43 หมู่ 7 ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีฟ้า ทะเบียน 1 กณ 2961 อยุธยา สภาพชนเข้ากับท้ายรถสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-1949 เลย พังเสียหายยับเยิน ส่วนรถสิบล้อได้รับความเสียหายด้านท้ายเล็กน้อย ที่พื้นถนน พบร่างนายจิรวัฒน์ ไตรอุดม อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/3 ม.7 ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ปวส.ปี 1 แผนกช่างก่อสร้าง นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจมกองเลือด ส่วนศีรษะเกือบขาด โดยมีกลุ่มพ่อแม่และญาติผู้ตายนั่งร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจอยู่ในที่เกิดเหตุหลังทราบข่าวร้าย

จากการสอบสวน นายอุดมศักดิ์ น้อยนพ อายุ 49 ปี ชาวจังหวัดเลย คนขับรถสิบล้อ ให้การว่า ได้ขับรถมารับสินค้าเป็นของชำร่วย จากพระพุทธมณฑลสาย 3 ปลายทางจังหวัดเลย เมื่อวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนั้นวิ่งอยู่ช่องทางเลนซ้ายสุด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังโครม แต่ขณะนั้นตนเองยังไม่รู้ว่าเสียงอะไร จนมีรถยนต์ที่วิ่งตามหลังมาขับประกบ พร้อมแจ้งให้ตนทราบว่ามีรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถตนเอง จึงจอดลงมาดูก็พบว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว

ทางด้าน นายดวงเด่น ไตรอุดม อายุ 49 ปี พ่อของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนเองมีลูก 2 คน ชาย-หญิง ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นพี่คนโต ช่วงปิดเทอมลูกชายตนได้ไปฝึกงานก่อสร้างที่อำเภอบางบาล พอช่วงเย็นแม่ของผู้ตายได้โทรศัพท์บอกว่าอย่ากลับดึก ถ้าเลิกงานให้กลับบ้านเลย เพราะพรุ่งนี้เป็นวันเกิด อายุครบ 19 ปี จะต้องทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ในตอนเช้า

“หลังฝึกงานเสร็จทราบว่าลูกชายอยู่คุยกับเพื่อนสักพัก จนกระทั่งมาทราบอีกทีว่าประสบอุบัติเหตุก่อนถึงบ้านพักเพียงไม่กี่กิโลเมตร ตนเองและภรรยาเสียใจมากๆ เพราะมีลูกชายเพียงคนเดียว ต้องเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว อนาคตยังอีกยาวไกล” นายดวงเด่น กล่าวด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวคนขับรถบรรทุกสิบล้อไปสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติต่อไป.…

รวบแก๊งรับจ้าง ขนกระท่อมผง 270 Kg เตรียมปรุงส่ง สี่คูณร้อย

รวบแก๊งรับจ้าง ขนกระท่อมผง 270 Kg เตรียมปรุงส่ง สี่คูณร้อย

รวบแก๊งรับจ้าง ขนกระท่อมผง 270 Kg เตรียมปรุงส่ง สี่คูณร้อย

สี่คูณร้อย
รวบทันควัน หนุ่มเพชรบุรี พร้อมเยาวชนชาย อายุ 16 ปี รับจ้าง 5 พัน ขนกระท่อมผงบดละเอียด หนัก 270 กิโลกรัม เตรียมส่งปลายทางอำเภอกุยบุรี
ทำยาเสพติดชนิดสี่คูณร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 23 ต.ค.62 จ่าเอกแก้ว คงวงศ์ ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพื้นที่ชายแดน พร้อมด้วย พ.อ.ธีรยุทธ เส้งรอด รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรีสีห์ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าจับกุม นายสุภเดช เวนะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ 6 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเยาวชนชาย อายุ 16 ปี ขณะกำลังขับรถกระบะมิตซูบิชิ ตอนครึ่งสีเทาดำ ทะเบียน บธ 9742 ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านถนนหลังวัดรัตนวิเวกวนาราม หมู่ 6 บ้านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ก่อนแล้วจึงเข้าแสดงตัว แต่ผู้ต้องหาทั้งสองพยายามหลบหนี ก่อนถูกตะครุบตัวได้ในที่สุด

เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นตามร่างกายไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงตรวจภายในรถพบว่าที่ท้ายกระบะมีหน่อสับปะรดจำนวนมากปิดอำพรางไว้ เมื่อทำการรื้อออกพบกระสอบปุ๋ย จำนวน 8 กระสอบ ภายในมีกระท่อมผงบดละเอียดอยู่เต็มกระสอบ น้ำหนักรวม 270 กิโลกรัม

สอบสวนทราบว่า นายสุภเดช ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไม่รู้จักชื่อ ในราคา 5,000 บาท ให้มารับกระท่อมผงบดละเอียดจากชายชาวเมียนม่า บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยมีคนนำมาส่งให้ผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนให้นำไปส่งยังอำเภอกุยบุรี เพื่อทำยาเสพติดชนิดสี่คูณร้อย

“ตนขับรถหลบจุดตรวจร่วมประชารัฐบ้านด่านสิงขร บนเส้นทางหลักสาย ปข.1039 ไปออกยังถนนเพชรเกษม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจ และทหารเข้าเวรอยู่ จึงเลือกใช้ถนนสายรองซึ่งเป็นที่เปลี่ยว แต่ก็มาถูกจับได้เสียก่อน”

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (พืชกระท่อมบดผง) ดำเนินคดีต่อไป.…

กระบะฝ่าไฟแดงเสย จยย. 2 คัน ตาย 1 เจ็บ 1 อ้างเบรกไม่ทัน

กระบะฝ่าไฟแดงเสย จยย. 2 คัน ตาย 1 เจ็บ 1 อ้างเบรกไม่ทัน

กระบะฝ่าไฟแดงเสย จยย. 2 คัน ตาย 1 เจ็บ 1 อ้างเบรกไม่ทัน

กระบะฝ่าไฟแดงเสย
หนุ่ม 29 ขับกระบะบรรทุกคนงานซิ่งฝ่าไฟแดง ก่อนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน ช่วงออกตัวสัญญาณไฟเขียวกลางสี่แยก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก
1 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 21 ต.ค. 62 พ.ต.ท.จงเดช ศรีตะวัน สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบเหตุรถชนกัน บริเวณกลางสี่แยกไฟแดงท่าสะอ้าน ถนนสิริโสธร ขาเข้าฉะเชิงเทรา หมู่ 6 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ในที่เกิดเหตุ พบนายวุฒิ ไพรวัน อายุ 62 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีแดง ทะเบียน 1 กก 955 ฉะเชิงเทรา นอนได้รับบาดเจ็บหมดสติอาการสาหัสอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่อาการสาหัสเสียชีวิตในเวลาต่อมา ใกล้กันพบ น.ส.มินตรา สุคนธรัตน์ อายุ 38 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กง 8230 ฉะเชิงเทรา ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลให้เบื้องต้น

ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บต 5535 แพร่ จอดอยู่ สภาพด้านหน้าฝั่งขวาพังเสียหาย มีนายอภิสิทธิ์ ปิ่นงาม อายุ 29 ปี เป็นคนขับ รอให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบสวนนายอภิสิทธิ์ ให้การว่า ขณะที่กำลังขับรถกำลังพาคนงานกลับบ้านที่ฉะเชิงเทรา พอถึงจุดเกิดเหตุเป็นสัญญาณไฟเหลืองแต่เบรกไม่ทันจึงเร่งความเร็วทำให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์เต็มแรงจนร่างของนายวุฒิ ผู้ตายกระเด็นไปกระแทกรถจักรยานยนต์ของ น.ส.มินตรา จนกระเด็นล้มได้รับบาดเจ็บ

ด้าน น.ส.มินตรา ให้การว่า ขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากไฟเขียว โดยมีนายวุฒิขี่นำหน้า จู่ๆ ก็มีรถกระบะของนายอภิสิทธิ์ฝ่าไฟแดงมาด้วยความเร็ว ก่อนจะพุ่งชนรถของนายวุฒิเต็มแรง ร่างลอยจะกระแทกรถจักรยานยนต์ล้มทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้บาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป…

ซดยาดองสูตรนรกเรียกพี่ รากสามสิบผสมคางคก ตาย 1 ปางตาย 5

ซดยาดองสูตรนรกเรียกพี่ รากสามสิบผสมคางคก ตาย 1 ปางตาย 5

ซดยาดองสูตรนรกเรียกพี่ รากสามสิบผสมคางคก ตาย 1 ปางตาย 5

รากสามสิบผสมคางคก
สยองทั้งซอย! 13 ชีวิต ซดยาดองสูตรใหม่ เจ้าของร้านเชียร์จนยอมซื้อ ตกดึกแน่นหน้าอก-อาเจียน ญาติพาส่งโรงพยาบาลวุ่น พบอาการปางตาย 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย จ่อแจ้งความเอาผิดเจ้าของร้าน

วันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุมีผู้ป่วย 13 คน ซึ่งทั้งหมดอาการคล้ายกันคือแน่นหน้าอกและอาเจียน บริเวณห้องเช่าเลขที่ 30/123 ซอยสถาพร ม.3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งหลังเกิดเหตุกู้ภัยได้เข้าให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี ต่อมาทราบว่า ผู้ป่วยมีอาการสาหัส 5 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

จากการสอบถามชาวบ้าน เปิดเผยว่า ทั้งหมดได้ไปซื้อเหล้ายาดองของลุงนัท (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเช่าห้องอยู่ห้องเลขที่ดังกล่าว โดยลุงนัททุกคนว่า ได้ดองเหล้ายาดองสูตรใหม่ มีตัวผสมสูตรเด็ด คือ รากต้น 30 ผสมคางคกและเหล้าขาว

ชาวบ้าน เปิดเผยต่อว่า ซึ่งทุกคนก็อยากลองสูตรใหม่จึงไปซื้อมากินกัน มีทั้งขวดเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นแบนและแบบขวด พอกินเข้าไปแล้วช่วงบ่ายของวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็มีคนเกิดอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ ชักตาเหลือก อาเจียนเป็นเลือดก็มี จะดิ้นทุรนทุรายแล้วหมดสติไป และล่าสุดอาการสาหัส 5 ราย โดยมีนางจู (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) อายุ 62 ปี เสียชีวิต

ากสอบถาม น.ส.ทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี เป็นลูกสาวของนางเรืองที่อาการสาหัส กล่าวว่า ตนได้ห้ามแม่แล้วว่าอย่าไปซื้อมากิน เพราะกลัวจะมีผลข้างเคียงในภายหน้าได้ แต่แม่ก็ไม่เชื่อไปซื้อมากินตามคนข้างบ้านอีกหลายคน ตอนนี้ทราบว่า ลุงนัท เจ้าของร้านยาดองสูตรนรกได้หลบหนีไปแล้ว ซึ่งจะเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวลุงนัทมาดำเนินคดีต่อไป…

สภาทนายความเลย เข้าช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ถูกปกครองเมืองเลยยิงดับ

สภาทนายความเลย เข้าช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ถูกปกครองเมืองเลยยิงดับ

สภาทนายความเลย เข้าช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ถูกปกครองเมืองเลยยิงดับ

สภาทนายความเลย

สภาทนายความลงพื้นที่ จ.เลย เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ที่ถูกปกครองเมืองเลยเข้าตรวจค้นยาเสพติด จนนำไปสู่เหตุการณ์ชุลมุน แล้วมีเสียงปืน
ดังขึ้นจนเสียชีวิต ขณะที่คนสนิทผู้ต้องหาที่มอบตัว เผย เจ้าตัวอยากพูด แต่น้ำท่วมปาก หัวหน้าสั่งไม่ให้พูด กลัวจะเป็นข่าวใหญ่

จากกรณี จนท.ฉก.ปกครองอำเภอเมืองเลย พร้อมพวก 6-7 คน ได้ไปที่บ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน เลขที่ 119/2 บ้านหนองผักก้าม ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย ของบ้านนางหนูนี ชุมแวงวาปี อายุ 62 ปี เจ้าของบ้าน
เพื่อตรวจค้นยาเสพติดในบ้าน พบนายเมธารัฐ จันทร์สว่าง อายุ 35 ปี หลานชายอยู่ในบ้าน จนท.ขอตรวจค้นโดยยอมให้ตรวจค้น แต่เกิดเหตุการชุลมุนเกิดขึ้น จนมีเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด จนนางหนูนี ชุมแวงวาปี
อายุ 62 ปี ป้าของนายเมธารัฐ เห็นเหตุการณ์ พบว่าหลานชายถูกกลุ่ม จนท.ปกครอง อ.เมืองเลย ยิงหนีตายจนได้รับบาดเจ็บนอนฟุบกับกำแพงปูนถนน ร้องให้ป้าช่วยเหลือ แต่ จนท.ปกครองฯ ได้ตามมากระทืบซ้ำ
และเหยียบที่ศีรษะจนบาดเจ็บสาหัส จนญาติและลูกผู้ตายที่เห็นร้องขอไว้ชีวิต

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบนายวุฒิพงษ์ เนติธิรัตน์ ประธานสภาทนายความ จ.เลย พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางมายังบ้านนางหนูนี ชุมแวงวาปี อายุ 62 ปี ป้า
ของนายเมธารัฐ จันทร์สว่าง อายุ 35 ปี ผู้เสียชีวิต ได้มีการสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น และให้ความช่วยเหลือเหยื่อครอบครัวนาน 1 ชม.

นายวุฒิพงษ์ เนติธิรัตน์ ประธานสภาทนายความ จ.เลย เปิดเผยว่า ทางนายกสภาทนายความโทรศัพท์แจ้งและสั่งการมา ให้มาช่วยเหลือและแจ้งสิทธิการคุ้มครอง เรื่องของพยานหลักฐาน และช่วยเหลือค่าเสียหายในคดีอาญา และมีการสอบถามทางญาติ เป็นห่วงเรื่องการศึกษาของเด็ก ซึ่งผู้ตายมีลูกอยู่ 2 คน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ จากการสอบถามทราบว่ามีประจักษ์พยานหลายคน และมีเด็กอยู่ 2 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะเด็ก 2 คนเป็นพยานที่สำคัญในคดีนี้ ต้องได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากว่าการที่จะเข้าสู่ทางศาล ค่อนข้างจะต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ระหว่างนี้เด็กทั้งสองคนต้องได้รับการดูแล กลัวเด็กจะได้รับอันตราย สำหรับผู้เสียหายในคดีอาญานี้สามารถยื่นคำร้องไปที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อขอเงินทดแทนเยียวยา ซึ่งตอนนี้จากการสอบถาม ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามา และยังไม่มีใครมานัดแนะนำ ซึ่งจะให้คุณป้าได้ยื่นคำร้อง และขอเงินทดแทน ซึ่งจะเป็นเงินที่ใช้ในการอุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษาแก่เด็กทั้งสองคน ประมาณ 1 แสนบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ส่วนในด้านคดี ซึ่งทางสภาทนายความจังหวัดเลย พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือดูแล เพราะมันเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์ และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง เราเป็นองค์กร การที่จะเข้ามาดูแลและเข้ามาช่วยเหลือ หลังการพูดคุยและให้ความช่ยเหลือแล้ว นางหนูนี ชุมแวงวาปี ได้ขอตัวเดินทางไปพบ พ.ต.ท.สามารถ ตองหว้าน สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางสาวแดง คนสนิทของ จนท.ชุดจับกุม 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัว เล่าว่าในวันที่เกิดเหตุได้คุยโทรศัพท์ บอกว่ากำลังยุ่งอยู่ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลหัวหน้าโดนฟัน จากนั้นก็วางสายไป และสามารถติดต่อได้อีกวันรุ่งขึ้น สอบถามว่าเป็นยังไงบ้างคนที่โดนยิง และเจ้าหน้าที่นิ้วหัก เขาตอบว่าไม่เป็นไร แต่ผู้ต้องหามันตายแล้ว ยอมรับว่ายิงสกัดเพียงนัดเดียวที่ขา ยิงภายในบ้าน เพราะผู้ต้องหาพยายามจะใช้อาวุธมีดฟัน ส่วนผู้ต้องหาที่หนีออกมา โดนยิงซ้ำตรงนี้แกไม่ยอมพูด เพียงแต่ยอมรับว่ายิงป้องกันตัวไป 1 นัด ภายในบ้านเท่านั้น และยิงที่บริเวณขา จึงถามไปยิงทำไม ตอบว่าไม่รู้ ทุกวันนี้อยากออกมาพูดความจริง ได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร แต่ทางหัวหน้าสั่งไม่ให้พูด กลัวจะเป็นข่าวใหญ่ วันที่เข้ามอบตัวและนำตัวขึ้นรถตู้ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดเลย มีนักข่าวถามว่ามีอะไรอยากจะพูดไหม ก็เงียบแต่ใจจริงแล้วแกอยากจะพูด ซึ่งตอนนี้ไม่ทราบเลยว่าอยู่ที่ไหน

จากการสืบทราบว่า ขณะนี้ ผู้ถูกกล่าวทั้ง 7 คน ได้มีข้าราชการผู้ใหญ่มาอยู่รวมกันที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในอำเภอเมือง และไม่ให้ติดต่อทางโทรศัพท์กับใครนอกจากครอบครัว และมี …

หนุ่มสาวค้ายา ยึดยาบ้ากว่าครึ่งแสนเม็ด-ไอซ์เกือบ 900 กรัม ซุกคอนโด

หนุ่มสาวค้ายา ยึดยาบ้ากว่าครึ่งแสนเม็ด-ไอซ์เกือบ 900 กรัม ซุกคอนโด

หนุ่มสาวค้ายา ยึดยาบ้ากว่าครึ่งแสนเม็ด-ไอซ์เกือบ 900 กรัม ซุกคอนโด

หนุ่มสาวค้ายา
ตำรวจรวบหนุ่ม พนง.การทางฯ พร้อมแฟนสาว ลอบค้ายาเสพติด อ้างเหตุเงินเดือนไม่พอใช้ ยึดยาบ้าซุกคอนโด กว่า 5.7 หมื่นเม็ด ไอซ์กว่า 8 ร้อยกรัม
คุมตัวพร้อมของกลาง แจ้งข้อหาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ต.ค.62 พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.สิทธิพร สุกก่ำ รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง และ
พ.ต.ท.กำธร นิยม สว.สส.สน.ดอนเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ร่วมกันจับกุมตัว นายพงศธร บุตรสมศรี หรือพีช อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 306/48 ซอยประชาชื่น 12 แยก
1-2-6-8 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. และ น.ส.มุจรินทร์ ธรรมเสถียร หรือแพรว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 306/48 ซอยประชาชื่น 12 แยก 1-2-6-8 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.
พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ชนิดเกล็ดใส บรรจุในซองพลาสติกใสแบบซิปล็อก จำนวน 9 ถุง หนักประมาณ 889.49 กรัม ยาบ้าชนิดเม็ดสีส้มทั้งหมดประมาณ 57,030 เม็ด รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า
รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บง-2341 หนองคาย จำนวน 1 คัน กุญแจห้องเช่าคอนโดแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วาน จำนวน 1 ดอก พร้อมคีย์การ์ดจำนวน 1 อัน เครื่องชั่งดิจิทัลจำนวน
1 เครื่อง เครื่องซิลถุงพลาสติก จำนวน 1 เครื่อง ถุงพลาสติกใสชนิดซิปล็อกขนาด จำนวนประมาณ 88 ใบ โดยสามารถจับกุมได้ภายในคอนโดแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี

โดย พล.ต.ต.พัฒนา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก วันนี้ (19 ต.ค.) เวลาประมาณ 00.10 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีสายลับ (ขอปกปิดนาม) มาแจ้งกับฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมืองว่า นายพงศธร และ น.ส.มุจรินทร์ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ซึ่งบุคคลทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน โดย นายพงศธร อายุประมาณ 25 ปี รูปร่างท้วมใหญ่ สูงประมาณ 175 ซม. ผมสั้นเกรียน ผิวดำแดง ส่วน น.ส.มุจรินทร์ อายุประมาณ 25 ปี รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 ซม. ผมสั้นประบ่า ผิวดำแดง ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บง 2341 หนองคาย เช่าอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วาน มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงได้นำกำลังไปซุ่มดูที่บริเวณคอนโดดังกล่าว เมื่อไปถึงจึงได้วางกำลังตามจุดต่างๆ จนกระทั่งพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บง-2341 หนองคาย ซึ่งมี นายพงศธร และ น.ส.มุจรินทร์ อยู่บนรถยนต์คันดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง แจ้งให้ นายพงศธร และ น.ส.มุจรินทร์ ทราบเหตุและรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบ จากการตรวจค้นปรากฏว่า ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย

จากการสอบถาม นายพงศธร และ น.ส.มุจรินทร์ ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจว่า มียาเสพติดจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในคอนโดดังกล่าว โดยใช้ชื่อแฟนสาวเป็นผู้เช่า และรับว่าเมื่อสักครู่ได้ร่วมกันนำยาเสพติดมาจำหน่ายให้ลูกค้าบริเวณดังกล่าวจริง …