เปิดศึกฆ่าเพื่อน อส.ปัตตานี อส.กันเอง ขัดแย้งผลประโยชน์

เปิดศึกฆ่าเพื่อน อส.ปัตตานี อส.กันเอง ขัดแย้งผลประโยชน์

อส.ปัตตานี พร้อมพรรคพวก ร่วมมือกันฆ่าเพื่อน อส.ด้วยกันเอง ตำรวจเทน้ำปมขัดแย้ง

เรื่องผลประโยชน์เมื่อวานนี้ (29 พ.ค.) ร้อย.ทพ.4203 ได้รับแจ้งจาก น.ส.สุพัตรา ว่าตน

เองได้ถูกควบคุมตัวอยู่และ อส.ทพ.กูฮารี อับดุลบุตร สังกัด ร้อย.ทพ.4203 ถูก ทำร้ายร่างกาย

ต้องการขอความช่วยเหลือ จากนั้น ร.ท.วิทยา แจ่มน้อย ผบ.ร้อย.ทพ.4203 จึงจัดกำลังร่วมกับ

เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง และ ฝ่ายปกครอง สภ.ยะหริ่ง เข้าดำเนินการจากการตรวจสอบ

พบตัว น.ส.สุพัตรา และ อส.อายือมัน จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน ณ ฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4203

และได้สอบถามพฤติการณ์จากเหตุการณ์ข้างต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

กลุ่มอาสาได้นัดพบเจอกันที่บริเวณบ้านเช่าไม่ทราบเลขที่ ม.2 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ประกอบด้วย อส.อายือมัน, อส.วิรัตน์ (เจ้าของบ้าน), นายแบ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง นายมะแอ

ไม่ทราบชื่อสกุลจริง น.ส.สุพัตรา, น.ส.แตง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง (ภรรยาเจ้าของบ้าน)

เปิดศึกฆ่าเพื่อน อส.ปัตตานี อส.กันเอง ขัดแย้งผลประโยชน์

อส.นพดล และ อส.ทพ.กูฮารี โดยการนัดหมายครั้งนี้ เพื่อพูดคุยสอบถามกรณีที่สงสัยว่า

อส.ทพ.กูฮารี เป็นผู้แจ้งข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดให้แก่เจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพบแผน

ที่ซึ่งคาดว่าเป็นแผนที่แสดงพิกัดเป้าหมายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ แต่ได้รับการปฏิเสธ

จึงได้ร่วมกันทำร้าย อส.ทพ.กูฮารี กระทั่งเสียชีวิตและในเวลาต่อมา ผู้ก่อเหตุได้มีการโทรหา

นายด้วน ช่างซ่อมรถ (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) ให้นำรถยนต์นำศพไปทิ้ง โดยมีผู้นำศพไปทิ้ง 4 คน

ได้แก่ โดยได้ขับรถนำและร่วมกันนำศพไปทิ้งบริเวณคลองชลประทานในพื้นที่ ต.ราตาปันยัง

อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานีต่อมาจึงได้พบศพ อส.ทพ.กูฮารี อับดุลบุตร ในคลองชลประทาน

บ้านมูหลง ม.2 ต.ราตาปันยังอ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่หน่วยจึงได้ดำเนินการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

สภ.ราตาปันยัง ดำเนินการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และนำศพส่งโรงพยาบาล ยะหริ่ง

เพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป ในส่วนของประเด็นและสาเหตุเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัวขัดแย้งผลประโยชน์

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หนีไม่พ้น โหดบุกใช้ปืนยิงผัวใหม่ของเมียเก่าดับ

หนีไม่พ้น โหดบุกใช้ปืนยิงผัวใหม่ของเมียเก่าดับ

รวบคาด่านตรวจ จ.ภูเก็ต ช่างแอร์หนุ่มก่อเหตุ ยิงสามีใหม่ ของภรรยาเก่าเสียชีวิตที่ จ.พัทลุง สอบปืนใช้ก่อเหตุเป็นของตำรวจวัยเกษียณหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 พ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ด่านตรวจภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต พร้อม

ด้วยกำลังทหารได้ตรวจค้นรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ที่กำลังจะผ่านด่านตรวจพบชายฉกรรจ์มีท่าทางพิรุธ จึงตรวจค้นโดยละเอียดภายในรถ

จนกระทั่งพบอาวุธปืนไม่ทราบขนาดขนาด 2 กระบอกวางอยู่ที่เบาะคนนั่งด้านหน้า 1 กระบอก และอีก 1 กระบอกพบอยู่บริเวณช่องเก็บสัมภาระ

ที่ประตูฝั่งคนขับ จากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานต่างๆ ของอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล ทราบชื่อคือ

นายเกรียงไกร อายุ 34 ปี อาชีพช่างแอร์จากการตรวจสอบพบว่า นายเกรียงไกร เป็นคนร้ายตามหมายจับของศาล จ.พัทลุง ในข้อฆ่า

ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงนายศราวุธ อายุ 40 ปี สามีใหม่ของนางรัตนา อายุ 32 ปี อดีตภรรยาของนายเกรียงไกรเองเสียชีวิต และยิง

หนีไม่พ้น โหดบุกใช้ปืนยิงผัวใหม่ของเมียเก่าดับ

นางรัตนาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบน ถ.ในหมู่บ้านสาย บ้านไสโกบ-วัดล้อ หมู่ 9 ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย เพื่อดำเนินคดีในข้อหามีและครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพา

อาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อ และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัทลุงทราบทั้งนี้ นายเกรียงไกร อาชีพช่างแอร์ อายุ 34 ปี

บุกใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงนายศราวุธ ศรีนุ่น อายุ 40 ปี สามีใหม่ของนางรัตนา อายุ 32 ปี อดีตภรรยาเสียชีวิต และได้ยิง นางรัตนาจนได้รับ

บาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านสาย บ้านไสโกบ-วัดล้อ หมู่ 9 ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เมื่อเย็นวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาต่อมาศาลจังหวัด

พัทลุงได้อนุมัติหมายจับนายเกรียงไกรตามหมายจับที่ จ.135/2562 ลงวันที่ 27 พ.ค.62 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนอาวุธปืน 9 มม.ที่นำมาใช้

ในการก่อเหตุร้ายในครั้งนี้จะเป็นอาวุธปืนของนายตำรวจรายหนึ่งที่เกษียณอายุราชการไปแล้วหรือไม่นั้น ทางตำรวจได้เร่งสืบสวนสอบสวนขยายผล

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ปะทะเดือด 6 ชั่วโมง วิสามัญ 1 ศพ เจ้าหน้าที่เจ็บ 2

ปะทะเดือด 6 ชั่วโมง วิสามัญ 1 ศพ เจ้าหน้าที่เจ็บ 2

ความคืบหน้าเหตุ เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายยะลา ปะทะเดือด กลุ่มคนร้าย ต.กาตอง อ.ยะหา สรุปวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ เจ้าหน้าที่เจ็บ 2 นาย คุมผู้ต้องสงสัยสอบสวน

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (27 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ทหาร

ชุดปฏิบัติการพิเศษ สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 47 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า

จำนวนกว่า 100 นาย กระจายกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย โดยเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านเจาะตาแม ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านภรรยา

นายฮาซัน ดอเลาะ ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.กาบัง และ อ.ยะหา จ.ยะลาหลังมีชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า มีกลุ่มชายต้องสงสัย พร้อมอาวุธปืน

เข้ามากบดานอยู่ในพื้นที่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลัง เข้าปิดล้อมบ้านต้องสงสัยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ใช้อาวุธปืน กราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น

เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ทราบชื่อคือ ส.ต.อนุชิต ทิพย์จันทา ทหารพรานที่ 47 ถูกยิงเข้าที่บริเวณขา ถูกนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา

ปะทะเดือด 6 ชั่วโมง วิสามัญ 1 ศพ เจ้าหน้าที่เจ็บ 2

โดยเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาต่อรองให้กลุ่มคนร้ายออกมามอบตัว แต่ไม่เป็นผล กลุ่มคนร้ายยังคงใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ เป็นระยะ และเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น

นานกว่า 6 ชั่วโมง โดยในระหว่างเกิดเหตุปะทะ ได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรในบ้านที่เกิดเหตุ จนกระทั่งเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานรถดับเพลิงเข้าสกัดเพลิงไหม้

แต่ไฟได้ไหม้หมดทั้งหลังแล้ว หลังจากเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ก็ยังพบว่ามีคนร้ายอยู่ภายในบ้าน ซึ่งทำเป็นห้องใต้ดิน ได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้เจ้าหน้าที่เพื่อ

ไม่ให้เข้าไปภายในบริเวณบ้าน จึงเกิดการปะทะกันขึ้น อีกระลอก เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงที่แขนได้รับบาดเจ็บ 1 นาย นำส่ง รพ.สงขลานครินทร์ อาการปลอดภัย

จากการตรวจสอบพบคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก คือ นายอับดุลเลาะ อายุ 38 ปี เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการเคลื่อนไหวในพื้นที่

อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีหมายจับ ป วิอาญารวม 4 หมายที่เหลือสามารถหลบหนีไปได้สำหรับสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

โดยพบว่าภายในบ้านมีแกลลอนน้ำมัน 4 ถังวางอยู่ในภายในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งคาดว่าคนร้ายเตรียมไว้ก่อเหตุและอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง พร้อมกันนี้ได้ควบคุมตัวนายฮาซันและภรรยาไปควบคุมตัวซักถามในฐานะเจ้าของบ้าน

ซึ่งมีความผิดฐานให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนกลุ่มคนร้าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สาวเวียดนาม โดดชั้น 5 โรงแรมดังพัทยาดับ

สาวเวียดนาม โดดชั้น 5 โรงแรมดังพัทยาดับ

สาวเวียดนามโดดตึกชั้น 5 โรงแรมดังเมืองพัทยา เสียชีวิต ทำพนักงานสาวล้างจานตกใจผวา เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

ร.ต.อ.ชานันท์ เกษรบัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนพลัดตกที่สูงได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จ.ชลบุรี

หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวดั๋ง อายุ 25 ปี สัญชาติเวียดนาม นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ

ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสมาก ทีมแพทย์ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว

สาวเวียดนาม โดดชั้น 5 โรงแรมดังพัทยาดับ

แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการสอบถาม น.ส.วาสนา อายุ 48 ปี รับจ้างล้างจานอยู่ภายในตลาดบัวขาว

อยู่ในอาการตื่นตระหนก เล่าว่า ในขณะที่ตนเองล้างจ้านอยู่นั้น เห็นผู้บาดเจ็บนั่งอยู่ริมระเบียง แล้วก็ยืนขึ้นตนเองคิดอยู่ในใจว่าจะกระโดดตึกหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรก็ล้างจานต่อ

จนกระทั่งได้ยินเสียงตกกระแทกพื้นจึงรีบมาดูก็พบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวกระโดดลงมาจริงๆ ซึ่งขณะนั้นก็ยังมีผู้ที่ได้ยินเสียงแล้วมาตรวจสอบก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ช่วยเหลือดังกล่าว

เบื้องต้น ร.ต.อ.ชานันท์ เกษรบัว ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ห้องของผู้บาดเจ็บที่ชั้น 5 ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าแรงจูงใจมาจากสาเหตุใด

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สิบล้อเบรกแตก ชนรถติดแยกไฟแดง พังยับเยิน 9 คันรวด

สิบล้อเบรกแตก ชนรถติดแยกไฟแดง พังยับเยิน 9 คันรวด

ภาพจากกล้องด้านรถคันหนึ่ง กำลังจอดรถสัญญาณไฟแดงที่ทางแยก ก่อนรถบรรทุกสิบล้อเกิดเบรกแตก

พุ่งชนท้ายสุดสยอง พังยับเยินถึง 9 คันซ้อน (24 พ.ค.) ภาพจากกล้องหลังรถกระบะที่จอดติดไฟแดงแยกเนินโมก

ถนนทางหลวงสาย 331 หมู่ 8 ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ขณะกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดระยอง

เปิดเผยให้เห็นวินาทีเฉียดตาย มีรถบรรทุกสิบล้อเบียดเข้ามาเลนซ้ายสุด และได้มีการชนกับรถที่จอดรอสัญญาณ

ไฟอยู่หลายคันหลังเกิดเหตุ ร.ต.อ. อนันต์ เฉลิมวัฒนากร รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง

พร้อมหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ 3 คัน รถยนต์ 2 คัน

รถบรรทุกเทรลเลอร์ 2 คัน และรถบรรทุกสิบอีก 2 คัน ที่ประสบเหตุ รวมเป็น 9 คัน ทั้งหมดอยู่ในสภาพยังยับเยิน

เพราะถูกชนกระแทกจนมากองรวมกันโดยที่รถคันที่เป็นต้นเหตุคือรถบรรทุกสิบล้อฮีโน่ สีขาว บรรทุกน้ำตาลมาเต็มคันรถ

สิบล้อเบรกแตก ชนรถติดแยกไฟแดง พังยับเยิน 9 คันรวด

ทำให้น้ำตาลแตกกระจายเต็มถนน และพบผู้บาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านบึงเจ้าหน้าที่สอบถาม

นายไชยฤทธิ์ อายุ 52 ปี คนขับรถคันเกิดเหตุ เล่าว่า ได้ขับรถบรรทุกน้ำตาลมาจากอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อมาถึงก่อน

จุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เห็นว่าข้างหน้ามีแยกไฟแกงและรถจอดติดอยู่ ตนพยายามเหยีบบเบรก แต่ปรากฏว่าเบรกแตก

ทำให้หยุดรถไม่ได้ จึงพยายามประคับประคองให้รถชะลอลง พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนให้รถข้างหน้าทราบและเบียดเข้าเล่น

ซ้ายสุด เพื่อที่จะให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด แต่ก็ทำให้รถคนอื่นๆ พังเสียหายหลายคันดังกล่าวขณะที่ทางด้าน

นายณัฐพงศ์ อายุ 24 ปี โค้ชฝึกสอนฟุตบอล เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุตนจอดรถอยู่ท้ายรถเทรลเลอร์ ระหว่างจอดติดไฟแดง

ปรากฏว่ารถคันที่อยู่ด้านท้ายพุ่งชนรถอย่างจัง ทำให้รถตนอัดท้ายรถสิบล้อ พอตั้งสติได้จึงถีบกระจกพาตัวเองออกมานอกรถ

โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กล้องหน้ารถ เพื่อนำไปเป็นหลักฐาน

ประกอบคดี และจะได้นำคนขับรถบรรทุกน้ำตาลไปดำเนินคดีในข้อขับรถโดยประมาท ไม่มีการตรวจสภาพความก่อนขับใช้งาน

ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินได้รับความเสียหายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

2หนุ่มไล่ฟัน รถพยาบาลภูเก็ต สารภาพหน้านิ่งเพราะโมโห

2หนุ่มไล่ฟัน รถพยาบาลภูเก็ต สารภาพหน้านิ่งเพราะโมโห

ตำรวจภูเก็ตปิดคดีฉาว คลิปหนุ่มไล่ฟันรถพยาบาลกลางเมือง กลายเป็นคลิปฉาววิจารณ์ทั้งเมือง สารภาพหน้าแบบสีหน้าไม่สำนึก

ยอมรับเพราะโมโหจัดความคืบหน้ากรณีคลิปภาพเหตุการณ์รถพยาบาลอาสาสมัคร ถูก 2 หนุ่มซ้อน จักรยานยนต์ไล่ตามประกบ

พร้อมกับใช้ขวานฟันที่รถจนกระจกแตก เพราะมีสาเหตุมาจากการบีบแตรเตือน เหตุเกิดหลังจากขับรถพ้นอุโมงค์หน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังของภูเก็ต

กระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างหนัก ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้นล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม กองกำกับการสืบสวน

ตำวจภูธร จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.วิศาล พันธุ์มณี ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้ร่วมแถลงผลการจับกุม นายซากิ๊บ อายุ 22 ปี และ นายสุทธิศรีภูมิ อายุ 29 ปี

พร้อมด้วยของกลาง เช่น อาวุธปืนสั้นแบบไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก อาวุธระเบิด 2 ลูก อาวุธมีด และอุปกรณ์เสพยาเสพติดและยาเสพติด

จำนวนหนึ่ง รวมทั้งรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในเมืองภูเก็ตฉุนรถพยาบาลบีบแตรเตือน

2หนุ่มไล่ฟัน รถพยาบาลภูเก็ต สารภาพหน้านิ่งเพราะโมโห

โจ๋ซิ่งตามใช้ขวานไล่ฟัน-กระจกแตกเละพล.ต.ต.วิศาล กล่าวว่า หลังทราบเรื่องดังกล่าวพบว่าเป็นเรื่องใหญ่ แม้แต่รถพยาบาลยังถูกคุกคาม

จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เสริมพันธ์ ศิริคง รอง ผบก. ภ.จว.ภูเก็ต เป็นหัวหน้าชุดไล่ล่า มี พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต

และชุมสืบสวนร่วมด้วย และสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุดจากสอบสวนเบื้องต้น ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าเหตุเกิดจากความโมโหที่ถูกบีบแตรไล่

ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนบริเวณ สายเฉลิมพระเกียรติหน้าโรงพยาบาลสิริโรจน์ กระทั่งปรากฏเป็นเหตุการณ์ตามคลิปวีดีโอที่ถูกบันทึกไว้

ได้จากกล้องหน้ารถและหลังรถของเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตโดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตระบุว่า จากการสอบสวนทั้งคู่มีประวัติ

เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และถือเป็นบุคคลกลุ่มอันตราย แต่ไม่เคยมีประวัติการถูกออกหมายจับมาก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่

ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุในหลายกระทง ทั้งในส่วนของการขับรถโดยประมาทการใช้อาวุธ ก่อเหตุทำร้ายร่างกายอันเป็นเหตุ

ให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ การข่มขู่อาฆาต ให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว รวมถึงจะขยายผลแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ครอบครองอาวธปืน

วัตถุระเบิด อีกด้วยทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายถูกควบคุมตัวมาแถลงข่าว ผู้ต้องหาทั้งสองยังคงอยู่ในลักษณะอาการปกติ

และไม่มีท่าทีสำนึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เลือดอาบ ลูกค้าหนุ่ม เก๋งพุ่งชนทะลุเข้าร้านเซเว่น

เลือดอาบ ลูกค้าหนุ่ม เก๋งพุ่งชนทะลุเข้าร้านเซเว่น

หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา! เก๋งเอ็มจี พุ่งทะลุ เข้าร้านเซเว่น ตรงข้ามสถานทูตเกาหลีใต้ พุ่งชนใส่หนุ่มวัย 19 เคราะห์ร้ายกำลังซื้อของ-ต้องเจ็บตัว

(20 พ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนได้รับบาดเจ็บ ภายในร้านสะดวกซื้อ

ถนนเทียมร่วมมิตร ตรงข้ามสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ จึง

ลูกค้าหนุ่ม เลือดอาบ เก๋งพุ่งชนทะลุเข้าร้านเซเว่น

ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาศุภาลัย เวลลิงตัน พบรถยนต์เอ็มจี 5 สีขาว

พุ่งชนเข้าไปภายในร้านสะดวกซื้อ ด้านในมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 คน ทราบชื่อคือ นายศุภกิตติ อายุ 19 ปี ถูกรถพุ่งชนใส่ ระหว่างที่กำลังเลือกซื้อสินค้าอยู่ภายในร้าน

เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กู้ภัยดินแดง ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลปิยะเวทแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ลูกค้าหนุ่ม เลือดอาบ เก๋งพุ่งชนทะลุเข้าร้านเซเว่น

ลูกค้าหนุ่ม เลือดอาบ เก๋งพุ่งชนทะลุเข้าร้านเซเว่น

หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา! เก๋งเอ็มจี พุ่งทะลุ เข้าร้านเซเว่น ตรงข้ามสถานทูตเกาหลีใต้ พุ่งชนใส่หนุ่มวัย 19 เคราะห์ร้ายกำลังซื้อของ-ต้องเจ็บตัว

(20 พ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนได้รับบาดเจ็บ ภายในร้านสะดวกซื้อ ถนนเทียมร่วมมิตร ตรงข้ามสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ จึง

ลูกค้าหนุ่ม เลือดอาบ เก๋งพุ่งชนทะลุเข้าร้านเซเว่น

ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาศุภาลัย เวลลิงตัน พบรถยนต์เอ็มจี 5 สีขาว พุ่งชนเข้าไปภายในร้านสะดวกซื้อ ด้านในมีผู้ได้รับ

บาดเจ็บเป็นชาย 1 คน ทราบชื่อคือ นายศุภกิตติ อายุ 19 ปี ถูกรถพุ่งชนใส่ ระหว่างที่กำลังเลือกซื้อสินค้าอยู่ภายในร้าน เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กู้ภัยดินแดง ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลปิยะเวทแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สาวคดี ฆ่าชิงทรัพย์ หนีคดีนาน 19 ปี ศัลยกรรมหน้าใหม่

สาวคดี ฆ่าชิงทรัพย์ หนีคดีนาน 19 ปี ศัลยกรรมหน้าใหม่

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดแทงหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิต เพื่อชิงทรัพย์ ก่อนหลบหนีไปทำศัลยกรรมจมูก

หนีคดีมานานกว่า 19 ปี สืบเนื่องจาก นายสุริย ลูกชายของ นางนางจุดใหน่ อายุ 72 ปี ผู้เสียชีวิต ได้นำเอกสาร

เข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดจับกุมตัว

คนร้ายที่ฆ่าผู้เป็นแม่ โดยเหตุเกิดเมื่อ 19 ปีที่แล้ว และศาลจังหวัดจันทบุรี ได้อนุมัติออกหมายจับที่ 278/2545

ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2545 จับ นางสาวอมร แต่ตำรวจยังไม่สามารถตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้

ทางพ.ต.ท.ธัญญพัทธ์ บุญสุข รองผู้กำกับสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนตามจับกุมตัว

คนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองจันทบุรี จึงได้เริ่มแกะรอยคนร้ายและประสานกับ

สาวคดี ฆ่าชิงทรัพย์ หนีคดีนาน 19 ปี ศัลยกรรมหน้าใหม่

ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 1 และสามารถติดตามจับกุม นางสาวอมร อายุ 42 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่น ได้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งใน

อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองโดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง

นางจุดใหน่ เนื่องจากมีปากเสียงทะเลาะกัน และทางผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้เอาทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตไป

และอาวุธที่ใช้เป็นมีดเชียนหมากของผู้เสียชีวิตเองเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นางสาวอมร กลับมายัง

สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อนำตัวมาทำแผนยังจุดเกิดเหตุเกิดเหตุบริเวณบ้านบ้านหลังหนึ่งในตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

โดยมี พล.ต.ตเชษฐา โกมลวรรธนะ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินทางมาติดตามคดีและควบคุมการทำแผนด้วยตนเอง

ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้ไปทำการศัลยกรรมจมูก ทำให้โครงหน้าดูเปลี่ยนไป ทำให้การเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่

ตำรวจทำงานได้ยากขึ้น แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถที่จะตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ได้ในที่สุด แม้จะหนีคดีมาได้กว่า 19 ปี ใกล้จะหมดอายุความแล้วก็ตาม

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

โจ๋สายซิ่ง คาถนน 2 ศพ คู่กรณียืนกรานไม่ได้ขับรถเหยียบ แค่ขับตามมาดูหน้า

โจ๋สายซิ่ง คาถนน 2 ศพ คู่กรณียืนกรานไม่ได้ขับรถเหยียบ แค่ขับตามมาดูหน้า

จากกรณีเมื่อช่วงดึกวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ได้เกิดเหตุรถจักรยานยนต์สีชมพู-ขาว ยี่ห้อฮอนด้าดรีม

ไม่ทราบเลขทะเบียน จอดอยู่ข้างถนนมีรอยเลือดเปื้อนเต็มรถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันพบศพ

เป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 16 และ 19 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณมอเตอร์ไซค์ จำนวน 2 ศพ สภาพศพเละบริเวณ

ใบหน้าไม่ทราบรูปพรรณสัณฐาน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย นอนอยู่บริเวณใกล้เคียงกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบพบมีรอยชนบริเวณต้นไม้หรือก้อนหินข้างทางหลายจุดล่าสุด บ่ายวันนี้ (18 พฤษภาคม 2562)

ที่ สภ.โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังสอบปากคำ นายกิตติ อายุ 29 ปี

ผู้ขับขี่รถกระบะ อีซูซุ สีบรอนซ์ นครราชสีมา ซึ่งเป็นคันก่อเหตุ พร้อมด้วยนายเดชา อายุ 22 ปี ญาติอีกคนที่หลบหนีไปด้วย

โจ๋สายซิ่ง คาถนน 2 ศพ คู่กรณียืนกรานไม่ได้ขับรถเหยียบ แค่ขับตามมาดูหน้า

โดยมีญาติพี่น้องเดินทางมาสั่งเกตุการณ์เป็นจำนวนมากจากการสอบถาม นายกิตติ ผู้ต้องหา เล่าว่า คืนวันเกิดเหตุ

ตนได้นั่งกินข้าวพร้อมครอบครัวหลังจากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นชายประมาณ 7-8 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหน้าบ้าน

และพร้อมที่จะเข้ามาหาเรื่อง ซึ่งตนก็ไม่ได้มีอะไรกับเด็กวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ต่อมาก็มีการปาขวดเบียร์เข้ามาในบ้านตนเองประมาณ 4-5 ขวด

หลังจากนั้นมีการพูดว่า “ยิงมันเลยมั้ย” ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ตนจึงสั่งให้ลูกและเมียหลบ

หลังจากนั้นตนจึงขับขี่รถกระบะออกไปกับญาติ เพียงคันเดียว ออกไปดูกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ว่าเป็นใคร

ก่อนที่วัยรุ่นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์นั้นมัวแต่หันมามองรถตน หลังจากนั้นก็เสียหลักล้มลงข้างทางหลายคัน

ส่วนผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุพร้อมคนบาดเจ็บ ตนยืนยันว่าไม่มีการขับรถชนหรือเหยียบหัวเด็กอย่างแน่นอน

ส่วนร่องรอยรถด้านหน้าฝั่งขวา ที่มีการเฉียวชนนั้น เกิดจาการชนของรถยนต์ก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นตนจึงตกใจ

และหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว ก่อนติดต่อขอมอบตัวเพื่อสู้คดีโดยหลังจากนี้เจ้าที่ตำรวจก็จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com