“ไอ้อั๋น” ปล่อยโฮ อยากขอขมา “พยาบาล” อ้างจะไปยืมเงินอีกคน แต่เจอผู้ตายก่อน

ไอ้อั๋น แถลงจับมือฆ่าโหดพยาบาล รพ.ภาชี “ไอ้อั๋น” สารภาพ ตั้งใจไปยืมเงินอีกคน แต่เจอผู้ตายก่อน พอยืมเงิน 3,000 ไม่ให้ ซ้ำถูกต่อว่า เลยโมโหลงมือฆ่า ร้องไห้ สำนึกผิด อยากขอขมา แต่ครอบครัวผู้ตาย ลั่นไม่ต้องมา…

ไอ้อั๋น จากกรณีพบศพ นางศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลภาชี ถูกฆ่าปาดคอและแทงหน้าอกหลายแผล นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน ญฉ 5426 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของตัวเอง โดยตำรวจ สภ.ภาชี พบว่ามีคนร้ายเป็นชายขับรถมาจอดทิ้งไว้ก่อนจะหลบหนีไป ก่อนตามจับกุม นายอั๋น ฟักศิริ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาได้ ในความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำจริง เนื่องจากไปยืมเงินผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ให้ จึงบันดาลโทสะ ทำร้ายและปาดคอจนเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว

– ฆ่าโหด ปาดคอพยาบาลสาว ซุกศพในเก๋ง ล่าชายต้องสงสัย ขับรถมาจอดทิ้ง

– กู้ภัยอาลัย รับศพ “พยาบาลสาวถูกฆ่าปาดคอ” บอกผมมารับกลับแล้วนะ

– พยาบาลสาวถูกเชือดคอ แทงอกยังไม่ตายทันที ฆาตกร จับหน้ากดเบาะจนสิ้นใจ

– รวบแล้วมือฆ่าพยาบาลสาว อ้างบันดาลโทสะขอยืมเงินไม่ให้ จับเชือดสยอง

– พ่อแม่ “ไอ้อั๋น” ขอโทษครอบครัวพยาบาล ร่ำไห้ ไม่คิดว่าลูกจะฆ่าคน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่หน้า สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายอั๋น หรือ น็อต ฟักศิริ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 76/2562 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2562 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมด้วยของกลาง สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท 1 เส้น แหวนทอง 2 สลึง 1 วง รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน บล 3777 พระนครศรีอยุธยา กระเป๋าหนังคาดเอว สีดำ-แดง 1 ใบ โทรศัพท์มือถือสีดำ 1 เครื่อง และชุดในวันก่อเหตุ

โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในวัดลาดชิด ต.ลาดชิด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนนำตัวนายอั๋นไปทำแผนสถานที่จำลองเหตุการณ์ที่หน้า สภ.ภาชี โดยมีกลุ่มญาติของทางผู้เสียชีวิตเฝ้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้

ไอ้อั๋น

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ระบุ จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 เวลาประมาณ 00.30 น. นางสาวศรีสุภางค์ ผู้ตาย ได้ออกเวรจากห้องฉุกเฉิน แล้วเดินมาขึ้นรถยนต์เก๋งส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหน้า รพ.ภาชี จากนั้นได้ขับรถเพื่อจะออกจากโรงพยาบาล ขณะจอดรถรอเลี้ยวซ้ายขึ้นถนนสุวรรณศร มุ่งหน้าหนองแค ปรากฏว่า นายอั๋น ซึ่งจอดรถกระบะรออยู่ตรงข้ามทางเข้า รพ.ภาชี ได้เดินมาที่รถยนต์เก๋งของผู้ตาย แล้วได้ขึ้นรถ จากนั้นรถยนต์เก๋งของผู้ตายก็ได้ขับขึ้นถนนสุวรรณศรมุ่งหน้าไปทางหนองแค

ต่อมาเวลาประมาณ 01.10 น. รถยนต์เก๋งผู้ตายได้ขับมาจากทางด้านสี่แยกภาชีผ่านหน้า รพ.ภาชี แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปจอดตรงซอยตรงข้าม รพ. ได้มีผู้ต้องหาลงจากรถของผู้ตายฝั่งด้านคนขับ เดินวนมาเช็กที่ประตูฝั่งข้างคนขับ ก่อนเดินกลับไปที่รถ แล้วขับหนีกลับบ้าน และหลังเกิดเหตุ ได้นำภาพกล้องวงจรปิดไปให้พยานดูแล้ว ยืนยันว่าภาพชายในภาพวงจรปิดคือผู้ต้องหา และรถในกล้องวงจรปิดคือรถของผู้ต้องหา จากพยานหลักฐานเชื่อว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุใช้ของมีคม หรือมีด เชือดคอผู้ตายจนเสียชีวิตจริง

เจ้าหน้าที่ตำารวจจึงได้ร่วมกันบูรณาการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับนายอั๋น ฟักศิริ ต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ต่อมาจึงได้ทำการสืบสวนเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหา กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัว นายอั๋น …

แชตมรณะ ล่อหนุ่มคลังสินค้าไปฆ่าฝังดิน ฝีมือกิ๊กสาว ลวงมาเจอหลังเลิกงาน

แชตมรณะ ฆ่าอำมหิต หนุ่มคลังสินค้า ฝังดินกลางป่าร้างอย่างสยอง หลังเมียเห็นผิดปกติเลิกงานไม่กลับบ้าน ตามหามานานกว่า 1 เดือนไร้วี่แวว ตร.แกะรอยจากมือถือ พบหลักฐานแชตเฟซบุ๊กคุยกิ๊กสาว

แชตมรณะ เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ชิตพล ยืนยาว ผกก.สภ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อม ร.ต.อ.เสถียรพงศ์ อ่อนศรีทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโพธิ์ เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ได้นำตัว 2 ผู้ต้องหา เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นซ่อนเร้นอำพรางศพ นายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 33 ปี พนักงานคลังสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ แล้วนำศพผู้เสียชีวิตมาฝังดินทิ้งไว้ในที่รกร้างในเขตตำบลคลองขุด อำเภอบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

โดยจุดเกิดเหตุอยู่ที่ป่าหลังโรงเรียนวัดต้นหมัน หมู่ 3 ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ โดยผู้ต้องหาพาไปชี้จุดที่ฝังศพนายชัยประสิทธิ์เอาไว้ ซึ่งมีชิ้นกระดูกจำนวน 2 ชิ้นอยู่บริเวณปากหลุม มีเศษใยสังเคราะห์จากผ้าจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงลงมือใช้อุปกรณ์ขุดดินไปลึกประมาณ 20 เซนติเมตร ก็พบผ้าห่มสีแดง ถุงดำ และมีผ้าใบที่ปิดกระบะท้ายรถห่อร่างผู้เสียชีวิตอยู่ โดยสภาพศพไม่เหลือเค้าโครง มีเพียงชิ้นเนื้อเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ต้องห่อร่างและชิ้นส่วนทั้งหมดส่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่นิติเวชต่อไป

จากการเปิดเผยของ นางศิรินยา ฆ้องรอด อายุ 21 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิตที่ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจบางเสาธงสมุทรปราการ ว่า สามีของตนได้หายตัวไปไม่ยอมกลับมาบ้านตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา หลังจากไปทำงานตามปกติที่สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ ก่อนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจบางเสาธงได้พบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตถูกทิ้งไว้ในป่าหญ้าบริเวณใกล้เคียงวัดบัวโรยในพื้นที่บางเสาธง และพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ก่อนนำมาตรวจสอบพบว่ามีการติดต่อกับหญิงสาวคนหนึ่งทางเฟซบุ๊ก

แชตมรณะ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามสืบสวนจนพบตัวหญิงสาวต้องสงสัย พร้อมควบคุมตัวมาสอบสวน กระทั่งมาสู่การค้นหาศพของนายชัยประสิทธิ์ที่ถูกฆ่าฝังดินไว้ในที่ดินรกร้างในอำเภอบ้านโพธิ์ฉะเชิงเทรา โดยเจ้าหน้าที่ได้ขุดดินบริเวณที่คนร้ายนำมาฝังไว้และพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเน่าเปื่อยเห็นโครงกระดูก ก่อนนำเก็บร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชทำการขันสูตรต่อไป

โดยนางศิรินยาภรรยาของผู้เสียชีวิตที่อุ้มลูกน้อยวัย 3 เดือนเดินทางมาดูจุดฝังศพ เมื่อเห็นถึงกับร้องไห้โฮออกมา พร้อมกล่าวว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบนำตัวคนร้ายทั้ง 2 ออกจากที่เกิดเหตุทันที หวั่นโดนประชาทัณฑ์

ด้าน พ.ต.อ.ชิตพล ยืนยาว ผกก.สภ.บ้านโพธิ์ เผยว่า ทางผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือฆ่านายชัยประสิทธิ์ ส่วนผู้ลงมือฆ่าคือนายโอ และเพื่อนอีก 1 คนที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่ โดยทางชุดสืบสวน สภ.บางเสาธงจะติดตามผู้ที่ก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือของคนตาย พบหลักฐานเป็นข้อความที่นายชัยประสิทธิ์แชตเฟซบุ๊กคุยกับสาว จนนำมาสู่การจับกุม 2 ผู้ต้องหา โดยสารภาพว่าฝ่ายหญิงสาวต้นเรื่องถูกแฟนจับได้ และให้แชตลวงนายชัยประสิทธิ์มาพบ ก่อนร่วมกับเพื่อนลงมือฆ่าโหด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ล่าตัวแฟนหนุ่มและเพื่อนอีก 1 คนที่ยังหลบหนี.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

เจ้าของสยอง เปิดห้องเช่าเจอคราบเลือด เผย ผู้หญิงถูกแฟนเก่าทำร้ายทุบตี

เจ้าของสยอง เจ้าของคอนโดปล่อยเช่า แทบช็อก เจอคราบเลือดกระจายเต็มห้อง ไม่รู้คนเป็นตายร้ายดี สุดท้ายได้คุยกับฝ่ายหญิง เผย แฟนเก่าที่เลิกไป 8 ปี ทำร้ายทุบตีเลือดอาบ ซ้ำพาลูกหนี ข่มขู่ให้หวาดกลัว

เจ้าของสยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในคอนโดมิเนียมของตัวเองที่เปิดให้เช่า แต่กลับพบว่าสภาพห้องมีเลือดอยู่หลายพื้นที่ พร้อมระบุข้อความว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 16.00 น. มีผู้เช่าติดต่อขอเช่าผ่านเว็บไซต์หนึ่ง และแจ้งว่าจะขอโอนเงินค่าเช่าให้ก่อน 1 วัน แล้วในวันที่ 8 มีนาคม จะโอนให้อีกในช่วงดึก หลังจากนั้นช่วงเวลา 17.00 น. ทางเราได้มีการโทรหาผู้เช่า โทรเท่าไหร่ก็ไม่มีการรับสาย จึงตัดสินใจไปดูที่ห้องเช่า พอไปถึงเคาะห้องก็มีคนอยู่ มีผู้ชายแง้มประตูทำลับๆ ล่อๆ แล้วบอกว่า “ครับ ครับ ครับ เดี๋ยวโอนให้ครับ” พูดจาลน แต่ช่องแง้มนั้น

เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 5-6 ขวบ นอนอยู่ที่โซฟาเบด ก็แปลกใจว่าทำไมมานอนกันข้างนอกห้อง ทำไมไม่นอนกันในห้อง ก็เลยขอโทษแล้วก็ให้พักผ่อนต่อ (เห็นแก่เด็ก) พอเช้ามาสภาพก็อย่างที่เห็น มันคือ เลือด เลือด เลือด และเลือด

ต่อมาเจ้าของห้องเข้าลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อเป็นหลักฐาน โดยล่าสุด ผู้โพสต์อัพเดตเพิ่มเติมว่าสามารถติดต่อผู้หญิงได้แล้ว ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากคุยกันจึงทราบว่าฝ่ายหญิงถูกแฟนเก่าที่มีลูกด้วยกัน และเลิกรากันไปแล้ว 8 ปีทำร้ายร่างกาย โดยฝ่ายชายอ้างว่าอยากเจอลูก จากนั้นมีปากเสียงกัน ฝ่ายหญิงถูกฝ่ายชายใช้อะไรบางอย่างทุบจนศีรษะแตก ร่างกายบอบช้ำ

หลังเกิดเหตุฝ่ายชายพาลูกไปรวมทั้งนำโทรศัพท์ของฝ่ายหญิงไปด้วย พร้อมขู่ไม่ให้ฝ่ายหญิงเจอลูกอีก ทำให้รู้สึกหวาดกลัวมาก และกลัวว่าทางบ้านจะโดนทำร้ายไปด้วย ที่สำคัญอยากได้ลูกคืน ซึ่งตอนนี้ฝ่ายหญิงต้องการความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

เจ้าของสยอง

(โพสต์ต้นฉบับ)

จากการสอบถามไปยังผู้โพสต์เปิดเผยความคืบหน้ากับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ขณะนี้ฝ่ายหญิงที่ถูกแฟนเก่าทุบตีทำร้ายร่างกายได้ไปแจ้งความแล้ว รวมถึงเรื่องลูกที่ถูกพาตัวไปด้วย ซึ่งหากมีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวทางทีมข่าวจะติดตามมารายงานให้ทราบต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

จยย.แต่งซิ่งชนสยอง ฟอร์จูนเนอร์ออกจากซอยพัฒนาการ หนุ่มสักลายดวงดับ

จยย หนุ่มสักลายสายหมอบ แว้น จยย.แต่งซิ่งพุ่งชนฟอร์จูนเนอร์วิ่งออกมาจากซอยพัฒนาการ 20 อย่างจัง เสียชีวิตสยอง ส่วนคนขับยืนรอให้การตำรวจ ไม่ได้หนีไปไหน

จยย เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดภายในซอยพัฒนาการ 20 แยก 6 เขตสวนหลวง กทม. หลังรับแจ้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบ รถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆถ 353 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่มีรอยชนและเลือดติดอยู่บริเวณล้อหน้าด้านขวา

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ สภาพแต่งซิ่ง ห่างจากรถจักรยานยนต์ ประมาณ 30 เมตร พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 20-25 ปี มีรอยสักที่หน้าอก ยังไม่ทราบชื่อ ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว สภาพศีรษะด้านขวาเปิด มีสมองไหลออกมาและกระจายรอบๆ ที่เกิดเหตุจำนวนมาก

จยย

สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้ขับมาด้วยความเร็ว จากปากซอยพัฒนาการ 20 จากนั้นได้มีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ วิ่งออกมาจากซอยพัฒนาการ 20 แยก 6 ทำให้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวชนเข้าเต็มๆ อย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คนขับรถฟอร์จูนเนอร์ได้ยืนรอพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในจุดเกิดเหตุ.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

บิ๊กสธ. รุดดูศพลูกสาว ช็อกแอร์โฮสเตสทำ “อัตวินิบาตกรรม” ลาโลก

บิ๊กสธ แอร์โฮสเตสสาว สายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำอัตวินิบาตกรรมในห้องพักคอนโด รมควันตัวเองจนเสียชีวิต ผู้บริหารระดับสูงของ สธ. ผู้เป็นพ่อ รุดดูศพลูกสาวแล้ว

บิ๊กสธ จากกรณี น.ส.ปลา (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ อาชีพแอร์โฮสเตสของสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อเหตุจุดเตารมควันตัวเองเสียชีวิต ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มี.ค.62 รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.ปลา ได้พักอาศัยอยู่ที่คอนโดดังกล่าวกับน้องสาวซึ่งเป็นแพทย์โรงพยาบาลสงฆ์ โดยก่อนเกิดเหตุน้องสาวได้ออกไปทำงานเวลา 20.00 น. จนกระทั่งช่วงเช้าวันนี้ เพื่อนที่ทำงานของ น.ส.ปลา ได้โทรศัพท์มาสอบถามน้องสาวว่าทำไม น.ส.ปลา ไม่ได้ไปทำงาน

บิ๊กสธ

ก่อนที่แฟนของ น.ส.ปลา ที่ทำงานเป็นนายแพทย์อยู่สถาบันประสาทวิทยา จะพบข้อความในโทรศัพท์ โดยมีใจความว่า “จะทำร้ายตัวเอง” จากนั้นแฟนหนุ่มและน้องสาวจึงรีบเดินทางมาตรวจสอบที่ห้องพัก แต่ไม่สามารถเข้าห้องนอนได้ จึงให้เจ้าหน้าที่อาคารมาช่วยเปิด จนพบผู้ตายนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นห้องไปแล้ว

นอกจากนี้รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า ต่อมา ผู้บริหารระดับสูงของ สธ. พ่อของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ โดยลงจากรถแล้วรีบวิ่งเข้าคอนโดมิเนียม ขึ้นไปยังห้องพักของลูกสาวทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ตามรวบ “กะเทย” หลอกเหยื่อโชว์ช่วยตัวเอง อัดคลิปขาย หาเงินเปย์ผู้ชาย

ตามรวบ กองปราบตามลากคอกะเทยแสบ ปลอมเฟซบุ๊กเป็นสาวหน้าตาดี หลอกเหยื่อเด็กนักเรียนและหนุ่มหล่อให้โชว์ “ช่วยตัวเอง”

ตามรวบ ผ่านเว็บแคม ก่อนแอบอัดคลิปเอาไปขายให้ลูกค้าทางทวิตเตอร์ หาเงินเลี้ยงดูผู้ชาย

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.62 ที่ กองปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายภูมระพี หรือพี นาควิจิตร อายุ 20 ปี สาวประเภทสอง อยู่บ้านเลขที่ 156/4 หมู่ 1 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จับได้ที่บ้านพักหลังดังกล่าว

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองเด็กชายรายหนึ่งว่า มีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ชื่อ “บาร์บีน่าลั้ลลา” นำภาพและคลิปลามกของลูกชายไปจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้มีรสนิยมเบี่ยงเบนทางเพศทางทวิตเตอร์ จึงวางแผนล่อซื้อ โดยนายภูมระพี ได้แจ้งราคาภาพและวิดีโอลามกเด็ก ชาย 2 คน ในราคา 300 บาท หลังจากชำระเงิน ได้รับลิงก์ที่อยู่ จำนวน 2 รายการ เพื่อกดรับรูปภาพและวิดีโอลามก

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 34/2562 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2562 เข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายภูมระพี ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือไอโฟน รุ่น SE ตรวจพบมีภาพลามกและวิดีโอลามกของเด็กชายอีกหลายรายการ จึงยึดไว้เป็นของกลาง

ตามรวบ

สอบสวน นายภูมระพี รับสารภาพว่าได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมเป็นสาวหน้าตาดี ตีสนิทกับเด็กนักเรียนและหนุ่มหล่อ ชักชวนเหยื่อสำเร็จความใคร่ผ่านเว็บแคม พร้อมแอบบันทึกคลิปวิดีโอของเหยื่อมาขายให้ลูกค้าทางทวิตเตอร์ ในราคารายละ 150-450 บาท นำเงินที่ได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเลี้ยงดูผู้ชาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา เผยแพร่, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อความประสงค์แห่งการค้า ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

หนุ่มสุไหงโก-ลก หนีตายขอร้านกาแฟช่วย หลังโดนคนร้ายดักซุ่มยิงเจ็บหนัก

หนุ่มสุไหงโก-ลก คนร้ายก่อเหตุดักซุ่มยิงชาวบ้านที่สุไหงโก-ลก เจ็บ 1 ราย ได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือร้านกาแฟจนสร้างความโกลาหล ตร.คาดมาจากเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว..

หนุ่มสุไหงโก-ลก เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 6 มี.ค. 62 ร.ต.อ.กิตติพงศ์ หนูเพ็ง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แล้วได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือที่ร้านกาแฟ เลขที่ 116/6 ถ.ทรายทอง 1 ซอย 3 ต.สุไหงโก-ลก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยธารน้ำใจสุไหงโก-ลก รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณหน้าร้าน ทราบชื่อคือ นายรุสลัน โด อายุ 29 ปี ชาวบ้าน ม.1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปีนพก ขนาด 11 มม.และ 9 มม. ที่บริเวณลำตัว ต้นขาขวา และแขนขวา จำนวน 4 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยธารน้ำใจสุไหงโก-ลก นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก อย่างเร่งด่วน

ในที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหลังกำแพงโกดังจำหน่ายสินค้าเครื่องอุปโภคบริเวณเซ่งเฮงจั่น ห่างจากร้านกาแฟ ประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีน้ำเงินดำ ทะเบียน ชฉค 66 นราธิวาส ล้มตะแคงอยู่บนถนน และมีปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 11 มม.ตกอยู่จำนวน 5 ปลอก และปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 6 ปลอก พร้อมซองกระสุนปืนพก ขนาด .38 ตกอยู่จำนวน 1 ซอง รองเท้าแตะของผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คู่ และกองเลือดจำนวนหนึ่งบนถนนจุดเกิดเหตุ หยดไปตลอดทางจนถึงบริเวณร้านกาแฟ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นายถาวร รัตติโชติ อาสารักษาดินแดน อ.สุไหงโก-ลก เจ้าของร้านกาแฟ ทราบว่า ในระหว่างที่ตนภรรยาและบุตรสาวกำลังขายกาแฟให้กับลูกค้าอยู่นั้น ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จำนวน 2-3 นัด ต่อมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 ชุดใหญ่ ประมาณ 7-8 นัด หลังเสียงปืนสงบลงผู้ได้รับบาดเจ็บได้วิ่งมาช่วยความช่วยเหลือ แล้วนอนจมกองเลือดอยู่บริเวณหน้าร้าน จนสร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าจำนวนหนึ่งที่นั่งดื่มกาแฟ หลังจากนั้นตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

หนุ่มสุไหงโก-ลก

เจ้าของร้านกาแฟ กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีลูกค้าขาประจำ 1 คน ขี่รถ จยย.ผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อไปซื้อของที่ตลาด ได้แวะคุยกับภรรยาว่า พบเห็นรถ จยย. 2 คัน จอดอยู่บริเวณหลังกำแพงโกดังเป็นรถของใคร เนื่องจากไม่พบเห็นเจ้าของ ภรรยาในขณะนั้นไม่ได้สนใจอะไร มัวแต่กำลังชงกาแฟให้กับลูกค้า จนเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขี่รถ จยย.กลับมาจากทางตลาด และได้เลี้ยวเข้าไปบริเวณถนนด้านหลังโกดังก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นเจ้าของรถ จยย. 2 คน ที่จอดดักซุ่มอยู่ เมื่อผู้ได้รับบาดเจ็บขี่รถ จยย.ผ่านมา จึงได้วิ่งออกมาใช้อาวุธปืนคนละกระบอกยิ่งใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และขณะผู้ได้รับบาดเจ็บวิ่งไปขอความช่วยเหลือเจ้าของร้านกาแฟ ได้ทำอาวุธปืนพก ขนาด .38 ที่เหน็บเอวหล่น คนร้ายเห็นดังนั้นก่อนหนีจึงได้หยิบอาวุธปืนพก ขนาด .38 ของผู้ได้รับบาดเจ็บนำหลบหนีไปด้วย โดยในเบื้องต้นปมเหตุน่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว เจ้าหน้าที่รอทำการสอบสวนปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อที่จะติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

หนุ่มพิการ โดนยิงตายคาวีลแชร์ ตร.เชียงใหม่เร่งสืบ ยิงตัวตายหรืออำพรางคดี

หนุ่มพิการ พบศพหนุ่มพิการถูกยิงที่อกและศีรษะ เสียชีวิตบนรถวีลแชร์ใต้สะพานต่างระดับเชียงขาง ถ.เชียงใหม่-ลำปาง

หนุ่มพิการ ยังไม่พบหลักฐานในตัว ด้าน ตร.ให้น้ำหนักกระทำตัวเอง แต่ยังไม่ทิ้งปมฆ่าอำพรางคดี…

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 5 มี.ค.2562 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ ร.ต.อ.เกียรติสกุล ชัยรัตนาเจริญ รอง สว.สอบสวน สภ.แม่ปิงเมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีผู้พบศพชาย ใช้อาวุธปืนยิงตัวตายเสียชีวิตบริเวณ ใต้สะพานต่างระดับเชียงขาง ถ.เชียงใหม่-ลำปาง เขตพื้นที่ ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จึงพร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพชายไม่ทราบชื่อ เป็นคนพิการขาขาดทั้ง 2 ข้างเสียชีวิตอยู่บนวีลแชร์ สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินกางเกงยีนส์ มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณ กลางหน้าอก 1 นัด พบว่ากระสุนทะลุด้านหลังและบริเวณขมับข้างซ้ายทะลุขมับข้างขวา พบปืนพกยี่ห้อ STI ขนาด 9 มม. วางอยู่บนหน้าตัก ใกล้กับที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนทั้งหมด 2 ปลอก จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายนั้นเป็นคนพิการที่ค่อนข้างมีฐานะซึ่งดูจากวีลแชร์ที่เป็นวีลแชร์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ สวมนาฬิกาหรู และปืนที่ใช้ ก็มีราคากว่า 100,000 บาท

หนุ่มพิการ

นายเพชร จักรบัวคำ คนขับรถบรรทุกที่มาจอดพักบริเวณใต้สะพานได้เปิดเผยเมื่อเวลาประมาณตี 2 ถึงตี 3 ของช่วงคืนที่ผ่านมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดแต่ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นเสียงคนยิงไล่นก เพราะโดยปกติแล้วมักจะมีคนจุดประทัดไล่นกอยู่เป็นประจำแทบจะทุกคืน

อย่างไรก็ตาม จากการเปิดเผยของพนักงานสอบสวนทราบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม ซึ่งได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้อยู่ 2 ข้อคือ ผู้ตายน่าจะใช้ปืนยิงที่หน้าอก 1 นัดแต่ยังไม่ตายจึงยิงซ้ำที่ขมับด้านซ้ายจนกระสุนทะลุออกขมับด้านขวาเสียชีวิตคาที่ หรืออีกข้อคือผู้ตายถูกยิงบริเวณหน้าอก 1 นัดจนทะลุแล้วคนร้ายก็ยิงเข้าที่ขมับซ้ายก่อนที่จะทิ้งปืนไว้บนหน้าตักของผู้ตายเป็นการอำพรางคดีให้เป็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งจากนี้จะได้ให้แพทย์นิติเวชชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดและแนววิถีกระสุน ที่จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ก่อนที่จะได้ประสานไปยังสมาคมคนพิการช่วยตามหาญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ผลชันสูตรชี้ชัด หญิงสาวถูกฆ่าเปลือยที่ลพบุรี เป็นฆาตกรรม เหตุเสียเลือดมาก

ผลชันสูตรชี้ชัด หญิงสาวถูกฆ่าเปลือยที่ลพบุรี เป็นฆาตกรรม เหตุเสียเลือดมากจากการถูกวัตถุแข็งกระแทก ด้านตำรวจเร่งล่าตัว

ผลชันสูตรชี้ชัด จากกรณีที่มีหญิงสาวถูกฆ่าเปลือยที่ริมถนน จ.ลพบุรี คาดว่าคนร้ายเป็นเพื่อนของสามีผู้ตาย เนื่องจากก่อนเกิดเหตุสามีได้ทิ้งผู้ตายเอาไว้กับคนร้าย (อ่านข่าว ผัวน้ำตาตก ทิ้งเมียไว้กับเพื่อน สุดท้ายพบเป็นศพถูกฆ่าเปลือย ทิ้ง กกน. ไว้ต่างหน้า)

ผลชันสูตรชี้ชัด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ไบรท์ทีวี รายงานว่า นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต เปิดเผยผลชันสูตรพลิกศพ พบว่า การเสียชีวิตเกิดจากภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดจากตับฉีกขาด และพบเศษชิ้นตามซอกเล็บผู้ตาย ดังนั้น จึงเป็นการฆาตกรรมแน่นอน ส่วนจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ตำรวจกำลังเร่งล่าผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง และคนในพื้นที่ต่างผวากับเหตุการณ์ดังกล่าวมาก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com/

ส่งฝากขัง แก๊งโฉดอุ้มรีดสิงคโปร์ ชี้ก่อเหตุอุกอาจ-ค้านประกัน

ส่งฝากขัง ตำรวจห้วยขวาง นำ 3 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มรีดชาวสิงคโปร์ ไปฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วน 2 คน ฝากขังไปแล้ว 1 คน ได้ประกัน อีก 1 ไม่ยื่นประกัน เผยพฤติกรรม บังคับพาขึ้นรถข่มขู่เอาเงินกว่า 3 แสน

ส่งฝากขัง จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปตร. และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง จับกุมชายชาวไทยจำนวน 5 คน ใช้กำลังบังคับและพาผู้เสียหายชาวสิงคโปร์ขึ้นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร สีดำ

ข่มขู่เอาเงินไปจำนวนทั้งสิ้น 351,150 บาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ก.พ. ก่อนเจ้าหน้าที่ตามรวบได้ยกแก๊ง ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าที่สน.ห้วยขวาง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มี.ค. ร.ต.อ.สุจิน พลประภาพรชัย รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.ห้วยขวาง ได้ควบคุมตัวนายอนุสรณ์ หรือเบน หมื่นสี อายุ 36 ปี นายนันต์ชัย หรือนุ๊ก

เกตุอ่วม อายุ 24 ปี นายกิตติศักดิ์ สายวิเศษ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้ฐานความผิดปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้พาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป,

ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร,

ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าได้และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ในการชำระทรัพย์ค่าสินค้า หรือให้เบิกถอนเงินสดของผู้อื่นโดยมิชอบ

ส่งฝากขัง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้นำตัวผู้ต้องหา i99bet ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังครั้งแรก 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. ถึง วันที่ 13 มี.ค. เบื้องต้นในชั้นพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้อีก 2 คน คือ นายศิรสิทธิ์ หรือแม็ก สว่างอำไพ อายุ 32 ปี และนายอรรถชัย หรือรอน ติเยาว์ อายุ 24 ปี ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวฝากขังไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ซึ่งทางนายศิรสิทธิ์ หรือแม็ก

ได้ยื่นประกันตัวในชั้นศาลซึ่งศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 3 แสนบาท ส่วนนายอรรถชัย หรือรอน ไม่ได้ขอยื่นประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นที่เรียบร้อย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…