ฆาตกรรมสยอง ! พบศพหนุ่มใหญ่ถูกทุบกะโหลกนอนตายคาเปล

ฆาตกรรมสยอง  เกิดเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ฆาตกรรมสยอง และได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินโรงพยาบาลปราสาท เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรสุรินทร์ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุที่บ้านหลังหนึ่ง ในบ้านทุ่งมน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของ นางจำเริญ ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว ห่างจากชายคาหน้าบ้าน ประมาณ 6 เมตร ซึ่งมีเปลถัก ผูกระหว่างต้นมะพร้าวกับต้นชมพู่

ฆาตกรรมสยอง

พบร่างผู้เสียชีวิต เพศชาย นอนลักษณะหงายบนเปล มีเลือดออกตามร่างกายและบริเวณศีรษะ เสียชีวิตบนเปลถักดังกล่าว ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายครุด อายุ 53 ปี ภูมิลำเนาอยู่ใน บ้านทุ่งมน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน โดยมีญาติผู้เสียชีวิตนั่งเฝ้าศพ ด้วยความเสียใจ

จากการสำรวจบริเวณที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบท่อนไม้ไผ่ ยาวประมาณ 1 เมตร ติดคราบเลือด วางซุกไว้ริมถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ห่างจากที่เกิดเหตุ ราว 45 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนในที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงผู้ตาย พบขวดเหล้าขาวจำนวน 2 ขวด วางอยู่ใต้แคร่ไม้ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่า เมื่อวานนี้ ผู้ตายได้มาช่วยเก็บข้าวเปลือก ภายในบ้านของ นางจำเริญ เสร็จงานแล้ว ได้นั่งดื่มกินกับเพื่อนๆ ประมาณ 4-5 คน ที่ใต้ร่มไม้ข้างบ้านที่อยู่ติดกับบ้านของนางจำเริญ ที่ผู้ตายได้ไปช่วยยกข้าว ดื่มกินกันไปถึงราว 2 ทุ่ม

จากนั้นผู้ตายอาจจะมีอาการเมาไม่สามารถกลับบ้านเองได้ทั้งที่บ้านผู้ตายอยู่ถัดไปคนละซอยห่างแค่ 100 เมตรเท่านั้น จึงได้มานอนในเปลหน้าบ้านของนางจำเริญ เจ้าของบ้าน พอรุ่งเช้ามาเจ้าของบ้านและชาวบ้านที่ผ่านไปมา พบว่านายครุดเป็นศพไปแล้ว พบตามร่างกาย มีแผลที่ศีรษะลักษณะคล้ายถูกตีด้วยของแข็ง มีเลือดอาบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากนั้นจึงได้แจ้ง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บหลักฐาน เป็นไม้ที่เปื้อนเลือด และขวดเหล้าขาว ซึ่งพบในที่เกิดเหตุ และติดตาม กลุ่มที่ดื่มกินในวงเหล้า ประมาณราว 4-5 คน เพื่อมาทำการสอบสวน ว่าเกี่ยวข้อง ในการเสียชีวิตของผู้ตายครั้งนี้หรือไม่

ส่วนศพของผู้ตายสมาคมวีอาร์กู้ชีพ สุรินทร์จุด อ.ปราสาท ได้นำส่งนิติเวชตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต และจะได้มอบศพให้ญาติ นำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ชายฉกรรจ์ยกแก๊งรุมทุบรถ-จิกหัวทำร้าย 2 สาว ตร.คาดปมแค้นแทนเมีย

ชายฉกรรจ์ยกแก๊งรุมทุบรถ-จิกหัวทำร้าย 2 สาว ระยองฝ่าวินาทีหลงแดนนรก โดนชายฉกรรจ์ 8-9 คนรุมทุบรถพังเละ ฉุดกระชากหวังลากไปทำร้าย แต่เข้าเกียร์ถอยหนีมาได้

ชายฉกรรจ์ยกแก๊งรุมทุบรถ-จิกหัวทำร้าย 2 สาว ร.ต.อ.เลิศศักดิ์ วังคีรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุสะเทือนขวัญ บริเวณถนนข้างสวนศรี เมืองระยอง พร้อมกับ น.ส.กัลยา และ น.ส.ธันยา ผู้ประสบเหตุ หลังถูกกลุ่มคนร้ายเป็นชาย 8-9 คน รุมทำร้ายและพังทำลายรถยนต์เสียหาย เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวานนี้ (30 พ.ย.)

น.ส.กัลยา เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุได้มีรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีขาว ซึ่งจำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ มาจอดขวางหน้ารถยนต์โตโยต้า วิออส ที่ตนกับ น.ส.ธันยา นั่งอยู่ด้วยกัน จากนั้นก็มีรถจักรยานยนต์อีก 4 คัน มาเสริมทัพอีก โดยอยู่ข้างหน้า 2 คัน และอีก 2 คันประกอบด้านหลัง

ชายฉกรรจ์ยกแก๊งรุมทุบรถ

หลังจากนั้นก็มีชายฉกรรจ์ประมาณ 8-9 คน ลงมาจากรถ ก่อนจะหมวกกันน็อกทุบกระจกรถของพวกตน ทำให้กระจกฝั่งคนขับแตก ก่อนจะใช้มือล้วงเข้ามากระชากผมและทุบตามร่างกายได้รับบาดเจ็บ ส่วนชายวัยรุ่นที่เหลือก็ช่วยกันใช้หมวกกันน็อกที่สวมใส่มาทุบกระจกรถรอบคัน ทำให้กระจกแตกละเอียด

อีกทั้งยังพยายามจะล้วงมือเข้ามาในรถ เพื่อหวังจะเปิดประตูรถฉุดตนทั้ง 2 คน เพื่อลงไปทำร้ายร่างกาย ในจังหวะนั้นตนตัดสินใจเข้าเกียร์ถอย ฝ่าวงล้อมคนร้ายออกมา ก่อนจะรีบเร่งเครื่องขับหนีไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวใช้เวลก่อเหตุไม่ถึง 3 นาที

2 หญิงสาวผู้เสียหายชี้จุดเกิดเหตุสะเทือนขวัญ

ขณะที่ น.ส.ธันยา เพื่อนสาวผู้ร่วมชะตากรรมด้วย กล่าวว่า กลุ่มชายคนร้าย ตนจำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นสามีของเพื่อนสาวคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่คบหากันอยู่ ส่วนชายที่เหลือที่เข้ามารุมทำร้าย และเข้ามาพังรถยนต์ ตนก็ไม่รู้จัก ดูจากรูปพรรณแล้วน่าจะมีอายุประมาณ 24-30 ปี เหตุที่เกิดขึ้นทำให้พวกตนรู้สึกหวาดระแวงและตกใจเป็นอย่างมาก

ขณะที่ทางด้าน ร.ต.อ.เลิศศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้น 2 สาวที่ถูกทำร้าย แจ้งว่าในวันดังกล่าวได้มีการนัดเจรจากับเพื่อนในกลุ่ม เพราะมีความขัดแย้งกันเรื่องส่วนตัวกันระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง โดยนัดเจรจากันที่ถนนสายข้างสวนศรี เมืองระยอง

ทำให้อาจจะเป็นไปได้ว่า สามีของผู้หญิงคู่กรณีคนนั้น เกิดความไม่พอใจ เพราะ 2 สาวอาจเข้าไปก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวมากเกินไป จึงได้นัดพรรคพวกมารวมตัวกันรุมทำร้าย ซึ่ง 2 สาวต่างยืนยันว่า หนึ่งในนั้นเป็นสามีของเพื่อนในกลุ่ม

และในขณะที่กลุ่มชายปริศนาก่อเหตุ ยังยืนยันว่าเห็นเพื่อนสาวคู่กรณีนั่งอยู่ในรถโตโยต้า แคมรี่ สีขาว ที่จอดขวางทางตั้งแต่แรก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพอจะทราบเบาะแสแล้วว่าใครเป็นใครบ้าง โดยจะได้ออกหมายเรียกเข้ามาทำการสอบสวนในเหตุดังกล่าวและดำเนินคดีตามกฎหมายกับชายผู้ก่อเหตุทั้งหมดต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com