ออกคุกได้

ออกคุกได้ 4 เดิอน กลับก่อเหตุอีก ลักทรัพย์ในวัด อ้างไม่มีงานทำ

ออกคุกได้ 4 เดิอน กลับก่อเหตุอีก ลักทรัพย์ในวัด อ้างไม่มีงานทำ

ออกคุกได้ 4 เดิอน กลับก่อเหตุอีก ลักทรัพย์ในวัด อ้างไม่มีงานทำ

 

ออกคุกได้

หนุ่มเบญเพสติดคุกเมื่อปี 61 พ้นโทษออกมาได้ 4 เดือน ไม่เลิกนิสัยเดิม ตระเวนลักทรัพย์สินภายในวัด และสถานบันเทิง
อ้างยังไม่มีงานทำ ตำรวจตามรวบคาห้องเช่า

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 4 ต.ค.62 ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.อรรถวรรธน์ ใบหา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ,
ร.ต.อ.เทพสิงหา เทพเลื่อน รอง สว.สส.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัวนายอภิชาติ ใจสมุทร อายุ 25 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 292 หมู่ที่ 3 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตระเวนลักทรัพย์ พร้อมของกลางเสื้อผ้ากางเกง และรองเท้าแตะ
ที่ใช้ก่อเหตุ
พ.ต.ท.อรรถวรรธน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายอภิชาติผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง และเคยถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จับกุมในคดีวิ่งราวทรัพย์เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.61 และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ 4 เดือน แต่ยังไม่มีงานทำ จึงได้ก่อเหตุตระเวน
ลักทรัพย์ โดยเมื่อช่วงดึกของวันที่ 26 ก.ย. ได้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาว ทะเบียน คยง 359 สุราษฎร์ธานี ที่บริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมือง
และได้กลับมาก่อลักทรัพย์เหตุอีกครั้งภายในวัดพัฒนาราม (วัดหลวงพ่อพัฒน์) เมื่อเวลา 08.55 น.วันที่ 30 ก.ย. ขณะที่นางวิภาภรณ์ สำอางค์กาย อายุ 41 ปี ได้ขับรถกระบะแบบสี่ประตูมาจอดที่ลานจอดรถของวัด และได้ลงไปไหว้พระ แต่ไม่ได้ดับเครื่องยนต์เพราะยังมีเด็กนั่งอยู่เบาะด้านหน้ารถ เป็นจังหวะเดียวกับที่ที่ผู้ต้องหายืนอยู่ใกล้กับรถ เมื่อสบโอกาสจึงได้เดินไปเปิดประตูหลังรถแล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ซึ่งภายในมีเงินสดจำนวน 3 พันบาท ที่วางอยู่ตรงเบาะหลัง จากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี และนำกระเป๋าไปทิ้งที่บริเวณสะพานศรีสุราษฎร์ฯ ก่อนที่จะนำเงินไปเที่ยวเตร่และเล่นการพนัน ก่อนที่จะมาถูกจับกุมตัวได้ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
ฝากถึงพี่น้องประชาชนทั่วไปว่าอย่าประมาท ให้จอดรถในที่ปลอดภัยและล็อคคอและประตูรถทุกครั้งที่จอดรถเพื่อไปทำธุระ เพราะอาจจะเปิดโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพก่อเหตุลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินต่อไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *