สภาทนายความเลย

สภาทนายความเลย เข้าช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ถูกปกครองเมืองเลยยิงดับ

สภาทนายความเลย เข้าช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ถูกปกครองเมืองเลยยิงดับ

สภาทนายความเลย เข้าช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ถูกปกครองเมืองเลยยิงดับ

สภาทนายความเลย

สภาทนายความลงพื้นที่ จ.เลย เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวหนุ่ม 35 ที่ถูกปกครองเมืองเลยเข้าตรวจค้นยาเสพติด จนนำไปสู่เหตุการณ์ชุลมุน แล้วมีเสียงปืน
ดังขึ้นจนเสียชีวิต ขณะที่คนสนิทผู้ต้องหาที่มอบตัว เผย เจ้าตัวอยากพูด แต่น้ำท่วมปาก หัวหน้าสั่งไม่ให้พูด กลัวจะเป็นข่าวใหญ่

จากกรณี จนท.ฉก.ปกครองอำเภอเมืองเลย พร้อมพวก 6-7 คน ได้ไปที่บ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน เลขที่ 119/2 บ้านหนองผักก้าม ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย ของบ้านนางหนูนี ชุมแวงวาปี อายุ 62 ปี เจ้าของบ้าน
เพื่อตรวจค้นยาเสพติดในบ้าน พบนายเมธารัฐ จันทร์สว่าง อายุ 35 ปี หลานชายอยู่ในบ้าน จนท.ขอตรวจค้นโดยยอมให้ตรวจค้น แต่เกิดเหตุการชุลมุนเกิดขึ้น จนมีเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด จนนางหนูนี ชุมแวงวาปี
อายุ 62 ปี ป้าของนายเมธารัฐ เห็นเหตุการณ์ พบว่าหลานชายถูกกลุ่ม จนท.ปกครอง อ.เมืองเลย ยิงหนีตายจนได้รับบาดเจ็บนอนฟุบกับกำแพงปูนถนน ร้องให้ป้าช่วยเหลือ แต่ จนท.ปกครองฯ ได้ตามมากระทืบซ้ำ
และเหยียบที่ศีรษะจนบาดเจ็บสาหัส จนญาติและลูกผู้ตายที่เห็นร้องขอไว้ชีวิต

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบนายวุฒิพงษ์ เนติธิรัตน์ ประธานสภาทนายความ จ.เลย พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางมายังบ้านนางหนูนี ชุมแวงวาปี อายุ 62 ปี ป้า
ของนายเมธารัฐ จันทร์สว่าง อายุ 35 ปี ผู้เสียชีวิต ได้มีการสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น และให้ความช่วยเหลือเหยื่อครอบครัวนาน 1 ชม.

นายวุฒิพงษ์ เนติธิรัตน์ ประธานสภาทนายความ จ.เลย เปิดเผยว่า ทางนายกสภาทนายความโทรศัพท์แจ้งและสั่งการมา ให้มาช่วยเหลือและแจ้งสิทธิการคุ้มครอง เรื่องของพยานหลักฐาน และช่วยเหลือค่าเสียหายในคดีอาญา และมีการสอบถามทางญาติ เป็นห่วงเรื่องการศึกษาของเด็ก ซึ่งผู้ตายมีลูกอยู่ 2 คน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ จากการสอบถามทราบว่ามีประจักษ์พยานหลายคน และมีเด็กอยู่ 2 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะเด็ก 2 คนเป็นพยานที่สำคัญในคดีนี้ ต้องได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากว่าการที่จะเข้าสู่ทางศาล ค่อนข้างจะต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ระหว่างนี้เด็กทั้งสองคนต้องได้รับการดูแล กลัวเด็กจะได้รับอันตราย สำหรับผู้เสียหายในคดีอาญานี้สามารถยื่นคำร้องไปที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อขอเงินทดแทนเยียวยา ซึ่งตอนนี้จากการสอบถาม ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามา และยังไม่มีใครมานัดแนะนำ ซึ่งจะให้คุณป้าได้ยื่นคำร้อง และขอเงินทดแทน ซึ่งจะเป็นเงินที่ใช้ในการอุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษาแก่เด็กทั้งสองคน ประมาณ 1 แสนบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ส่วนในด้านคดี ซึ่งทางสภาทนายความจังหวัดเลย พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือดูแล เพราะมันเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์ และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง เราเป็นองค์กร การที่จะเข้ามาดูแลและเข้ามาช่วยเหลือ หลังการพูดคุยและให้ความช่ยเหลือแล้ว นางหนูนี ชุมแวงวาปี ได้ขอตัวเดินทางไปพบ พ.ต.ท.สามารถ ตองหว้าน สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางสาวแดง คนสนิทของ จนท.ชุดจับกุม 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัว เล่าว่าในวันที่เกิดเหตุได้คุยโทรศัพท์ บอกว่ากำลังยุ่งอยู่ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลหัวหน้าโดนฟัน จากนั้นก็วางสายไป และสามารถติดต่อได้อีกวันรุ่งขึ้น สอบถามว่าเป็นยังไงบ้างคนที่โดนยิง และเจ้าหน้าที่นิ้วหัก เขาตอบว่าไม่เป็นไร แต่ผู้ต้องหามันตายแล้ว ยอมรับว่ายิงสกัดเพียงนัดเดียวที่ขา ยิงภายในบ้าน เพราะผู้ต้องหาพยายามจะใช้อาวุธมีดฟัน ส่วนผู้ต้องหาที่หนีออกมา โดนยิงซ้ำตรงนี้แกไม่ยอมพูด เพียงแต่ยอมรับว่ายิงป้องกันตัวไป 1 นัด ภายในบ้านเท่านั้น และยิงที่บริเวณขา จึงถามไปยิงทำไม ตอบว่าไม่รู้ ทุกวันนี้อยากออกมาพูดความจริง ได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร แต่ทางหัวหน้าสั่งไม่ให้พูด กลัวจะเป็นข่าวใหญ่ วันที่เข้ามอบตัวและนำตัวขึ้นรถตู้ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดเลย มีนักข่าวถามว่ามีอะไรอยากจะพูดไหม ก็เงียบแต่ใจจริงแล้วแกอยากจะพูด ซึ่งตอนนี้ไม่ทราบเลยว่าอยู่ที่ไหน

จากการสืบทราบว่า ขณะนี้ ผู้ถูกกล่าวทั้ง 7 คน ได้มีข้าราชการผู้ใหญ่มาอยู่รวมกันที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในอำเภอเมือง และไม่ให้ติดต่อทางโทรศัพท์กับใครนอกจากครอบครัว และมี 3 ใน 7 คน ที่ต้องการออกมาพูดความจริง แต่ถูกสั่งไม่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *