ลุงแทบช็อก ได้ยินเสียงกุกกักบนฝ้า เปิดดูเจอคนหมอบอยู่-ตาจ้องตา

ลุงแทบช็อก

ลุงแทบช็อก คุณลุงพ่อค้าลอตเตอรี่ตกใจ เจอโจรแอบซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดาน หลังได้ยินเสียงกุกกัก คิดว่าแมวติดอยู่ ปีนบันไดขึ้นไปเห็นคนร้ายแบบตัวเป็นๆ

ลุงแทบช็อก เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขต สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ

ลุงแทบช็อก

ที่เกิดเหตุพบ นายสมศักดิ์ อายุ 63 ปี และ นางพิมพ์พร อายุ 70 ปี สามีภรรยาพ่อค้าแม่ค้าจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ยืนรอตำรวจอยู่ในสภาพมีอาการตื่นตกใจ โดย นายสมศักดิ์ ให้การว่า ขณะที่กำลังจะเข้านอนได้ยินเสียงผิดปกติอยู่บนฝ้าเพดาน ตอนแรกคิดว่าเป็นแมวที่ติดอยู่บนฝ้าและหาทางลงไม่ได้ จึงไปหยิบบันไดมาปีนขึ้นไปดู

แต่พอเปิดแผ่นฝ้าออกแล้วส่องไฟฉายดูก็ต้องตกใจแทบตกลงจากบันได เมื่อพบชายคนหนึ่งกำลังหมอบซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดาน หลังจากตั้งสติได้จึงรีบตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน และรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่คนร้ายอาศัยจังหวะนี้กระโดดลงมาจากฝ้า แล้วคว้าเอาเสื้อของตนมาสวมใส่ก่อนวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งเสื้อยืดแขนยาวของคนร้ายเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ขณะที่ทรัพย์สินต่างๆ ยังอยู่ครบดี

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบรอบๆ บ้าน พบว่าหน้าต่างห้องนอนถูกเปิดทิ้งไว้ ส่วนทรัพย์สินได้ไปเพียงเสื้อตัวเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะได้ลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

แม่นักโทษร่ำไห้ เชื่อลูกแหกคุก เพราะถูกเพื่อนชักจูง วอนเจ้าหน้าที่ลดโทษ

แม่นักโทษร่ำไห้

แม่นักโทษร่ำไห้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนักโทษชายทั้ง 3 คน ที่หลบหนีการคุมขังเรือนจำหลังสวน ได้แก่ นายธนาธิป , นายพิเชษฐ์ และนายกฤษดา ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

แม่นักโทษร่ำไห้ นายสำเนา ชาวบ้านที่พบกลุ่มนักโทษเป็นคนแรก เล่าเหตุการณ์ว่า เวลาประมาณ 06.20 น. ตนเองไปดูสวนปาล์มตามปกติ

โดยมีสุนัขตามไปด้วย เมื่อไปถึงจุดที่นักโทษซ่อนตัวอยู่หลังต้นปาล์ม ซึ่งห่างจากบ้านตนเพียง 100 เมตร สุนัขก็เห่าขึ้นมาทันที

โดยส่งเสียงเห่านานกว่า 10 นาที ตนจึงรีบเดินไปดู ซึ่งเมื่อกลุ่มนักโทษเห็นว่าตนเดินมา พวกเขาจึงเอนราบกับพื้นเพื่อซ่อนตัว ตนจึงรีบไปเรียกเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 30 เมตร ให้มาช่วยดูว่าใช่ผู้ต้องสงสัยหรือไม่

แม่นักโทษร่ำไห้

นายสำเนา ชาวบ้านที่พบกลุ่มนักโทษเป็นคนแรก เล่าเหตุการณ์ว่า เวลาประมาณ 06.20 น. ตนเองไปดูสวนปาล์มตามปกติ โดยมีสุนัขตามไปด้วย เมื่อไปถึงจุดที่นักโทษซ่อนตัวอยู่หลังต้นปาล์ม ซึ่งห่างจากบ้านตนเพียง 100 เมตร สุนัขก็เห่าขึ้นมาทันที

โดยส่งเสียงเห่านานกว่า 10 นาที ตนจึงรีบเดินไปดู ซึ่งเมื่อกลุ่มนักโทษเห็นว่าตนเดินมา พวกเขาจึงเอนราบกับพื้นเพื่อซ่อนตัว ตนจึงรีบไปเรียกเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 30 เมตร ให้มาช่วยดูว่าใช่ผู้ต้องสงสัยหรือไม่

นอกจากนี้ นักโทษยังเล่าให้ฟังด้วยว่า ขณะหลบซ่อนตัวก็ยังเห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่เดินตามหาพวกเขาอยู่ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะหลบอยู่ในลำห้วย เพราะมีพื้นดินที่ต่ำกว่า ทำให้เจ้าหน้าที่มองไม่เห็น เวลาเจ้าหน้าที่เดินมาใกล้ก็จะหลบถูก ส่วนที่พวกเขาไม่สามารถข้ามภูเขาไปได้นั้น ตนมองว่าเขาคงไปไม่ถูก เพราะไม่ใช่คนพื้นที่ ทั้งนี้ พอทราบว่านักโทษหลบหนีอยู่ใกล้บ้าน ก็รู้สึกกลัว พอเห็นตัวเขาหลบอยู่ ตนยิ่งกลัวว่าจะถูกทำร้าย ซึ่งโชคดีที่ตนสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับกุมได้ทัน

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้ง 3 คน ไปที่ สภ.ทุ่งตะโก โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลทุ่งตะโก ตรวจเข้าร่างกายของนักโทษชายทั้ง 3 คน

นายแพทย์อดิลักษณ์ พิสุทธิ์ปัญญา แพทย์จากโรงพยาบาลทุ่งตะโก เปิดเผยว่า อาการของนักโทษทั้ง 3 คนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มีแต่แผลที่บริเวณข้อเท้าซึ่งเป็นจุดที่ใส่ตรวนล่ามไว้ นอกจากนี้ ทั้ง 3 คนมีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อยและร่างกายขาดน้ำ จะต้องนำผลเลือดไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการอีกครั้ง และสามารถส่งตัวกลับไปที่เรือนจำได้

เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนักโทษชายทั้ง 3 คนจาก สภ.ทุ่งตะโก นำตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.หลังสวน เนื่องจากเป็นเขตท้องที่รับผิดชอบขณะเกิดเหตุ โดยนักโทษชายแต่ละคนมีสีหน้าเรียบเฉยถูกพันธนาการโซ่ตรวนที่ข้อเท้าและใส่กุญแจมือ

พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่า หลังจากช่วงเช้านี้เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมนักโทษได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนนักโทษทั้ง 3 ราย ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็จะทราบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องในการพากันหลบหนีบ้าง

ทั้งนี้ นักโทษทั้งหมดให้การรับสารภาพ ส่วนจะมีการวางแผนกันอย่างไรนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่คาดว่าน่าจะมีการวางแผนกันมาก่อน

 

โดยเส้นทางการหลบหนีนั้น นักโทษได้ใช้เส้นทางรอง และไม่ได้มีเป้าหมายหรือจุดหมายปลายทางแน่ชัด แต่เห็นว่าจุดที่นำรถไปจอดทิ้งไว้นั้นมีลักษณะเป็นป่าเขา จึงคิดว่าน่าจะใช้หลบหนีได้

จากการซักถามทราบว่า นักโทษไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีการปิดล้อม เพราะจุดนั้นเป็นป่าทึบ แต่ได้ยินเสียงว่ามีตำรวจเข้ามาตรวจสอบในจุดใกล้เคียงที่กำลังหลบหนีอยู่ ซึ่งนักโทษได้เดินขึ้นไปหลบบนภูเขา

โดยจุดนั้นเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ทำการค้นหาค่อนข้างยาก ทำให้ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่และสุนัขตำรวจไม่สามารถเดินไปถึงได้ เนื่องจากเป็นป่ารกทึบ กระทั่งเจ้าหน้าที่ปิดล้อมป่าและกดดันนักโทษนานร่วม 2 วัน ประกอบกับนักโทษไม่ได้กินอาหารและมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ตัดสินใจลงมาจากภูเขาเพื่อขอเข้ามอบตัว

ส่วนกรณีที่นักโทษจะมีการวางแผนกันมาตั้งแต่ในเรือนจำหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ยืนยันว่าตำรวจศาลจังหวัดหลังสวนไม่ได้มีความบกพร่อง และค่อนข้างมีสมรรถภาพในการติดตามตัวนักโทษกลับมาได้ในทันทีถึง 2 คน แต่นักโทษอีก 3 คนใช้รถหลบหนีไปได้ ซึ่งสภาวะดังกล่าวทำให้ไม่สามารถจับกุมมาได้ขณะนั้น

แม่นักโทษร่ำไห้

แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามใช้รถติดตามไปจนถึงจุดที่ทิ้งรถ หลังจากนี้จะมีการวางมาตรการร่วมกับกรมราชทัณฑ์ ว่าจะป้องกันเหตุได้อย่างไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลเพียง 4-5 นายเท่านั้น ส่วนการดำเนินการกับกลุ่มผู้แจ้งเบาะแสเท็จ จนทำให้เจ้าหน้าที่สูญเสียกำลังค้นหาไปกว่า 200 นาย จะมีการตรวจสอบอีกครั้งว่ามีความเกี่ยวโยงกับเครือข่ายยาเสพติดหรือไม่

จากนั้นตำรวจได้คุมตัวนักโทษทั้ง 3 คน ได้แก่ นายธราธิป เพิ่มลาภ, นายพิเชษฐ์ กลิ่นโอชา และนายกฤษดา แก้วนุ้ย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทั้งหมด 6 จุด

โดยจุดแรกที่หน้าเรือนจำอำเภอหลังสวน โดยรถเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้จำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวนักโทษจำนวน 11 ราย ขึ้นรถมาคันเดียวกัน โดยตำแหน่งที่นั่งฝั่งซ้ายริมในสุด เป็นที่นั่งของนายพิเชษฐ์ ส่วนฝั่งขวาเป็นที่นั่งของนายกฤษฎาและนายธราธิป

จุดที่ 2 บริเวณหน้าศาลจังหวัดหลังสวน โดยมีการจำลองเหตุการณ์ขณะกลุ่มนักโทษเดินหนีเจ้าหน้าที่กลับมาที่รถ แล้วเกิดการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มนักโทษ 5 คนกับเจ้าหน้าที่ กระทั่งนายกฤษฎาวิ่งหนีเจ้าหน้าที่มานั่งฝั่งคนขับ ส่วนนายธราธิปขึ้นมานั่งข้างคนขับ …

สาวใหญ่หวิดพลาดท่า โดนลวงเข้าซอยเปลี่ยว หวังขืนใจริมอ่างเก็บน้ำ

สาวใหญ่หวิดพลาดท่า 

สาวใหญ่หวิดพลาดท่า อดีตเจ้าของบาร์เครียด นั่งคิดไม่ตกอยู่ริมหาด ชายปริศนาเดินเข้ามาคุยแก้เหงา ก่อนเสนองานให้ แล้วลวงพาเข้าซอยเปลี่ยวหวังขืนใจ เคราะห์ดีหนีรอดมาขอความช่วยเหลือได้

สาวใหญ่หวิดพลาดท่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.พรชัย เหลือผล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งจาก นายอนิรุทธิ์ สุวรรณธาดา เจ้าหน้าที่กิจการพิเศษเมืองพัทยา นามเรียกขาน 60082 ว่า

มีผู้หญิงถูกล่อลวงหวังล่วงละเมิดทางเพศ วิ่งมาขอความช่วยเหลือ บริเวณป้อมป้องกันเหตุหน้าสนามกีฬาภาคตะวันออก ม.4 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ก่อนรีบเดินทางไปตรวจสอบ

สาวใหญ่หวิดพลาดท่า 

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.ยุ้ย (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี อดีตเจ้าของบาร์เบียร์ในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในอาการตื่นตกใจเนื้อตัวสั่น เปิดเผยว่า ขณะที่ตนนั่งอยู่ที่หาดจอมเทียน มีผู้หญิงเข้ามานั่งคุยด้วย ตนจึงระบายความเดือดร้อนให้ฟังว่า เคยเป็นเจ้าของบาร์ แต่ร้านได้ถูกสั่งปิด จึงเดินทางมาอยู่ที่พัทยา ตอนนี้ก็ยังไม่มีงานทำ รถก็พังเอาไปซ่อมไว้ไม่มีเงินไปจ่าย

แต่ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ได้มีผู้ชายอายุประมาณ 35-40 ปี เข้ามาเสนอตัวพูดคุยด้วยอีกคนว่า มีเจ้านายเป็นชาวต่างประเทศ ค่อนข้างมีอายุมากแล้ว แค่ไปนั่งคุยแก้เหงา เดี๋ยวมีค่าเสียเวลาให้ ตนก็นึกอยากได้เงินมาจ่ายค่าซ่อมรถ จึงตัดสินใจไปด้วย เพราะตกลงแค่คุยแก้เหงาเท่านั้น

จากนั้นก็ซ้อนจักรยานยนต์ไปตามทาง ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว ถูกพาไปนั่งบนแคร่ริมขอบอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่ง ชายคนนั้นสั่งให้นั่งรอ เดี๋ยวเจ้านายจะมา แต่ด้วยความมืดและเปลี่ยว ประกอบกับเริ่มกลัวเป็นอันตราย ตนคิดและบอกว่าขอกลับดีกว่า พร้อมให้ชายคนดังกล่าวกลับไปส่งที่เดิม

แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังพูดจาหว่านล้อมว่า เจ้านายมาก็ไม่มีอะไรด้วยหรอก ขอเป็นฝ่ายมีอะไรด้วยแทนได้ไหม จึงรีบตอบสวนกลับไปว่าไม่ได้ ชายคนดังกล่าวก็ยังพยายามพูดล่อลวงแค่ทีสองทีคงไม่เป็นไร จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ก่อเหตุลวนลามตน

ในจังหวะนั้นมีแสงไฟจากรถยนต์ขับผ่านมาพอดี ผู้ก่อเหตุจึงลากลงไปบริเวณขอบอ่างเก็บน้ำ หวังจะข่มขืนให้ได้ ตนไม่ยอมพยายามขัดขืน ผู้ก่อเหตุจึงเสนอแค่ทำออรัลเซ็กส์ให้จะได้จบๆ ตนจึงออกอุบายว่าให้พาไปหาเจ้านายก่อน ได้เงินแล้วจะยอมให้มีอะไรด้วย

เมื่อผู้ก่อเหตุหลงคล้อยตามจึงพานั่งซ้อนจักรยานยนต์ออกมาจากซอยเปลี่ยว เพื่อแวะซื้อน้ำดื่ม จังหวะนั้นได้มีลุงขับซาเล้งผ่านมาพอดี ตนจึงรีบวิ่งไปขอให้ความช่วยเหลือและช่วยพาหนี ก่อนจะเจอเจ้าหน้าที่กิจการพิเศษเมืองพัทยาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ป้อมหน้าสนามกีฬาภาคตะวันออกดังกล่าว

เบื้องต้น พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ สั่งการให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำอย่างละเอียดก่อนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานปูพรหมล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีเพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

รถบรรทุกเกี่ยวเสาไฟฟ้า ล้มระเนระนาด ปากซอยพหลโยธิน 30 จราจรติดหนึบ

รถบรรทุกเกี่ยวเสาไฟฟ้า

รถบรรทุกเกี่ยวเสาไฟฟ้า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา จส.100 รายงานว่า มีเหตุรถบรรทุกเทรลเลอร์ได้เฉี่ยวชนและเกี่ยวเสาไฟฟ้าล้ม 4 ต้น บริเวณปากซอยพหลโยธิน 30 (ซอยอาลาดิน)

รถบรรทุกเกี่ยวเสาไฟฟ้า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา จส.100 รายงานว่า มีเหตุรถบรรทุกเทรลเลอร์ได้เฉี่ยวชนและเกี่ยวเสาไฟฟ้าล้ม 4 ต้น บริเวณปากซอยพหลโยธิน 30 (ซอยอาลาดิน) เป็นเหตุทำให้เส้นทางการจราจรถูกปิดกั้น อีกทั้งยังทำให้กระแสไฟฟ้ารอบบริเวณดับ

รถบรรทุกเกี่ยวเสาไฟฟ้า

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และเปิดเส้นทาง ขณะที่ทาง กฟน.ได้ดำเนินการดับไฟฟ้าและจ่ายกระแสไฟในจุดที่ไม่เกี่ยวข้องแล้ว แต่คาดว่าน่าจะใช้เวลาในการเคลื่อนย้ายรถบรรทุกออกจากเส้นทางและเปิดเส้นทาง เบื้องต้นแนะให้เลี่ยงเส้นทางดังกล่าวในช่วงเย็นนี้

สำหรับซอยพหลโยธิน 30 (ซอยอาลาดิน) เป็นเส้นทางทางลัดไปยังถนนเสนานิคมและซอยเสือใหญ่อุทิศได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com        

ลูกเขยแค้นเมียหนี ย่องรัดคอแม่ยายวัย 75 หวิดดับ ลูกชายชกพ่อคว่ำช่วยชีวิตยาย

ลูกเขยแค้นเมียหนี

ลูกเขยแค้นเมียหนี ลูกเขยวัย 48 ปีตามหาเมียไม่เจอ คิดว่าแม่ยายวางแผนให้เมียหนีไปทำงานต่างจังหวัด ย่องมาใช้สายรัดของยางยืดรัดคอขณะนั่งหุงข้าว จนเลือดออกปาก

ลูกเขยแค้นเมียหนี (10 ต.ค.61) จากกรณีเหตุทำร้ายร่างกายหญิงชราจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านพัก ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน บุรีรัมย์ โดยผู้บาดเจ็บเข้ารักษาที่โรงพยาบาลนาน 5 วัน จากการตรวจสอบที่บ้านพักพบ นางกอ อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านและผู้ที่ถูกทำร้าย

ลูกเขยแค้นเมียหนี

ยังอยู่ในอาการผวา และยังพบร่องรอยการถูกเชือกรัดบริเวณลำคอ พร้อมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ช่วงเย็นขณะตนเองกำลังก่อไฟนั่งหุงข้าวอยู่ใต้ถุนบ้าน จู่ๆ นายมนูญ หรือ นอม อายุ 48 ปี อดีตลูกเขย ได้ย่องมาข้างหลังแล้วใช้สายรัดของแบบยางยืด มารัดคอตนเอง

ทำให้ตนเองดิ้นทุรนทุราย ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทันใดนั้นหลานชายซึ่งเป็นลูกของนายมนูญ เข้ามาต่อยนายมนูญ จนล้มคว่ำลงไปและเรียกเพื่อนบ้านรีบนำตัวตนเองส่งโรงพยาบาลบ้านด่าน

นางกอ เล่าด้วยว่าสาเหตุน่าจะมาจากลูกสาวของตนเองหนีนายมนูญ ไปทำงานที่กรุงเทพ เนื่องจากนายมนูญ เวลาเมาสุรามักจะทำร้ายตบตี ภรรยาเป็นประจำ หลังจากนั้นนายมนูญ ยังแวะเวียนมาที่บ้านตนเองหลายครั้งเพื่อถามหาภรรยา

ตนเองจึงบอกว่าให้นายมนูญ ลูกเขยกลับไปอยู่ที่บ้านของตนเองเนื่องจากไม่ได้ทำงานทำการอะไร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสร้างความแค้นให้กับลูกเขยประกอบกับนายมนูญ เคยพูดว่าตนเองเป็นคนยุแหย่ให้ลูกสาวหนีไปทำงานที่กรุงเทพ จึงวางแผนมาทำร้ายตนเอง โดยขณะนี้ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านด่าน ไว้แล้ว

ด้าน พ.ต.ท วัฒนา มางาม สารวัตร(สอบสวน)เจ้าของคดี เปิดเผยว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียก นายมนูญ ลูกเขยให้มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าหากไม่มาจะทำการออกหมายจับตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

จ่อออกหมายจับ 3 คนร้าย เอี่ยวยิงอาก้าถูกชาวอินเดียดับ พบชนวนแก๊งคู่อริ

จ่อออกหมายจับ 3 คนร้าย

จ่อออกหมายจับ 3 คนร้าย คืบคดีคนร้ายยิงปืนอาก้าถูกนักท่องเที่ยวดับย่านประตูน้ำ ทางตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เตรียมขอหมายจับ 3 คนภายในวันนี้ พบชนวนมาจากแก๊งคู่อริ

จ่อออกหมายจับ 3 คนร้าย วันที่ 8 ตุลาคม 2561 พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวถึงเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มกัน จนกระสุนถูกนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ย่านประตูน้ำ ว่า ได้กำชับให้จับกุมตัวผู้ที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพราะมีผลต่อความมั่นคง โดยมีชาวต่างชาติเสียชีวิต ส่วนข้อมูลการสืบสวนยังพูดมากไม่ได้ เพราะจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

จ่อออกหมายจับ 3 คนร้าย

ด้าน พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กล่าวว่า ได้สั่งให้สารวัตรสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับท้องที่ สน.พญาไท และชุดสืบสวนสตม. เข้าตรวจสอบรายละเอียดทุกมิติ ขณะที่ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนนั้น ทราบตัวคนร้ายแล้ว คาดว่าจะสามารถอนุมัติหมายจับต่อศาลได้ภายในวันนี้

ตอนนี้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านพักของผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ไม่พบตัว วันนี้ขอหมายจับ 2-3 คน เป็นกลุ่มที่ใช้อาวุธปืนอาก้าและคู่อริ ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบหาความชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยแต่ละคนทำหน้าที่อะไรบ้าง หากศาลขออนุมัติหมายจับแล้วจะปิดกั้นสกัดตามด่าน ตม. ทุกด่าน

เบื้องต้น ชาวต่างชาติที่เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่ใช่คู่กรณี เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวแล้วถูกลูกหลง ส่วนคู่อริทั้ง 2 ฝ่าย ทราบว่ามีปัญหากันมาก่อน กลุ่มนี้มักมาเล่นสนุกเกอร์ด้วยกัน คาดใช้เวลาไม่กี่วันจะจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://hilight.kapook.com

โจรใจบาป งัดตู้บริจาควัด ทิ้งเงินไว้ “110 บาท” ไว้ให้ดูต่างหน้า

โจรใจบาป

โจรใจบาป งัดตู้บริจาควัดนิรมิตร ได้เงินไปประมาณ 5-6 พันบาท ทิ้งเงินไว้ 110 บาทไว้ดูต่างหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งแกะรอยติดตามพฤติกรรมกลุ่มวัยรุ่นที่ลักทรัพย์ และกลุ่มวัยรุ่นที่พ้นโทษ เนื่องจากทางวัดไม่มีกล้องวงจรปิด

โจรใจบาป วันที่ 6 ต.ค. 61 ร.ต.อ.อลงกรณ์ แวงวรรณ ร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจาก นางพูลทรัพย์ หลาบคำ อายุ 57 ปี ประธานชุมชนตาดแคน ว่าที่วัดนิรมิต ถนนตาดแคน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีคนร้ายมางัดตู้บริจาคของวัดไป.

โจรใจบาป

จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ. พงษ์ศักดิ์ ชัยพร ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารทราบ และรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยที่วัดนิรมิต พบตู้รับบริจาคทิ้งไว้ที่ศาลาวัด มีโซ่ล่ามไว้กับเสาวัด ตู้ดังกล่าวเป็นตู้เหล็กลักษณะสี่เหลี่ยมเหมือนหีบโบราณสำหรับหยอดเหรียญ เป็นตู้รับบริจาค ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า สำหรับญาติโยมที่มาทำบุญ ตรวจสอบบริเวณด้านบนของตู้ถูกงัดออก มีเงินหลงเหลือในตู้ 110 บาท

ด้านพระณรงค์ อิสรสีโล พระลูกวัดนิรมิต เล่าว่า พบหีบตู้บริจาคล้มลงพื้นศาลาวัด ช่วงเวลาขึ้นมาจัดสถานที่เพื่อทำวัตรเย็น และได้ไปบอกประธานชุมชนที่อยู่บริเวณวัด มาดูตู้บริจาคที่ถูกโจรมาขโมยเงินไป

นางพูลทรัพย์ หลาบคำ ประธานชุมชนตาดแคน กล่าวว่า มีพระลูกวัดมาเรียกว่าตู้บริจาคในศาลาถูกคนร้ายงัดเอาเงินในตู้ไป และได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบตู้บริจาคดังกล่าว

ภายในตู้พบเงินใบละ 100 บาท จำนวน 1 ใบ และเหรียญ 5 รวม 110 บาท คาดว่าเงินในตู้บริจาคประมาณ 4-5 พันบาท เพราะตู้บริจาคไม่ได้เปิดมาตั้งแต่เข้าพรรษา

กะว่าออกพรรษาจึงจะได้เปิดตู้บริจาคเอาเงินออกมาพิมพ์ซองกฐินของวัดนิรมิต และในวันนี้มีโจรมาขโมยเงินในตู้บริจาคดังกล่าวไป เหลือเงิน 110 บาทไว้ดูต่างหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร จะได้แกะรอยคนร้ายและติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

สุดหลอน ! หนุ่มก่อสร้างทอดแหหาปลา-ผงะเจอศพปริศนาลอยน้ำคลอง

สุดหลอน

สุดหลอน ! เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำอยู่ในคลอง ภายในซอยหนองไม้แก่น 8 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา

สุดหลอน ! ที่เกิดเหตุพบประชาชนมุ่งดูเป็นจำนวนมาก บริเวณริมคลอง พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ลักษณะนอนคว่ำหน้าอยู่ สวมกางเกงขาสั้นสีแดง เจ้าหน้าที่จึงนำขึ้นมาบนฝั่ง เบื้องต้นตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล ไม่มีเอกสารทางราชการติดตัว คาดเสียชีวิตมาแล้ว 1 วัน

สุดหลอน

จากการสอบถาม นายแกน อายุ 38 ปี อาชีพก่อสร้างผู้พบศพคนแรก กล่าวว่า ตนเป็นคนงานก่อสร้างพักอาศัยอยู่บริเวณนี้ ใช้เวลาว่างมาทอดแหหาปลา เมื่อช่วงหัวค่ำ ( 5 ต.ค. ) ได้มาทอดแหบริเวณคลอง และสังเกตเห็นว่ามีร่างคล้ายคนตายลอยน้ำอยู่ตนเองตกใจจึงวิ่งไปตามเพื่อนๆ มาดู และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เก็บศพรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง และจะติดตามญาติของผู้ตายมาสอบสวนอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

โจรดวงกุด แอบงัดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ สุดท้ายโดนกระสุนปริศนาดับอนาถ

โจรดวงกุด

โจรดวงกุด แอบงัดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ก่อนหลบหนีไป สุดท้ายโดนกระสุนปริศนากลายเป็นศพดับอนาถ

โจรดวงกุด   มื่อเวลาประมาณ 08.00 น. พ.ต.ท.ศุภณัฐ พุ่มน้อย สารวัตรเวร สภ.ย่อยบางน้ำจืด รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณลานดิน ริมถนนคลองเจ็ดศอก ม.2 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ ร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำกางเกงขาสั้น มีรอยสักที่ต้นขาซ้าย ข้างตัวผู้ตายพบประแจปากตาย 1 อัน พร้อมแม่กุญแจ 1 ลูกและเหรียญ 10 บาท ข้างๆ อีก 3 ถึง 4 เหรียญ ตรวจสอบร่างกายเบื้องต้นพบบาดแผลเป็นรอยกระสุนที่บริเวณกลางหลัง

โจรดวงกุด

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าผู้โทรแจ้งเป็นผู้หญิงที่พักอาศัยในห้องเช่าบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบพยานแวดล้อมคาดว่า ผู้ตายน่าจะเป็นคนที่มางัดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ จากร้านค้าใกล้จุดเกิดเหตุ เพราะได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาตอนประมาณ 02.00 น.ของวันเดียวกัน

นายทรงทิศ อายุ 53 ปี เจ้าของเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เล่าให้ฟังว่าตอนเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ลูกชายของตนเองได้ยินเสียงก๊อกแก๊กจึงได้เปิดหน้าต่างชะโงกออกมาดูจากชั้นสองเห็นคนร้ายกำลังงัดเครื่องซักผ้า มองเห็นคนร้ายมาคนเดียว ก็เลยเรียกตนเองและโทรแจ้งตำรวจ 191 พอตำรวจมาถึงเห็นแต่รถจักรยานยนต์ แต่คนร้ายหนีไปแล้ว ก็เดินตามหากับตำรวจคิดว่าคนร้ายไปหลบซ่อนอยู่เพราะทิ้งจักรยานยนต์ไว้ แต่ไม่พบ ซึ่งคนร้ายงัดตู้ได้เงินไปประมาณ 200 กว่าบาท

จนกระทั่งตอนเช้าก็มีคนมาเรียกว่ามีคนเสียชีวิตเนื่องจากศพอยู่ใกล้กับบ้านตนเองประมาณ 200 เมตร ลูกชายก็เดินไปดู เห็นศพจึงจำได้จากลักษณะของเสื้อผ้าที่ใส่เมื่อคืนจึงรู้ว่าเป็นคนร้าย สำหรับบ้านตนเองนั้นโดนคนร้ายงัดมาแล้ว 2 รอบ รวมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อสืบหาเจ้าของกระสุนที่ยิงผู้เสียชีวิตต่อไป

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ผัวหึงโหด ยิงเมียดับคาบ้าน เพื่อนสนิทรอดเพราะแกล้งตาย-กระสุนไม่ออก

ผัวหึงโหด

ผัวหึงโหด ยิงเมียดับคาบ้าน เพื่อนสนิทรอดเพราะแกล้งตาย-กระสุนไม่ออก เผยก่อนเกิดเหตุผู้ตายพูดเป็นลาง ส่วนผู้ก่อเหตุหึงเพราะเข้าใจผิดทั้งหมด

ผัวหึงโหด ยิงเมียดับคาบ้านพัก ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร คือ นางสาวปานทิพย์ อายุ 45 ปี นอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่บริเวณท้องด้านขวาและข้อมือด้านขวา

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 3 ปลอก และอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอกตกอยู่ อีกทั้งยังมีขวดยาฆ่าหญ้า ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าบ้านอีก 1 ขวดด้วย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายธนพนธ์ เนียมนาค อายุ 46 ปี เป็นสามีของผู้เสียชีวิต

ลูกของทั้งคู่เล่าให้ฟังว่า พ่อและแม่ได้แยกกันอยู่มาหลายเดือน ก่อนที่พ่อจะกลับมาง้อขอคืนดี แต่แม่ไม่ยอมกลับมาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ยังคงพูดจากันด้วยดี กระทั่งพ่อต้องไปขึ้นศาลในคดีครอบครองอาวุธปืน แล้วได้ชวนแม่ไปด้วย แต่แม่ไม่ไป

ผัวหึงโหด

เนื่องจากว่าพ่อต้องไปเอาอาวุธปืนที่เก็บไว้ในห้องผู้หญิงคนใหม่ที่พ่อเคยคบด้วย จึงทำให้พ่อโมโหมาก เช้าของวันที่เกิดเหตุพ่อจึงมาดักรอแม่หน้าบ้าน และยิงแม่ตอนที่ออกมาให้อาหารแมว

ก่อนที่จะไปส่งลอดช่องที่กรุงเทพฯ กับเพื่อนของแม่อีกหนึ่งคนที่พลอยถูกลูกหลงไปด้วย แต่รอดตายหวุดหวิด ซึ่งหลังจากที่พ่อก่อเหตุยิงทั้ง 2 คนแล้ว พ่อก็ได้กินยาฆ่าหญ้าเข้าไปด้วย จากนั้นจึงขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางเส้นทางอำเภอบ้านแพ้ว

ด้าน นางสาวอ้อย (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุ เล่าว่าเมื่อช่วงเช้านี้ พอตนเปิดประตูบ้านและลงมาที่ลานหน้าบ้านเพื่อเตรียมรถออกไปส่งลอดช่องกับผู้ตาย ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

โดยนัดแรกตนได้ยินเสียงร้องของทิพย์ เรียกชื่อว่า พล จากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอีกเลย สักครู่ตนก็เห็นนายพล ลากปืนมายิงใส่ตน ตนจึงวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยกระสุนพลาดเฉียดแก้มไปเล็กน้อย

แต่ไปถูกรถเป็นรูพรุน ตนจึงแกล้งล้มลงทำเป็นเสียชีวิต ซึ่งนายพลได้เดินมาที่ตนพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนจะยิงซ้ำอีก โดยกระชากสไลด์ปืนอีก 2 ครั้ง ปรากฏว่ากระสุนไม่ออก จากนั้นจึงได้เดินไปกินยาฆ่าแมลงก่อนขับรถหลบหนีไป

นางสาวอ้อย ยังบอกอีกว่า เมื่อวานนี้ผู้ตายยังพูดกันตนว่า ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วให้อ้อยดูแลแม่แทนพี่ด้วย ส่วนสาเหตุก็คาดว่า ผู้ลงมือมักจะคิดอยู่เสมอว่า พี่ทิพย์ไปมีผู้ชายคนอื่นและที่ออกไปไหนมาไหนกับตนนั้น ก็เพราะพากันไปเที่ยวไปหาผู้ชายคนอื่น ทำให้พี่ทิพย์ไม่ยอมกลับไปคืนดีกับนายพลสามีเก่า ซึ่งทุกวันนี้ที่ออกไปนอกบ้านก็ล้วนแต่ไปทำงานส่งลอดช่องด้วยกันเท่านั้น

ขณะที่ทางด้าน พ.ต.อ.ปัญจพล ชำนาญหมอ ผกก.สภ.บางโทรัด บอกว่า สาเหตุมาจากปัญหาในครอบครัว เพราะทั้งคู่ได้หย่ากันแล้ว แต่ฝ่ายชายยังตามหึงหวงอยู่ ซึ่งก็จะได้ออกหมายจับภายในเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันนี้ เพื่อได้ติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com