ตร.รวบหนุ่มชำเราสุนัข แชร์คลิปเก็บเงิน 200 บาท ยังปฏิเสธ แม้คลิปมัดตัว

ตร.รวบหนุ่มชำเราสุนัข

ตร.รวบหนุ่มชำเราสุนัข ตำรวจรวบทันควัน หนุ่มต้องสงสัยเป็นหัวหน้าแก๊งโบโบ้ หลังกลุ่ม Watchdog Thailand เฝ้าตามดูพฤติกรรมหลายเดือน เก็บค่าสมาชิก 200 บาท ยังให้การปฏิเสธ แม้ภาพคลิปจะชัดมัดตัว

ตร.รวบหนุ่มชำเราสุนัข ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ หรือ Watchdog Thailand ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เมื่อเดือนมีนาคม 2561 พบการตั้งกลุ่มแชทขึ้นมาและมีการโพสต์ภาพในเชิงกระทำชำเราสุนัข พร้อมกับเรียกเก็บค่าสมาชิกเข้ากลุ่ม รายละ 200 บาท

ตร.รวบหนุ่มชำเราสุนัข

หลังจากที่ได้รับแจ้ง ทางองค์กร Watchdog Thailand ได้เฝ้าติดตามและเก็บหลักฐานต่อเนื่อง เบื้องต้นทราบว่ามีการแอบอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ กระทั่งเรื่องดังกล่าวได้เงียบหายไปหลายเดือน และล่าสุดพบว่าผู้ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กรายเดิม ได้หวนกลับมาตั้งกลุ่มและโพสต์ภาพการกระทำชำเราสุนัขอีกครั้ง

ต่อมาองค์กร Watchdog Thailand และกรมปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ปศุสัตว์อำเภอสันกำแพง จากการประสานงานของกองสวัสดิภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์ เข้าแจ้งความเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งตั้งตัวเป็นหัวหน้ากลุ่มกระทำชำเราสุนัข หรือ แก๊งโบโบ้ กระทั่งแกะรอยทราบว่า ชายคนดังกล่าวได้อาศัยในพื้นที่อำเภอสารภี จ.เชียงใหม่

จนกระทั่งในช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและเชิญตัว นายดำรงพล อายุ 53 ปี ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอสารภี หลังจากสืบทราบว่าเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กต้องสงสัย พร้อมกับตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสารภี เพื่อทำการสอบปากคำและดำเนินการตามกฎหมายโดยแจ้งข้อกล่าวหามีความผิดเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

เบื้องต้น นายดำรงพล ยังคงให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นเพียงผู้ที่จัดหาคลิปลักษณะดังกล่าวนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียที่มีการตั้งกลุ่มเฉพาะคนที่เป็นเกย์เหมือนกัน และต้องการชมคลิปในลักษณะดังกล่าว โดยเก็บค่าสมาชิกเพื่อเป็นค่าเสียเวลาในการจัดหารวบรวมคลิปที่มีการเผยแพร่อยู่แล้วจากโซเชียลมาให้สมาชิกเท่านั้น ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เชื่อว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งจากสมาชิกในกลุ่มบางคน

ขณะที่ นางสาวนรินทร์ธัช นันทวัน ณ อยุธยา อายุ 38 ปี ตัวแทนองค์กร Watchdog Thailand ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมแจ้งความและติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 องค์กรได้รับแจ้งข้อมูลว่ามีกลุ่มที่กระทำชำเราสุนัข โดยที่มีเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นหัวหน้าแก๊ง

ทางทีมงานจึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดแต่ไม่พบ และยังคงเก็บรวบรวมหลักฐานเรื่อยมา จนล่าสุดพบว่ามีการกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยให้เบอร์โทรศัพท์และเลขบัญชีเพื่อสมัครเข้ากลุ่ม ทางทีมงานจึงแฝงตัวสมัครเข้าไปสืบข้อมูล และได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสันกำแพง กระทั่งสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ในที่สุดภายในวันเดียว

ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหาความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเบื้องต้นทางผู้ก่อเหตุยังคงให้การปฏิเสธ แต่ทางทีมงานมีหลักฐานชัดเจนทั้งคลิปวิดีโอ ขณะก่อเหตุและรูปพรรณสัณฐานของผู้ก่อเหตุที่ตรงกัน ส่วนสุนัขนั้น ทางผู้ก่อเหตุอ้างว่าตายไปแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

หนุ่มจอดรถกดเงิน เจอมือดีฉกกระเป๋าหน้ารถหนีลอยนวล

หนุ่มจอดรถกดเงิน

หนุ่มจอดรถกดเงิน วันที่ 28 ต.ค. 61 นายพุทธานุภาพ ดวงสุทา อายุ 48 ปี พนักงานขับรถของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบดูภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านจำหน่ายติดตั้งกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุร้านสะดวกซื้อ

หนุ่มจอดรถกดเงิน โดยผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อเวลา 22.40 น. คืนวันที่ 25 ต.ค. 61 ขณะที่ตนเองจอดรถและเอากระเป๋าวางไว้ในตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ แล้วไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มซึ่งขณะนั้นลูกสาวได้โทรศัพท์พอดี

หนุ่มจอดรถกดเงิน

ตนจึงลงจากรถพร้อมคุยโทรศัพท์ไปกดเงิน เพียงไม่ถึง 1 นาทีหันกลับมาปรากฏว่ากระเป๋าสตางค์ที่วางไว้หายไปแล้ว ทรัพย์สินที่สูญหาย มีทั้งบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และเอกสารสำคัญอีกหลายรายการ ส่วนเงินสดนั้นไม่ได้ไป เพราะตนกำลังลงไปกดพอดี

โดยนายพุทธานุภาพ ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปที่ร้านจำหน่ายและติดตั้งกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อย้อนดูเหตุการณ์ในภาพจากวงจรปิด เห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ทะเบียน 2 กณ9-0 ชลบุรี เลขทะเบียนตัวกลางได้นำแผ่นพลาสติกมาปิดทับบดบัง

โดยคนร้ายใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดสีดำ มาจอดซุ่มรอดู นานกว่า 15 นาที เพื่อฉวยจังหวะที่เหยื่อเผลอแล้วเข็นรถเข้าไปใกล้ๆ ติดเครื่องไว้รอ จากนั้นก็ได้หยิบเอากระเป๋าที่วางไว้หน้ารถแล้วรีบขี่หนีไปอย่างรวดเร็ว

และจากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เล่าว่าเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นและมีการเข้ามาขอตรวจสอบภาพจากทางร้านแล้วหลายครั้ง คาดว่าหัวขโมยที่มาก่อเหตุน่าจะเป็นคนๆ เดียวกัน แต่ไม่สามารถจับตัวได้จึงเกิดความย่ามใจ

จึงมาก่อเหตุอีกครั้งโดยอาศัยผู้เสียหายที่มาซื้อของร้านสะดวกซื้อเผลอเอาของมีค่าไว้ที่รถก็จะลงมือก่อเหตุ ด้านผู้เสียหายได้ขอร้องคนร้ายว่า ตนเองเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

เนื่องจากต้องใช้ใบขับขี่ในการประกอบอาชีพขับรถส่งของอยากให้ช่วยเอามาคืน พร้อมกับวอนสื่อบอกถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ไม่รอดเป็นครั้งที่ 3 ! หนุ่มเมียนมาถูกคู่อริปิดซอยฆ่า เมียท้องสะอื้นข้างศพ

ไม่รอดเป็นครั้งที่

ไม่รอดเป็นครั้งที่ 3 (27 ต.ค.) ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ ยาจาติ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระนอง ได้รับแจ้งกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุชายถูกแทงเสียชีวิตภายในซอยลมโชย ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์

ไม่รอดเป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดเหตุพบร่าง นายยาน เนียง อู้ อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา ถูกแทงด้วยเหล็กขูดชาร์ปเข้าที่บริเวณใต้หัวไหล่ทะลุปอด 1 แผลสิ้นใจตายคาที่ โดยมีภรรยาสาวตั้งท้องอ่อนๆ และเพื่อนคนงานนั่งร่ำไห้อยู่ข้างศพ

ไม่รอดเป็นครั้งที่

สอบสวนภรรยาทราบว่า ก่อนเกิดเหตุสามีกำลังหันหลังคุยโทรศัพท์ ก่อนจะถูกเพื่อนคนงานชาวเมียนมา 4-5 คน ปิดซอยแล้วลงมือชกต่อยสามี ช่วยกันล็อกตัว ก่อนใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงจนเสียชีวิต แบบไม่ทันได้เห็นหน้าลูกน้อยที่กำลังจะคลอดออกมาในอีกไม่กี่เดือน

ขณะที่เพื่อนคนงานเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยประสบอุบัติเหตุพลัดตกตึกก่อสร้างมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็รอดชีวิตมาได้ ทำให้ใครหลายคนเอ่ยปากทัก ถ้ามีอีกเป็นครั้งที่ 3 ต้องเสียชีวิตแน่นอน จึงแนะนำให้ไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่ไม่ทันได้ไปทำ ก็มาถูกแทงเสียชีวิตเสียชีวิตเสียก่อน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแสสืบหาตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฏหมาย พร้อมส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ระนอง ต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

แบรนด์ดังทำพิษ ! เหยื่อสาวโอนเงินซื้อกระเป๋าหรูมือสอง

แบรนด์ดังทำพิษ

แบรนด์ดังทำพิษ ( 26 ต.ค. 61 ) น.ส.เอื้อบุญ อายุ 30 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง มีอาชีพรับเหมาเดินสายไฟตามโรงงานต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้หอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ณัฐธัญ

แบรนด์ดังทำพิษ น.ส.เอื้อบุญ ได้แจ้งว่า ตนได้สั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ “หลุยส์ วิตตอง” มือสอง กับคนชื่อ “ศรีไพร นงจันทึก” โดยคุยกันทางเฟซบุ๊กและบอกตนว่าทำงานอยู่ที่ บริษัท พีบี ฟอร์บุ๊ค ปทุมธานี ซึ่งน่าเชื่อถือ เสนอขายกระเป๋าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ ตนตกลงซื้อยี่ห้อ หลุยส์ วิตตอง มือสอง 1 ใบ ในราคา 16,000 บาท เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา

แบรนด์ดังทำพิษ

และตนได้โอนเงินเข้า บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ในชื่อ ของ “ศรีไพร นงจันทึก” หลังโอนเงินตนได้ทวงถามกระเป๋า ทางผู้ขายบอกว่าพัสดุ ที่ส่งไปตกหล่น รุ่งขึ้นจะส่งให้อีกครั้ง ตนรออยู่หลายวัน โทรไปก็ติดต่อไม่ได้ปิดเครื่องหนีไป ตนจึงได้โทรศัพท์ไปถามที่ บริษัท พีบีฟอร์บุ๊ค ว่ามีคนชื่อนี้ทำงานหรือไม่ ทางบริษัท แจ้งว่าไม่เคยมีพนักงานชื่อนี้ จึงรู้ว่าถูกหลอก

จึงนำเอกสารมาแจ้งความ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามให้ด้วย และอยากขอเตือน ประชาชนว่า ถ้ามีการขายสินค้าถ้าถูกผิดสังเกต อย่าซื้อเด็ดขาด

พ.ต.ท.ณัฐธัญ อู่พิทักษ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมือง ระยอง กล่าวว่า จะทำหนังสือแจ้งไปยัง คุณศรีไพร นงจันทึก เพื่อให้มาชี้แจง ถ้ายังไม่มาก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งข้อหาอย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com/

ตำรวจตามล่า ! แรงงานเขมรเมาซ่า ยกพวกไล่ยิงกันกลางถนน ไม่กลัวกฎหมาย

ตำรวจตามล่า

ตำรวจตามล่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจแจ้งข่าวเมืองระยอง (มหาชน) ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ กลุ่มแรงงานชาวกัมพูชารวมกว่า 20 คน ก่อเหตุทะเลาะวิวาท

ตำรวจตามล่า เพจแจ้งข่าวเมืองระยอง (มหาชน) ยังระบุข้อความอีกว่า “ตำรวจตามล่าเขมรเมาซ่า ยกพวกไล่ยิงกัน กลางเมืองแกลง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เบื้องต้นตรวจพบอาวุธปืน 3 กระบอก ตำรวจกำลังไล่ล่าติดตามตัวเพื่อดำเนินคดีโดยด่วน ตอนนี้พอจะทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่าไม่น่าเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ.แกลง”

ตำรวจตามล่า

นายอนุลักษณ์ จักราช แอดมินเพจ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นแรงงานกัมพูชาดื่มสุราจนมึนเมาและไม่พอใจอริฝ่ายตรงข้าม หลังจากดื่มสุรากันเสร็จและเลิกรา จึงได้มารวมตัวกันก่อเหตุทะเลาะวิวาท พร้อมกับขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยใช้ปืนไล่ยิงกันกับคู่อริกลางถนนมีผู้บาดเจ็บ 1 คน เมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษของคืนวานที่ผ่านมา

นายอนุลักษณ์ เผยอีกว่า ได้โพสต์ภาพเพื่อเตือนภัยให้กับสังคม และหากผู้ใดทราบหลักแหล่งผู้ก่อเหตุก็ขอให้แจ้งตำรวจได้ทันที เพราะขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังหลบหนีอยู่ในขณะนี้

สำหรับเรื่องดังกล่าวทีมข่าวได้ติดตามความคืบหน้า ทราบว่าผู้บาดเจ็บคือนายสาริต เมือน อายุ 18 ปี ชาวกัมพูชา ถูกยิงที่ขาซ้าย 1 นัด โดยได้เผยถึงเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า นั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์มากับเพื่อน ชื่อนายรัต ขณะขับขี่อยู่เป็นคันสุดท้าย และเมื่อเพื่อนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ต่างแยกย้ายกันขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปคนละทิศคนละทาง

ขณะนั้นในตนและนายรัต ได้หลบหนีกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้ปืนไล่ยิงเพียงลำพัง ขณะเกิดเหตุมีรถยนต์ของชาวบ้านขับขี่ผ่านมา ทำให้กลุ่มวัยรุ่นแรงงานกัมพูชาคู่อริที่ก่อเหตุ ได้ขับขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นชาวบ้านจึงโทรแจ้งตำรวจ สภ.แกลง มาที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นนายรัต ให้การกับตำรวจว่า เนื่องจากในวันเกิดเหตุเป็นวันออกพรรษาโรงงานได้หยุดงาน และให้คนงานไปทำบุญตักบาตรเทโวตามประเพณี กระทั่งช่วงบ่ายตนและพวกได้ไปซื้อสุรามานั่งดื่มกินกันบริเวณห้องพักในตำบลกระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง จนเกิดอาการมึนเมา

ต่อมามีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งทำงานอยู่โรงงานอีกแห่งหนึ่งมีอาการมึนเมาสุราเช่นกันได้ขับขี่จักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา 3 คัน ผ่านห้องพักที่นายรัต และเพื่อนๆ นั่งดื่มสุรากันอยู่ และเกิดเขม่นกัน จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นคู่อริจึงขับขี่จักรยานยนต์วนเวียนอยู่ใกล้ๆ พวกตนที่นั่งดื่มสุรากันอยู่

ตนสังเกตเห็นว่ากลุ่มนี้มีอาวุธปืน ลูกซองพกสั้นติดตัวมา 1 กระบอก จากนั้นนายรัต จึงชวนเพื่อนๆ ที่นั่งดื่มสุรากันอยู่หน้าห้องพัก ขับขี่จักรยานยนต์ไปหาเพื่อนที่ตำบลปากน้ำประแส และเมื่อนายรัต และเพื่อนออกมาจากห้องพักกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ซึ่งคาดว่าดักรออยู่ จึงยกพวกพากันขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามและใช้ปืนไล่ยิงพวกตน และกระสุนปืนได้ไปถูกผู้บาดเจ็บดังกล่าว ล่าสุดตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะนี้ยังติดตามตัวอยู่คาดว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

สลด !ว่าที่คุณพ่อแวะซื้อก๋วยเตี๋ยวให้ภรรยาใกล้คลอด ถูกโจ๋วัย 16 ปี ขับรถพุ่งชนดับ

สลด เมื่อคืน (24 ต.ค. 61) ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุมีรถกระบะชนกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

สลด เมื่อคืน บริเวณถนนสีหบุรานุกิจขาออก ใกล้เคียงวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ

ตรวจสอบพบว่าที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนเยื้องโรงพยาบาลนวมินทร์ 1 พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ค 4 ประตู สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บริเวณหน้ารถพังยับ ล้อหน้า 2 ล้อและล้อหลังขวาหลุด สภาพรถปีนขึ้นทางเท้าพุ่งชนเสาไฟฟ้าหัก และร้านอาหารตามสั่งพังเสียหาย

สลด

ใกล้กันนั้นยังพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ค สีเขียว หมายเลขทะเบียน ฒณ 9633 กรุงเทพฯ บริเวณท้ายรถพบศพ นายสุริยา อายุ 31 ปีสวมเสื้อยืดกีฬา แขนสั้นสีเลือดหมู กางเกงขาสั้นสีดำ สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายทราบชื่อ นายรัชชานนท์ อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะ 4 ประตู พลเมืองดีถูกนำส่งโรงพยาบาลเสรีรักษ์

จากการสอบถาม นายปรียะ พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งกำลังคุยกับลูกค้าอยู่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดคล้ายกับรถเสียหลักดังมาก ก่อนจะชนเข้ากับรถกระบะของลูกค้าที่มาจอดรอซื้อก๋วยเตี๋ยว เป็นเหตุให้นายสุริยาถูกรถชนจนเสียชีวิต

ขณะเดียวกัน การการสอบถาม นายธีรภัทร น้องผู้ตาย ก็ให้การคล้ายกันว่า ตนและผู้ตายเพิ่งกลับมาจากเตะบอล ก่อนจะขับรถมาจอดที่บริเวณดังกล่าว เนื่องจากพี่ชายต้องการซื้อก๋วยเตี๋ยวไปให้ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอด โดยบอกให้ตนนั่งอยู่ภายในรถ ขณะที่พี่ชายกำลังเดินไปที่ร้าน

จากนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายกับการเบรกรถดังลากยาวมา ก่อนที่รถดังกล่าวจะมาชนกับรถที่ตนนั่งอยู่และพุ่งชนพี่ชายที่อยู่ด้านนอก ก่อนจะไปชนกับเสาไฟ ทำให้พี่ชายเสียชีวิตทันที หลังเกิดเหตุตนได้มีโอกาสได้ถามนายรัชชานนท์ ผู้ที่ก่อเหตุ โดยได้อ้างว่าถูกรถจักรยานยนต์ตัดหน้าจึงต้องหักหลบ

ส่วนทางด้าน นางกาหลง อาย 56 ปี แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายทำงานติดตั้งคีย์การ์ดประตู โดยลูกชายมาบอกกับตนว่าจะไปเตะฟุตบอล กับกลุ่มเพื่อนแฟนคลับที่เชียร์สโมสรฟุตบอลอินทรี เพื่อนตำรวจ (โปลิส เทโร เอฟซี) เมื่อ 20.00น. ที่ผ่านมา ก่อนจะออกมาผู้ตายนั้นยังได้เข้าไปหอมที่ท้องภรรยา เหมือนเป็นลางร้ายว่าจะชะตาขาดในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุทางรถกระบะอีกฝ่ายขับพุ่งชนผู้เสียชีวิตทันที ไม่มีแม้แต่รอยเบรก จึงเตรียมแจ้งข้อหานายรัชชานนท์ ในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ. ก็จะไปสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

แม่บ้านปั๊มผงะ เจอศพทารกถูกยัดชักโครก คราบเลือดเปื้อนทั่วห้องน้ำ

แม่บ้านปั๊มผงะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ต.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุพบศพทารกแรกเกิดถูกทิ้งในห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง

แม่บ้านปั๊มผงะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ต.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุพบศพทารกแรกเกิดถูกทิ้งในห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง หน้าวัดอรัญญิกาวาส ถนนนิตโย อ.เมือง จ.นครพนม จึงประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยนครพนม ร่วมตรวจสอบ

แม่บ้านปั๊มผงะ

ที่เกิดเหตุภายในห้องน้ำคนพิการ พบสภาพเด็กทารกแรกเกิด เป็นเพศชาย เสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้าในโถชักโครก มีสายรกพันตามตัว อีกทั้งยังพบคราบเลือดเปื้อนทั่วห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเก็บหลักฐาน

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบเป็นทารกเพศชาย วัยแรกเกิด น้ำหนักประมาณ 3,500 กรัม สภาพร่างกายถือว่าสมบูรณ์ สันนิษฐานว่า เพิ่งคลอดได้ไม่นาน

โดยก่อนเกิดเหตุ ขณะแม่บ้านจะเข้าไปทำความสะอาด แต่พบผิดปกติมีคราบเลือดเปื้อนทั่วห้องน้ำ จึงไปแจ้งเพื่อนในปั๊มมาตรวจสอบ เปิดดูภายในชักโครกที่ปิดฝา พบสภาพศพทารกเสียชีวิตอนาถ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐาน โดยจะสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า แม่ของเด็กทารกอาจมีปัญหาตั้งครรภ์แบบไม่พร้อม หรือมีปัญหาชีวิตครอบครัว แต่อาจมีอาการเจ็บท้องคลอดกะทันหัน จึงตัดสินใจทำร้ายเด็กหนีปัญหา ซึ่งเชื่อว่า น่าจะมีเจตนาฆ่าเด็ก โดยตำรวจจะได้เร่งสืบสวนติดตาม ตรวจสอบหาหลักฐาน พร้อมประสานตามสถานพยาบาลต่างๆ หากมีข้อมูลเบาะแส ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ไล่จับเด็กแว้นวุ่น หนีเข้าซอยตัน-บุกพังบ้าน ลูกชายอดีต พ.ต.อ.ร่วมแก๊ง

ไล่จับเด็กแว้นวุ่น

ไล่จับเด็กแว้นวุ่น (22 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.พญาไท สามารถจับกุม กลุ่มเด็กแว้นซิ่งป่วนเมืองกว่า 22 คน พร้อมรถจักรยานยนต์อีก 15 คัน จับกุมได้ขณะที่สายตรวจ สน.พญาไท กำลังออกตรวจที่บริเวณโรงกรองน้ำ ถ.พระราม 6 ก่อนพบมีกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 14-20 ปี

ไล่จับเด็กแว้นวุ่น อีกทั้งยังได้ขี่รถป่วนเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานซ่อมแซมพื้นผิวถนน โดยการขี่รถผ่านเข้าไปในพื้นที่ ชนกรวยยาง กั้นพื้นที่ล้มพังเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่กวด พร้อมกับวิทยุขอกำลังสนับสนุนเพื่อวางแผนล้อมจับ

ไล่จับเด็กแว้นวุ่น

และพยายามไล่ทั้งหมดให้เข้าไปในซอยสวนเงิน ซึ่งเป็นซอยตัน เมื่อกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปพบว่าซอยดังกล่าวเป็นซอยตัน ก็พยายามพังรั้วบ้านของชาวบ้านเพื่อเอารถไปหลบซ่อน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตามติดมาเจอตัวในที่สุด

ทางด้าน พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเรขา รองผู้กำกับการจราจร สน.พญาไท เปิดเผยว่า จากการสอบถามทราบว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้มาจากนอกพื้นที่ ที่รวมตัวกับผ่านเพจที่ชื่อว่า “ปิดเมืองเพื่อมาซิ่ง” ซึ่งผลการจับกุมครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 22 คน

ยึดรถจักรยานยนต์ได้ 15 คัน ส่วนใหญ่อายุ 14-20 ปี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายณัชพล อายุ 20 ปี เป็นลูกอดีตตำรวจ ยศ พ.ต.อ. ซึ่งกำลังศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะยึดรถจักรยานยนต์ และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไป สน.พญาไท เพื่อทำการสอบสวน และแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

รวบมือปืนยิง “ผู้เช่าที่ดิน” ดับคาที่ หลังหลบหนีกบดานต่างจังหวัดกว่า 7 วัน

รวบมือปืนยิง

รวบมือปืนยิง 20 ต.ค. 2561 กรณีนายพนม อายุ 61 ปี เจ้าของที่ดินใช้ปืนลูกซองยิงนายเสรี อายุ 47 ปี ผู้เช่าที่ดินปลูกบ้านพักอาศัย อยู่บริเวณหลังบ้านไม่มีเลขที่พื้นที่หมู่ 6 ตำบลห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนเสียชีวิตคาที่ สาเหตุเป็นเพราะขัดแย้งกันเรื่องให้เช่าที่ดิน

รวบมือปืนยิง โดยหลังก่อเหตุมือปืนได้ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ หลบหนีพร้อมกับอาวุธปืน ซึ่งเบื้องต้นตำรวจได้ ขออำนาจศาลออกหมายจับในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา

มีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้-พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง ที่สาธารณะและชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

รวบมือปืนยิง

ความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ต.ค. 61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา

พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายพนม อายุ 61 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุและทราบข้อมูล จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมชุดสืบสวนออกหาข่าว

กระทั่งวานนี้ (19 ต.ค.) สามารถจับกุมได้ที่ รร.รอยัลพาราไดซ์ ในเขต จ.นนทบุรี จากการสอบสวนนายพนมให้การรับสารภาพว่า ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายเสรีจนเสียชีวิตจริง

สาเหตุเพราะทะเลาะมีปากเสียงกับผู้ตาย ถึงขั้นลงมือชกต่อยกัน แต่ตัวผู้ต้องหามีอายุมากกว่าสู้ไม่ได้ จึงคว้าอาวุธปืนภายในบ้านออกมาก่อเหตุยิงจนผู้ตายเสียชีวิต หลังก่อเหตุจึงขับรถยนต์เก๋งหลบหนี และทิ้งอาวุธปืนระหว่างทาง

จากนั้นจึงนำรถไปจอดไว้บ้านเพื่อนแล้วนั่งรถทัวร์เดินทางไปกบดานที่บ้านเพื่อนใน จ.สุพรรณบุรี และย้อนกลับมาเช่าโรงแรมพักอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ก่อนที่จะมาถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว ภายหลังแถลงข่าวจึงควบคุมตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ผบ.ตร.ชื่นชม 2 ตำรวจพหลโยธิน ช่วยชีวิตสาวคิดสั้นกรีดข้อมือไว้ได้ทัน

ผบ.ตร.ชื่นชม 2 ตำรวจ สน.พหลโยธิน หลังรีบเข้าช่วยชีวิตหญิงคิดสั้น กรีดข้อมือตัวเองหวังฆ่าตัวตาย พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี

ผบ.ตร.ชื่นชม 2 ตำรวจ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี พบหญิงสาวกรีดข้อมือตัวเองฆ่าตัวตาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถช่วยทำการปฐมพยาบาล และนำตัวส่งโรงพยาบาลไว้ได้ ว่า ตนได้รับรายงานจาก สน.พหลโยธิน ว่าเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลา 15.30 น. ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวใช้มีดกรีดข้อมือคาดว่าอาจจะเสียชีวิต ภายในห้องของหอพักย่าน ซ.รัชดาภิเษก 36

ผบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้แก่ ด.ต.นิเวศน์ เครือพันธ์ และ ส.ต.ท.ตริณพัฏฐ์ ศรีบุญเรือง จึงรีบไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบว่าเป็นหญิงทำร้ายตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าไปตรวจชีพจร และพบว่ายังมีชีพจรอยู่ จึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการห้ามเลือด ใช้สายชาร์จโทรศัพท์รัดเหนือแผล ชะลอการไหลของเลือด และประสานกู้ภัย ให้นำตัวส่ง รพ.ราชิวถี ซึ่งปัจจุบันหญิงดังกล่าวอยู่ในอาการที่ปลอดภัยแล้ว

โดยสาเหตุในเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากปัญหาการทะเลาะกับแฟน จึงคิดสั้น รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่าน ผบ.ตร. ได้กล่าวชื่นชม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บดังกล่าว ตั้งแต่การเข้าถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การประสานงานกับหน่วยงานกู้ชีพของโรงพยาบาล การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

พร้อมกับชื่นชมในไหวพริบปฏิภาณในทักษะความสามารถ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยเหลือผู้อื่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มี Police Mind ใส่ใจความทุกข์ร้อนของประชาชน มีปฏิภาณไหวพริบ โดยต่อไปทุกหน่วยจะต้องหมั่นฝึกซ้อมเพิ่มเติม ให้มีความชำนาญ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ช่วยเหลือประชาชนให้ได้อย่างทันท่วงที

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com